ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ประตูเมืองนครราชสีมา"

{{ลิงก์ไปภาษาอื่น}}
{{ต้องการสรุป}}
{{รอการตรวจสอบ}}
== ประวัติ ==
[[ภาพไฟล์:2007823201441.jpg|thumb|right|กำแพงเมือง และคูเมืองนครราชสีมา ในสมัยอดีต]]
[[ภาพไฟล์:กำแพงเมือง.jpg|thumb|right|กำแพงเมือง และคูเมืองนครราชสีมา ในสมัยอดีต]]
ในสมัยแผ่นดิน [[สมเด็จพระนารายณ์มหาราช]] (พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) มีพระราชดำริว่า ดินแดนภาคอีสานเป็นฉนวนป้องกันการรุกรานของขแมร์ ([[เขมร]]) [[ลาว]] [[ญวน]] และเป็นหัวเมืองใหญ่ควบคุมเขมรป่าดงที่ขึ้นแก่ไทย ขณะนั้น มีเมืองเสมา เมืองโคราช และเมืองพิมาย เป็นชุมชนใหญ่ ควรจะตั้งเป็นหน้าด่านได้ จึงโปรดให้สร้างเมืองที่มีป้อมปราการแบบฝรั่ง ในฐานะเมืองสำคัญชายพระราชอาณาเขต โดยเกณฑ์ช่างจากกรุงศรีอยุธยา เกณฑ์แรงงานจากเมืองโคราช กับเมืองเสมา ช่วยกันสร้างเมืองใหม่ ห่างจากเมืองโคราชเก่าในท้องที่ อำเภอสูงเนิน ไปทางทิศตะวันออก 800 เส้น (32 กิโลเมตร) ซึ่งก็คือ พื้นที่ตัวเมืองเก่า บริเวณเขตกำแพงเมือง และคูเมืองในปัจจุบัน
 
มีนายช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้วางผังเมือง [[ผังเมือง]]มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม '''รูปกลองชัยเภรี''' มีความกว้างประมาณ 1,000 เมตร ([[มาตราวัดความยาวของไทย#มาตราวัดของไทยในประวัติศาสตร์และวรรณคดี|มาตราวัดของไทย]] : 25 เส้น) ยาวประมาณ 1,700 เมตร ([[มาตราวัดความยาวของไทย#มาตราวัดของไทยในประวัติศาสตร์และวรรณคดี|มาตราวัดของไทย]] : 43 เส้น) มีพื้นที่ภายในประมาณ 1,000 ไร่ ( 1.60 [[ตารางกิโลเมตร|ตร.กม.]]) ขุดคูกว้าง 20 เมตร (10 วา) และลึก 6 เมตร (3 วา) ยาวล้อมรอบเมือง มีโครงข่ายถนนภายใน ตัดกันมีรูปแบบเป็น '''ตารางหมากรุก''' ([http://en.wikipedia.org/wiki/Grid_plan Grid pattern system]) ก่อสร้างกำแพงเมือง โดยก่ออิฐขึ้นจากหินศิลาแลง มีความสูง 6 เมตร (3 วา) ยาวโดยรอบ 5,220 เมตร (2,610 วา) บนกำแพงมีใบเสมาโดยรอบ จำนวน 4,302 ใบ
 
เดิมนั้น ก่อนการก่อสร้างกำแพงเมือง ใบเสมาบนกำแพง ได้ออกแบบไว้ให้มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามแบบของฝรั่ง แต่ต่อมาเมื่อมีการก่อสร้าง พระยมราช (สังข์) เจ้าเมืองนครราชสีมา ได้เปลี่ยนแปลงลักษณะใบเสมาให้เป็นแบบของไทยแทน มีป้อมประจำกำแพง และป้อมตามมุมกำแพงรวม 15 ป้อม มีประตูเมืองกว้าง 3 เมตร (1 วา 2 ศอก) จำนวน 4 ประตู โดยประตูเมืองทั้ง 4 เป็นทางเข้าออกเมืองทั้งสี่ทิศ <ref>[http://www.geocities.com/sikuidho/P1.htm ประวัติศาสตร์จังหวัดนครราชสีมา]</ref>
เมื่อระยะเวลาผ่านไป สิ่งก่อสร้างบางอย่างได้ถูกทำลายลง เมื่อครั้งที่ได้เกิดศึกกับเจ้าอนุวงศ์ แห่งกรุงเวียงจันทน์ ที่ได้เข้ามายึดเมืองนครราชสีมา กอร์ปกับส่วนหนึ่งถูกสภาพภูมิอากาศ และ ภัยธรรมชาติ เช่น แสงแดด ลม และ ฝน ทำลายเสียหายไปบ้าง ทำให้ทรุดโทรมลง เหลือแต่เพียง ประตูเดียวก็คือ ประตูชุมพล ที่ยังหลงเหลือโครงสร้างเดิมไว้อยู่
 
== รายละเอียดของประตูเมือง ==
[[ภาพไฟล์:20078232015441.jpg|thumb|right|ประตูชุมพล ก่อนการบูรณะ]]
 
:*<font Style="font-weight:bold; font-size:12pt;">ประตูชุมพล</font>
ประตูเมืองทางทิศตะวันตกของเขตเมืองเก่า เป็นประตูเมืองเพียงแห่งเดียว ในบรรดาประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตูของเมืองนครราชสีมา ที่ยังคงสภาพเดิมอยู่พร้อมกำแพงเมืองเก่า สำหรับ ชื่อประตู "'''ชุมพล'''" นั้นหมายความถึง ที่ชุมนุมพลส่วนใหญ่ เป็นประตูสำหรับเตรียมไพร่พล และออกศึก เนื่องจากมีภูมิประเทศเปิดกว้าง ไม่มีป้อมปราการตามธรรมชาติเหมือนประตูอื่น ๆ <ref name="ประตูเมือง"/> ในอดีตมีความเชื่อว่า เมื่อลอดผ่านประตูชุมพลไปทำศึกแล้ว จะแคล้วคลาดได้กลับบ้านเมือง
 
เนื่องจากตัวเมืองปัจจุบัน ได้มีขยายออกไปยังบริเวณรอบนอกไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตกของเขตเมืองเก่าเดิม ส่งผลทำให้ปัจจุบัน ประตูชุมพลจึงเสมือนตั้งอยู่กลางเมือง ต่อมาทางหน่วยราชการของ[[จังหวัดนครราชสีมา]]ได้สร้างอนุสาวรีย์[[ท้าวสุรนารี]](ย่าโม) แล้วนำมาประดิษฐานบนแท่นสูง ตรงบริเวณหน้าประตูชุมพล ซึ่งได้มีการถมคูเมืองทางด้านทิศตะวันตกบางส่วน เพื่อทำเป็นพื้นที่ก่อสร้าง สำหรับ หอ ยามรักษาการณ์ทรงไทย, ประตูเมือง และกำแพงเมืองโบราณที่ชำรุดทรุดโทรมพังลงไปมากนั้น ทางราชการได้บูรณะซ่อมแซม และสร้างขึ้นมาใหม่บางส่วน โดยคงไว้ซึ่งรูปแบบและศิลปะการก่อสร้างตามของเดิมไว้ทั้งหมด พร้อมกับได้อัญเชิญ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ทั้งหมดมาสร้างและตั้งขึ้น ณ บริเวณที่ปัจจุบัน ตราบเท่าทุกวันนี้
 
อนึ่ง '''ประตูชุมพล''' ทางกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2480<ref>[http://www.archae.go.th/Monument/Eastern/NakornRachasima.asp ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ ,เล่มที่ ๕๔, หน้า ๒๒๘๕]</ref>และ '''กำแพงเมืองโคราช '''ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479<ref>[http://www.archae.go.th/Monument/Eastern/NakornRachasima.asp ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ ,เล่มที่ ๕๓, หน้า ๑๕๒๗]</ref>
[[ภาพไฟล์:Khorat-N-gate-1893.gif|thumb|right|ประตูพลแสน ในปี ค.ศ. 1893]]
[[ภาพไฟล์:20078232015141.jpg|thumb|right|ประตู และกำแพงเมือง ก่อนได้รับการบูรณะ]]
 
:*<font Style="font-weight:bold; font-size:12pt;">ประตูพลแสน</font>
ในปัจจุบัน ประตูเมือง 3 ประตู ได้แก่ ประตูพลแสน, ประตูพลล้าน และประตูไชยณรงค์ ได้มีการบูรณะ และ ก่อสร้างใหม่ โดยทำการรื้อถอนประตูเมืองและกำแพงเมืองเดิมที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ในลักษณะของซุ้มประตูทั้ง 3 นั้น ได้ออกแบบลักษณะเป็นศิลปะร่วมสมัย โดยยึดเค้าโครงเดิมของประตูเมือง และกำแพงเมืองแบบเดิม ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่ก่อสร้างซุ้มประตูใหม่นั้น พื้นที่ตัวเมืองมีการขยายเพิ่มขึ้น และได้มีการขยายถนนออกไปทางประตูเมืองทั้ง 3 จากเดิมในอดีตมาก จึงทำให้การออกแบบซุ้มประตูมีความกว้างเพื่อรองรับกับการจราจรและรถยนต์ที่สัญจรเข้าออกผ่านซุ้มประตูเมืองทั้ง 3 เป็นอย่างดี
 
== การบูรณะ และก่อสร้าง ประตูพลแสน ประตูพลล้าน และประตูไชยณรงค์ ==
[[ภาพไฟล์:1135381600.jpg‎ |thumb|right|การก่อสร้างประตูเมืองขึ้นใหม่ 1 ใน 3 ประตู ปี 2530]]
=== รายละเอียดของการก่อสร้าง<ref>[http://www.korattour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=259110&Ntype=4 คัดจากหนังสือที่ระลึก เนื่องในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่9 จังหวัดนครราชสีมา]</ref> ===
 
เมื่อ พ.ศ. 2530 นายสมบูรณ์ ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาในขณะนั้น ได้พิจารณาเห็นว่าเป็นปีที่[[พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช]] จะทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นปีเฉลิมพระเกียรติแต่พระเจ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเป็นปีท่องเที่ยวไทย สมควรจะได้ดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุให้เป็นกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างกำแพงและซุ้มประตูเมืองนครราชสีมาอีก 3 ประตู ซึ่งหักพัง และถูกรื้อสูญไปแล้ว ให้มีครบทั้ง 4 ประตู ตามที่เคยมีมาตั้งแต่โบราณ
[[ภาพไฟล์:ชุมพล_ตะวันตก2.jpg|thumb|right|ประตูชุมพลในปัจจุบัน]]
=== ขั้นตอนในการก่อสร้าง ===
==== ขั้นตอนที่ 1 ====
การคัดเลือกสถานที่ก่อสร้าง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกสถานที่ขึ้น ประกอบด้วยนายเด็ดดวง สุคนธรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองนครราชสีมา เป็นประธาน นายสถิตย์ ภักดิ์ศรีแพง หัวหน้าฝ่ายบริหาร สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ศึกษาและค้นคว้าประวัติ และตำนานของเมืองนครราชสีมา และกำหนดจุดก่อสร้างให้ตรงตามประวัติและสถานที่ดั่งเดิม และประสานขอใช้สถานที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาของคณะกรรมการ จึงได้กำหนดจุดก่อสร้างประตูทั้งสาม ดังนี้
[[ภาพไฟล์:พลแสน_เหนือ.jpg|thumb|right|ประตูพลแสนในปัจจุบัน]]
:# '''ก่อสร้างประตูพลแสน''' ที่บริเวณด้านในคูเมือง ด้านทิศเหนือ ตรงใกล้สี่แยกถนนพลแสนตัดกับถนนประจักษ์ (หน้าวัดสามัคคี)
:# '''ก่อสร้างประตูไชยณรงค์''' ที่บริเวณด้านในคูเมือง ด้านทิศใต้ ตรงบริเวณใกล้ห้าแยกราชนิกูล (ใกล้บริเวณตลาดสดประตูผี)
:# '''ก่อสร้างประตูพลล้าน''' ที่บริเวณด้านในคูเมือง ด้านทิศตะวันออก ตรงใกล้สี่แยกถนนจอมพลตัดกับถนนพลล้าน (ใกล้ทางเข้าทุ่งสว่าง)
จังหวัดได้ขอใช้ที่ราชพัสดุทั้ง 3 แห่ง ในการก่อสร้าง และได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ตามหนังสือด่วนมาก ที่ กค 0507/3788 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2530 และจังหวัดได้ขอรับความเห็นจากกรมศิลปากรเกี่ยวกับจุดก่อสร้างประตูเมืองทั้ง 3 แห่ง และแบบแปลน
[[ภาพไฟล์:ไชยณรงค์_ใต้.jpg|thumb|right|ประตูไชยณรงค์ในปัจจุบัน]]ซึ่งสำนักงานโยธาธิการจังหวัดนครราชสีมาเขียนขึ้น (แบบแปลนที่ ยธ.นม.232) ตลอดจนขอทราบว่า แต่เดิมกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนประตูเมืองทั้ง 3 แห่ง เป็นโบราณสถานหรือไม่ และยินยอมให้จังหวัดนครราชสีมา ก่อสร้างประตูเมืองตามแบบแปลนที่ ยธ.นม.232 ดังกล่าวหรือไม่ กรมศิลปากรแจ้งให้ทราบว่า กรมศิลปากรมิได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานประตูเมืองทั้งสามไว้ จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลยพินิจของจังหวัดที่จะดำเนินการ (ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ 0704/2016 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2530)
 
==== ขั้นตอนที่ 2 ====
 
การออกแบบก่อสร้าง คณะกรรมการฝ่ายช่าง ซึ่งประกอบด้วย นายประชา จิตรภิรมย์ศรี โยธาธิการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธาน นายสมศักดิ์ กุลนรากร นายช่างโยธา 4 เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ออกแบบกำแพง และซุ้มประตูเมืองให้มีรูปลักษณะคล้ายของเดิมตามประวัติศาสตร์ โดยให้ถือประตูชุมพลเป็นแบบ คณะกรรมการฝ่ายช่างได้ออกแบบตามแบบ ยธ.นม.232 และประมาณการก่อสร้างประมาณประตูละ 1.3 ล้านบาทเศษ
[[ภาพไฟล์:พลล้าน_ตะวันออก.jpg|thumb|right|ประตูพลล้านในปัจจุบัน]]
 
==== ขั้นตอนที่ 3 ====
 
การจัดหาทุนก่อสร้าง คณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้าง ซึ่งประกอบไปด้วย นายสมบูรณ์ ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน นายสถิตย์ ภักดิ์ศรีแพง หัวหน้าฝ่ายบริหาร สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่จัดหาทุนจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาค โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ผลการดำเนินการของคณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนก่อสร้าง ปรากฏว่า มีผู้บริจาคเงินก่อสร้าง ดังนี้
:* บริษัท เอกศิลป์ จำกัด และบริษัท เค.เค.พัฒนาก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้บริจาค
 
==== ขั้นตอนที่ 4 ====
 
ขั้นตอนการก่อสร้างได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นเป็น 3 คณะ คือ คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จากการรับจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างประตูเมืองทั้ง 3 แห่ง ปรากฏผลดังนี้
:*'''ประตูไชยณรงค์''' บริษัท เอกศิลป์ จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
 
== สถานที่ใกล้เคียง ==
:* [[ท้าวสุรนารี#อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี|อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี]]
:* [[วัดหนองบัวรอง]]
:* [[ค่ายสุรนารี]]
 
== ดูเพิ่ม ==
:* [[ประตูพระบรมมหาราชวัง]]
:* [[ป้อมรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง]]
 
== อ้างอิง ==
{{รายการอ้างอิง}}
<references />
 
[[หมวดหมู่:จังหวัดนครราชสีมา]]
[[หมวดหมู่:ป้อมปราการ]]
[[หมวดหมู่:ประตูเมือง]]
 
{{โครงสถานที่}}