ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ทำเนียบท่าช้าง"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''วังถนนพระอาทิตย์''' ตั้งอยู่บน[[ถนนพระอาทิตย์]] บริเวณที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เดิมเป็นบ้านของ[[เจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรีย)]] ผู้เป็นต้นต้นสกุลคชเสนี เชื้อสาย[[มอญ]] และเป็นปู่ของ[[เจ้าจอมมารดากลิ่น คชเสนี|เจ้าจอมมารดากลิ่น]]ใน[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ที่ดินผืนนี้ ได้และเป็น[[มรดก]]ตกทอดมาถึง [[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์]] (พระองค์เจ้ากฤดาภินิหาร) ต่อมาในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนัก 2 ชั้น เป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทิธิ์และเจ้าจอมมารดา ต่อมาเรียกอาคารหลักนี้ว่า ตำหนักเดิม
{{รอการตรวจสอบ}}
'''วังถนนพระอาทิตย์''' ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่เดิมเป็นบ้านของ[[เจ้าพระยามหาโยธา (ทอเรีย)]] ผู้เป็นต้นสกุลคชเสนี เชื้อสาย[[มอญ]] และเป็นปู่ของ[[เจ้าจอมมารดากลิ่น คชเสนี|เจ้าจอมมารดากลิ่น]]ใน[[พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ที่ดินผืนนี้ ได้เป็น[[มรดก]]ตกทอดมาถึง [[พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์]] (พระองค์เจ้ากฤดาภินิหาร) ในรัชสมัย[[พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนัก 2 ชั้น เป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทิธิ์และเจ้าจอมมารดา ต่อมาเรียกอาคารหลักนี้ว่า ตำหนักเดิม
 
ในปี [[พ.ศ. 2460]] [[พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว]] พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างตำหนักใหม่ พระราชทานแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอในปี กรมพระนเรศวรฤทธิ์[[พ.ศ. ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษาครบ 52460]] รอบ เป็นอาคารทรง[[ยุโรป]]ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น เรียกว่า [[วังมะลิวัลย์]] จากนั้น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ทรงย้ายไปประทับอยู่ ณ วังมะลิวัลย์จนสิ้นพระชนม์ในปี [[พ.ศ. 2468]] ส่วนตำหนักเดิมนั้น สันนิษฐานว่าเป็นที่พำนักของเจ้าจอมมารดากลิ่น ต่อมาจนท่านถึงหลังจากที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์สิ้นพระชนม์ พระโอรสองค์ใหญ่ซึ่งทรงเป็นผู้จัดการมรดก ได้ทูลเกล้าฯ ถวายขายตำหนักและที่ดินแก่อนิจกรรมพระคลังข้างที่ในปี [[พ.ศ. 2468]] ก่อนหน้าหรือ [[สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระโอรสเล็กน้อยมหากษัตริย์]] ในปัจจุบัน
 
[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]]ในรัชสมัยรัชกาลที่ ได้7 พระองค์ทรงพระราชทานตำหนักเดิม วังถนนพระอาทิตย์ ให้เป็นที่ประทับของ[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์]] ต้น[[ราชสกุล]]สวัสดิวัฒน์ พระองค์ท่านเมื่อพักได้ประทับที่ตำหนักเดิมอยู่ระยะหนึ่ง จนตำหนักใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จในบริเวณใกล้เคียงกัน เป็นอาคารสูง 3 ชั้น สร้างเสร็จจึงได้ย้ายไปประทับ ตำหนักเดิมจึงถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่งไม่มีใครอาศัย จากนั้นจนประมาณปี พ.ศ. 2479-2481 ตำหนักเดิมได้เป็นที่พำนักของ[[คุณหญิงลิ้นจี่ สุริยานุวัตร]] และระหว่างปี พ.ศ. 2485-2490เข้ามาพำนักที่ตำหนักเดิม ต่อมา[[รัฐบาล]]ได้จัดให้วังถนนพระอาทิตย์ เป็นที่พักของนาย[[ปรีดี พนมยงค์]] ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และตำหนัก 3ในระหว่างปี ชั้นพ.ศ. ได้2485-2490 ซึ่งใช้เป็นที่ทำการการผู้สำเร็จราชการและ จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ทำเนียบท่าช้าง
หลังจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์สิ้นพระชนม์ พระโอรสองค์ใหญ่ซึ่งทรงเป็นผู้จัดการมรดก ได้ทูลเกล้าฯ ถวายขายตำหนักและที่ดินแก่พระคลังข้างที่ใน [[พ.ศ. 2468]] ทรัพย์สินดังกล่าว จึงได้อยู่ในความดูแลของพระคลังข้างที่หรือ [[สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์]] ในปัจจุบัน
 
ในปี พ.ศ. 2492เมื่อครั้ง [[สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี]]ในรัชกาลที่ 7 เสด็จนิวัติ[[ประเทศไทย]] ในปี พ.ศ. 2492 รัฐบาลได้เตรียมจัดวังถนนพระอาทิตย์ถวายเป็นที่ประทับแต่ด้วย[[สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี]] ทรงเชิญเสด็จไปประทับ ณ [[วังสระปทุม]] จึงมิได้มาประทับ ณ วังนี้
[[พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว]] ได้พระราชทานตำหนักเดิม วังถนนพระอาทิตย์ ให้เป็นที่ประทับของ[[สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์]] ต้น[[ราชสกุล]]สวัสดิวัฒน์ พระองค์ท่านได้ประทับที่ตำหนักเดิมอยู่ระยะหนึ่ง จนตำหนักใหม่ที่ก่อสร้างเสร็จในบริเวณใกล้เคียงกัน เป็นอาคาร 3 ชั้น สร้างเสร็จจึงได้ย้ายไปประทับ ตำหนักเดิมถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่ง จากนั้นประมาณปี พ.ศ. 2479-2481 ตำหนักเดิมได้เป็นที่พำนักของ[[คุณหญิงลิ้นจี่ สุริยานุวัตร]] และระหว่างปี พ.ศ. 2485-2490 [[รัฐบาล]]ได้จัดให้วังถนนพระอาทิตย์ เป็นที่พักของนาย[[ปรีดี พนมยงค์]] ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และตำหนัก 3 ชั้น ได้ใช้เป็นที่ทำการผู้สำเร็จราชการและเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ทำเนียบท่าช้าง
 
ต่อมาระหว่างปี พ.ศ. 2515-2524 [[สำนักงานการวางแผนการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ]] (UNDP/DTCP) และ[[คณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี]] (Office of Maritime Commission) ได้เช่าตำหนักเดิมและทำเนียบท่าช้าง จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ระหว่าง และต่อมาในปี [[พ.ศ. 2515-25242521]] ต่อมาเมื่อสำนักงานกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ [[ยูนิเซฟ]] (UNICEF) ได้เปิดสำนักงานเช่าร่วมกันในปี [[พ.ศ. 2521]] ยูนิเซฟจึงได้เช่าตำหนักเดิม 2 ชั้นโดยเป็นผู้เช่าร่วม ต่อมาจนเมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวีได้ย้ายออกไป และสำนักงานการวางแผนการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ ได้ปิดทำการใน พ.ศ. 2530 ยูนิเซฟจึงได้เป็นผู้เช่าอาคารแต่ผู้เดียว และในปลายปี พ.ศ. 2535 ต่อมายูนิเซฟได้ย้ายสำนักงานเขต (Area Office) และฝ่ายบัตรอวยพร (Greeting Cards Operation) มาที่ตำหนักเดิมในปลายปี พ.ศ. 2535
ในปี พ.ศ. 2492 [[สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี]]ในรัชกาลที่ 7 เสด็จนิวัติ[[ประเทศไทย]] รัฐบาลได้เตรียมจัดวังถนนพระอาทิตย์ถวายเป็นที่ประทับแต่ด้วย[[สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี]] ทรงเชิญเสด็จไปประทับ ณ [[วังสระปทุม]] จึงมิได้มาประทับ ณ วังนี้
 
[[สำนักงานการวางแผนการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ]] (UNDP/DTCP) และ[[คณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี]] (Office of Maritime Commission) ได้เช่าตำหนักเดิมและทำเนียบท่าช้าง จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ระหว่างปี พ.ศ. 2515-2524 ต่อมาเมื่อสำนักงานกองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ [[ยูนิเซฟ]] (UNICEF) ได้เปิดสำนักงานในปี [[พ.ศ. 2521]] ยูนิเซฟจึงได้เช่าตำหนักเดิม 2 ชั้นโดยเป็นผู้เช่าร่วม ต่อมาคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวีได้ย้ายออกไป และสำนักงานการวางแผนการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาแห่งองค์การสหประชาชาติ ได้ปิดทำการใน พ.ศ. 2530 ยูนิเซฟจึงได้เป็นผู้เช่าอาคารแต่ผู้เดียว และในปลายปี พ.ศ. 2535 ยูนิเซฟได้ย้ายสำนักงานเขต (Area Office) และฝ่ายบัตรอวยพร (Greeting Cards Operation) มาที่ตำหนักเดิม
 
== สถาปัตยกรรม ==
ตำหนักเดิม เป็นอาคาร 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน [[หลังคา]][[ปั้นหยา]]มุงกระเบื้องว่าว มีจั่วเปิดคู่ด้าน[[แม่น้ำเจ้าพระยา]] และจั่วเปิดหนึ่งจั่วด้านถนนพระอาทิตย์ หน้าจั่วประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษา เชิงชายประดับไม้ฉลุ ด้านแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งแต่เดิมเป็นด้านหน้าอาคารจะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีระเบียงทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ตามลักษณะ[[สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล]] ราวระเบียงชั้นล่างเป็นลูกกรงปูนปั้น ส่วนชั้นบนเป็นลูกกรงเหล็กหล่อทำให้ดูโปร่งเบา ด้านถนนพระอาทิตย์มีเสาสูงรับหนาจั่ว กลางอาคารอิทธิพล[[คลาสิครีไววัล]] ด้านทิศเหนือมีมุขครึ่งแปดเหลี่ยม ผนังอาคารตกแต่งด้วยลวดบัวปูนปั้น และเซาะร่องตามแนวนอน หน้าต่างโค้ง ช่วงบนเป็นช่องระบายอากาศไม้ฉลุลายโปร่งแบบเรือน[[ขนมปังขิง]] ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5
 
ปัจจุบัน อาคารหลังนี้ได้ปรับใช้เป็นสำนักงานของยูนิเซฟ ซึ่งได้ดูแลรักษาอาคารเป็นอย่างดี
 
== อ้างอิง ==