ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การดื้อแพ่ง"

(→‎ดื้อแพ่งในสังคมไทย: สมาสสนธิคำไทย)
:''สิทธิที่จะไม่เชื่อฟังรัฐเป็นช่องทางการเคลื่อนไหวเรียกร้องของผู้คนธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย นอกเหนือช่องทางปกติ เป็นตัวสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งกระทำไม่ได้ในระบบที่ดำรงอยู่ ถือเป็นคุณูปการที่เด่นชัดของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม/ประชาสังคมรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน''
 
ในวันที่ [[2 เม.ย.]] [[พ.ศ. 2549]] [[ไชยันต์ ไชยพร|รศ. ดร. ไชยันต์ ไชยพร]] อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ฉีกบัตรเลือกตั้งของตนทิ้งให้สื่อมวลชนดูหลังจากที่ใช้สิทธิลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดแล้ว โดยเขายอมรับว่ากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและพร้อมสู้คดีในทางกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามไชยันต์ยืนยันสิทธิของตนตามมาตรา 65 ของรัฐธรรมนูญว่าบุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวไปสอบสวน (อ้าง [http://www.bangkokbiznews.com/specialreport/2Apr/x001_91918.php?news_id=91918] และ [http://prachatai.com/05web/th/home/3273]) หลังจากนั้นนาย [[รัฐเอกราช ราษฎร์ภักดีรัช]] ได้ร่วมฉีกบัตรเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยรัฐเอกราชได้กล่าวว่า ตนเห็นว่าการวางตำแหน่งของคูหาเลือกตั้งนั้นไม่ถูกต้อง จึงได้แต่งชุดดำประท้วงและฉีกบัตรเลือกตั้ง รัฐเอกราชกล่าวว่าตนมีอุดมการณ์เดียวกับไชยันต์ด้วย (อ้าง [http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/02/w001_91998.php?news_id=91998]) ล่าสุดหลังจากเหตุการณ์นั้น[[ศูนย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]ได้ยืนยันว่าจะช่วยเหลือไชยันต์ในทางกฎหมายแล้ว (อ้าง [http://www.bangkokbiznews.com/specialreport/2Apr/x001_92003.php?news_id=92003]) นอกจากนั้น ในวันเดียวกันนาย [[ยศศักดิ์ โกศยากานนท์]] อาจารย์คณะ[[นิติศาสตร์]] [[มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต]] ยังได้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มนิ้วชี้ตนเองและใช้เลือดในการกากบาทในช่องลงคะแนนของบัตรเลือกตั้ง โดยเขายืนยันว่าได้ศึกษาข้อกฎหมายแล้วไม่ได้เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด แม้ว่ายศศักดิ์จะกล่าวว่าเขาประท้วงตามแนวทางอารยะขัดขืน ถ้าพิจารณาในแง่ที่ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายของยศศักดิ์จึงไม่น่าจัดว่าเป็นอารยะขัดขืนหรือดื้อแพ่ง แต่เป็นการประท้วงแบบสันติวิธี
 
=== คำว่า "อารยะขัดขืน" ===
ผู้ใช้นิรนาม