ผลต่างระหว่างรุ่นของ "จังหวัดน่าน"

เพิ่มขึ้น 2,400 ไบต์ ,  12 ปีที่แล้ว
 
== กลุ่มชาติพันธุ์ ==
ประชากรในจังหวัดน่านมีอยู่อย่างเบาบางเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (40 คนต่อตารางกิโลเมตร) กระจัดกระจายไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ราบมักเป็นที่อาศัยของ[[ชาวไทย]] เช่น ไทยล้านนาและ[[ไทยลื้อ]] ลาวพวน ส่วนบริเวณที่สูงตามไหล่เขาเป็นชุมชนของชนกลุ่มน้อยที่เรียกกันว่า ชาวเขา ได้แก่ [[ชาวม้ง]] [[เมี่ยน]] [[ ลัวะ]] [[ขมุ]] และรวมถึงชาวตองเหลืองที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ตำบลแม่ขะนิง [[อำเภอเวียงสา]]ด้วย ผู้คนในจังหวัดน่านจึงมีภาษาพูดที่หลากหลายด้วยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาไทยถิ่นเหนือหรือพูด[[คำเมือง]]สำเนียงน่าน
 
'''1.''' '''ชาวไทยวน หรือ คนเมือง''' ส่วนใหญ่อพยพมาจากเชียงแสน และบริเวณต่าง ๆ ของล้านนา ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัด
คำพูดสำเนียงคำเมืองน่านแบ่งได้ 3 แบบ คือ
'''2.''' '''ชาวไทลื้อ (ไทลื้อ ,ไทยอง)'''ส่วนใหญ่อพยพมาจากสิบสองปันนา และหัวเมืองต่าง ๆ บริเวรที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งมีทั้งอพยพมาด้วยความสมัครใจ และอพยพมาเนื่องจากเกิดศึกสงครามทั้งภายในหัวเมืองลื้อเอง และอพยพมามากที่สุดยุคเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมืองของเจ้ากาวิลละแห่งเชียงใหม่ และเจ้าอัตถวรปัญโญ แห่งนครน่าน และยุคของเจ้าสุมนเทวราช อีกทั้งมีการอพยพเข้ามาเรื่อย ๆ ครั้งเกิดการปฏิวัติการปกครองประเทศของจีน ชาวไทลื้ออาศัยตั้งบ้านเรือน อยู่กระจัดกระจายตามลุ่มน้ำต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน มีมากที่สุด คืออำเภอปัว แทบทุกตำบล และอำเภอท่าวังผา สองแคว เชียงกลาง และทุ่งช้าง เลยไปถึงเฉลิมพระเกียตริ
* [[อำเภอเมืองน่าน]]ไปจรด[[อำเภอนาหมื่น]] พูดสำเนียงคล้ายสำเนียงคำเมืองแบบคนเมืองแพร่
* สำเนียงคำเมือง[[อำเภอแม่จริม]] คล้ายสำเนียงคนเชียงใหม่
* [[อำเภอท่าวังผา]]ไปสุด[[อำเภอเฉลิมพระเกียรติ (จังหวัดน่าน)|อำเภอเฉลิมพระเกียรติ]] พูดสำเนียงน่านปนสำเนียงภาษาลื้อ (สังเกตง่าย ๆ สำเนียงภาษาลื้อไม่มีสระอัว เอีย และเอียะ)
 
ส่วนภาษาไทยลื้อในจังหวัดน่าน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
* ไทลื้อฝั่งสิบสองปันนาตะวันออก ได้แก่ เมืองล้า เมืองมาง (อาศัยอยู่แถบลุ่มแม่น้ำน่าน บริเวณชุมชนบ้านหนองบัวและแถวตำบลยอด อำเภอสองแคว) สำเนียงพูดใกล้เคียงกับภาษาไทยอีสานปนลาวพวน
* ไทลื้อฝั่งสิบสองปันนาตะวันตก ได้แก่ เมืองยู้ เมืองยอง เมืองเชียงลาบ เมืองเสี้ยว (อาศัยอยู่แถบลุ่มแม่น้ำย่าง บริเวณชุมชนตำบลยม-ศิลาเพชร เลยไปถึงศิลาแลง แถบลุ่มแม่น้ำปัว ถึงห้วยโก๋น) สำเนียงพูดเหมือนสำเนียงคนยองในจังหวัดลำพูน-เชียงใหม่
 
'''3. ชาวไทพวน หรือ ลาวพวน''' ตั้งบ้านเรือนที่บ้านฝายมูล อ.ท่าวังผา และบ้านน้ำปั้ว อ.เวียงสา
'''4. ชาวไทเขิน หรือ ชาวขึน''' ซึ่งอพยพมาจากเชียงตุง ปัจจุบันส่วนใหญ่จะถูกกลืนทางวัฒนธรรมจากคนเมือง ทั้งภาษาพูดและเครื่องแต่งกาย แต่บางหมู่บ้านยังมีการนับถือผีเจ้าเมืองของไทเขินอยู่ จึงรู้ว่าเป็นไทเขิน เช่นบ้านหนองม่วง อ.ท่าวังผา ส่วนบ้านเชียงยืน ตำบลยม ถูกชาวไทลื้อกลืนวัฒนธรรม จนไม่เหลือเค้าของชาวไทเขิน
'''5. ชาวไทใหญ่ หรือ เงี้ยว หรือ ไตโหลง''' ซึ่งมีถิ่นฐานในรัฐฉาน และเชียงตุง อาศัยอยู่บริเวณแถว อำเภอทุ่งช้าง ในปัจจุบันถูกกลืนวัฒนธรรม จนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นชาวไทใหญ่
 
 
บริเวณที่สูงตามไหล่เขาเป็นชุมชนของชนกลุ่มน้อยที่เรียกกันว่า ชาวเขา ได้แก่ [[ชาวม้ง]] [[เมี่ยน]] [[ ลัวะ]]หรือถิ่น [[ขมุ]] และรวมถึงชาวตองเหลืองที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ตำบลแม่ขะนิง [[อำเภอเวียงสา]]ด้วย ผู้คนในจังหวัดน่านจึงมีภาษาพูดที่หลากหลายด้วยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะพูดภาษาไทยถิ่นเหนือหรือพูด[[คำเมือง]]สำเนียงน่าน
 
== ทำเนียบรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ==
ผู้ใช้นิรนาม