ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การดื้อแพ่ง"

{{รอการตรวจสอบ}}
'''ดื้อแพ่ง''' หรือ '''อารยะขัดขืน''' ([[ภาษาอังกฤษ|อังกฤษ]]: civil disobedience) เป็นการเรียกกิจกรรมรวม ๆ ของการเคลื่อนไหวที่จะไม่กระทำตาม[[กฎหมาย]] หรือ ความต้องการและคำสั่งของ[[รัฐบาล]]หรือผู้อยู่ในอำนาจ โดยไม่มีการใช้ความรุนแรงทางกายภาพ ในอดีต มีการใช้แนวทางดื้อแพ่งในการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้าน[[อังกฤษ]]ใน[[ประเทศอินเดีย]] ในการต่อสู้กับ[[การแบ่งแยกสีผิว]]ใน[[แอฟริกาใต้]] ในการเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองของอเมริกา และใน[[ยุโรป]] รวมถึงประเทศแถบ[[สแกนดิเนเวีย]]ในการต่อต้านการยึดครองของนาซี แนวคิดนี้ริเริ่มโดย[[เฮนรี เดวิด ธอโร]] นักเขียนชาวอเมริกันในบทความชื่อดื้อแพ่ง ในชื่อเดิมว่า ''การต่อต้านรัฐบาลพลเมือง'' ซึ่งแนวคิดที่ผลักดันบทความนี้ก็คือการพึ่งตนเอง และการที่บุคคลจะมีจุดยืนที่ถูกต้องเมื่อพวกเขา "ลงจากหลังของคนอื่น" นั่นคือ การต่อสู้กับรัฐบาลนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องต่อสู้ทางกายภาพ แต่ประชาชนจะต้องไม่ให้การสนับสนุนรัฐบาลหรือให้รัฐบาลสนับสนุนตน (ถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล) บทความนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้ที่ยึดแนวทางดื้อแพ่งนี้ ในบทความนี้ทอโรอธิบายเหตุผลที่เขาไม่ยอมจ่ายภาษีเพื่อเป็นการประท้วงระบบ[[ทาส]]และ[[สงครามเม็กซิกัน-อเมริกัน]]
 
เพื่อที่จะแสดงออกถึงดื้อแพ่ง ผู้ขัดขืนอาจเลือกที่จะฝ่าฝืนกฎหมายใดเป็นการเฉพาะ เช่น กีดขวางทางสัญจรอย่างสงบ หรือเข้ายึดครองสถานที่อย่างผิดกฎหมาย ผู้ประท้วงกระทำการจราจลอย่างสันติเหล่านี้ โดยคาดหวังว่าพวกตนจะถูกจับกุม หรือกระทั่งถูกทำร้ายร่างกายโดยเจ้าหน้าที่. ผู้ประท้วงมักจะได้รับการนัดแนะล่วงหน้า ว่าควรจะตอบสนองการจับกุมหรือทำร้ายร่างกายอย่างไร และจะขัดขืนอย่างเงียบ ๆ หรือไม่รุนแรง โดยไม่คุกคามเจ้าหน้าที่
 
== สัตยาเคราะห์ในอินเดีย ==
[[มหาตมะ คานธี]] ผู้นำการเคลื่อนไหวดื้อแพ่ง เพื่อต่อต้านอังกฤษในประเทศอินเดีย เรียกแนวทางของตนว่า "สัตยาเคราะห์" (Satyagraha) หมายถึง การต่อสู้บนรากฐานของความจริงหรือสัจจะ
 
เหตุการณ์ดื้อแพ่งของมหาตมะ คานธี ครั้งนั้นมีชื่อเรียกว่า "The Salt March" เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์อินเดีย หลังจากคานธีได้รับการปล่อยตัวออกมา ก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้คนอินเดียร่วมกันต่อสู้จนได้รับอิสรภาพใน [[ค.ศ. 1947]] ในที่สุด
 
== ดื้อแพ่งในสหรัฐอเมริกา ==
 
ช่วงระหว่าง ค.ศ. 1955-1968 ใน[[สหรัฐอเมริกา]]มีการต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมกันของคนผิวดำ ที่เรียกว่า Civil Rights Movement ก่อนหน้านี้คนผิวดำและผิวขาวต้องแยกใช้ห้องน้ำ ร้านอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล ย่านที่อยู่อาศัย รถประจำทาง โดยเฉพาะในรัฐทางใต้จะใช้งานร่วมกันไม่ได้
การต่อสู้เหล่านี้เพื่อกดดันรัฐบาลกลาง จนนำมาสู่การออกกฎหมาย Voting Rights Act ใน ค.ศ. 1965 และ Civil Rights Act ปี ค.ศ. 1968 ที่ให้สิทธิเท่าเทียมกันระหว่างคนผิวขาวและคนผิวดำ
 
== ดื้อแพ่งในสังคมไทย ==
การใช้คำนี้อย่างกว้างขวางใน[[ภาษาไทย]]เกิดขึ้นในบริบทของ[[การขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี|การประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร]]ในปี [[พ.ศ. 2549]] อย่างไรก็ตามการนำคำนี้ (ในรูปคำนี้) มาใช้ เริ่มโดย[[ชัยวัฒน์ สถาอานันท์]] <ref name="nationsud">ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์. [http://www.nationweekend.com/2006/03/03/NW14_441.php คอลัมน์หมายเหตุการณ์.] เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 15 ฉบับที่ 718 วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2549.</ref> เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ชัยวัฒน์อธิบายว่า
 
{{รายการอ้างอิง}}
 
== ดูเพิ่ม ==
* [[การเดินขบวนวันจันทร์ในเยอรมนีตะวันออก]]
* [[รายชื่อผู้ฉีกบัตรเลือกตั้งเพื่อประท้วงในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2549]]
72,222

การแก้ไข