ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ภาษากงกณี"

เพิ่มขึ้น 21,844 ไบต์ ,  11 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(เก็บกวาด +แจ้งรอตรวจสอบด้วยบอต)
 
== ลักษณะ ==
ภาษากอนกานีเป็นภาษาที่มีความหลากหลายในด้านการเรียงประโยคและรูปลักษณ์ของภาษา ไม่อาจจำแนกได้ว่าเป็นภาษาที่ใช้การเน้นเสียงหรือเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ <ref name="D2_Konkani">{{cite web |url=http://www.sfb632.uni-potsdam.de/conference/posters/D2_Konkani.pdf |title=The question of Konkani? |author=Caroline Menezes (The National Institute for Japanese language, Tokyo, Japan) |publisher=Project D2, Typology of Information Structure" |accessdate=2008-02-10}}</ref> เป็นภาษาที่แยกเสียงสั้นยาวของสระเช่นเดียวกับภาษาในกลุ่มอินโด-อารยันอื่นๆ พยางค์ที่มีสระเสียงยาวมักเป็นพยางค์ที่เน้น
 
ภาษากอนกานีมีสระพื้นฐาน 16 เสียง พยัญชนะ 36 เสียง เสียงกึ่งสระ 5 เสียง เสียงออกตามไรฟัน 3 เสียง เสียงระบายลม 1 เสียง และมีเสียงประสมจำนวนมาก ความแตกต่างของสระนาสิกเป็นลักษณะพิเศษของภาษากอนกานี
===สระ===
<div style="background:transparent">
{| class="IPA" cellspacing="0px" cellpadding=0 style="text-align:center; background:transparent;"
|- style="text-align:center; font-size:smaller;"
| style="width:60px;" | '''[[Front vowel|Front]]'''
| style="width:60px;" | '''[[Near-front vowel|Near-front]]'''
| style="width:60px;" | '''[[Central vowel|Central]]'''
| style="width:60px;" | '''[[Near-back vowel|Near-back]]'''
| style="width:60px;" | '''[[Back vowel|Back]]'''
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Close vowel|Close]]'''
| style="height:210px;" colspan=5 rowspan=7 | <div style="position:relative;width:300px;height:210px">[[Image:Blank vowel trapezoid.png|300px]]<div style="background:transparent; position:absolute; top:0px; left:0px">
{| style="position:relative; width:300px; height:210px; text-align:center; background:transparent;"
|-
| style="width:300px; height:210px; text-align:center; background:transparent;" |
 
<!-- CLOSE VOWELS -->
<div style="position:absolute; left:5%; width:2.33em; top:2%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Close front unrounded vowel|i]]&nbsp;•</div>
<div style="position:absolute; left:82%; width:3em; top:2%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
•&nbsp;[[Close back rounded vowel|u]]</div>
 
<!-- NEAR-CLOSE VOWELS -->
<div style="position:absolute; left:29%; width:2.33em; top:16%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Near-close near-front unrounded vowel|ɪ]]&nbsp;•</div>
<div style="position: absolute; left: 69%; width: 1.5em; top: 16%; height: 1.33em; font-size: 120%; background: white">•&nbsp;[[Near-close near-back vowel|ʊ]]</div>
 
<!-- CLOSE-MID VOWELS -->
<div style="position:absolute; left:16%; width:2.66em; top:30%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Close-mid front unrounded vowel|e]]&nbsp;•</div>
<div style="position:absolute; left:50%; width:2.66em; top:30%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
•&nbsp;[[Close-mid central rounded vowel|ɵ]]</div>
<div style="position:absolute; left:83%; width:2.66em; top:30%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
•&nbsp;[[Close-mid back rounded vowel|o]]</div>
 
<!-- OPEN-MID VOWELS -->
<div style="position:absolute; left:31%; width:2.66em; top:58%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Open-mid front unrounded vowel|ɛ]]&nbsp;•</div>
<div style="position:absolute; left:84%; width:2.33em; top:58%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Open-mid back unrounded vowel|ʌ]]&nbsp;•&nbsp;[[Open-mid back rounded vowel|ɔ]]</div>
 
<!-- NEAR-OPEN VOWELS -->
<div style="position:absolute; left:37%; width:1.33em; top:73%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Near-open front unrounded vowel|æ]]</div>
<div style="position:absolute; left:64%; width:1em; top:73%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Near-open central vowel|ɐ]]</div>
 
<!-- OPEN VOWELS -->
<div style="position:absolute; left:44%; width:2.66em; top:86%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
[[Open front unrounded vowel|a]]&nbsp;•</div>
<!-- <div style="position:absolute; left:67%; width:1.33em; top:86%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
(a)</div> -->
<div style="position:absolute; left:83%; width:2.66em; top:86%; height:1.33em; font-size:120%; background:white">
•&nbsp;[[Open back rounded vowel|ɒ]]</div>
|}
</div></div>
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Near-close vowel|Near‑close]]'''
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Close-mid vowel|Close‑mid]]'''
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Mid vowel|Mid]]'''
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Open-mid vowel|Open‑mid]]'''
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Near-open vowel|Near‑open]]'''
|-
| style="height:30px; font-size:smaller; text-align:right;" | '''[[Open vowel|Open]]'''
|}
</div><noinclude>
 
===พยัญชนะ===
{|class="wikitable"
|+'''พยัญชนะ'''
!&nbsp;||Labial||Dental||Alveolar||Retroflex||Alveopalatal||Velar||Glottal
|-style="text-align:center"
!ไม่ก้อง<br>กัก
|{{IPA|p}}<br/>{{IPA|pʰ}}||{{IPA|t̪}}<br/>{{IPA|t̪ʰ}}||&nbsp;||{{IPA|ʈ}}<br/>{{IPA|ʈʰ}}||{{IPA|cɕ}}<br/>{{IPA|cɕʰ}}|| {{IPA|k}}<br/>{{IPA|kʰ}}||&nbsp;
|-style="text-align:center"
!ก้อง<br>กัก
|{{IPA|b}}<br/>{{IPA|bʰ}}||{{IPA|d̪}}<br/>{{IPA|d̪ʰ}}||&nbsp;||{{IPA|ɖ}}<br/>{{IPA|ɖʰ}}||{{IPA|ɟʝ}}<br/>{{IPA|ɟʝʰ}}||{{IPA|ɡ}}<br/>{{IPA|ɡʰ}}||&nbsp;
|-style="text-align:center"
!ไม่ก้อง<br>เสียดแทรก
|&nbsp;||&nbsp;||{{IPA|s}}||&nbsp;||{{IPA|ɕ}}||&nbsp;||{{IPA|h}}
|-style="text-align:center"
!นาสิก
|{{IPA|m}}<br/>{{IPA|mʰ}}||{{IPA|n̪}}<br/>{{IPA|n̪ʰ}}||&nbsp;||{{IPA|ɳ}}<br/>{{IPA|ɳʰ}}||{{IPA|ɲ}}||{{IPA|ŋ}}||&nbsp;
|-style="text-align:center"
!เสียงเหลว
|{{IPA|ʋ}}<br/>{{IPA|ʋʰ}}||&nbsp;||{{IPA|l}} {{IPA|ɾ}}<br/>{{IPA|lʰ}} {{IPA|ɾʰ}}|||{{IPA|ɭ}} {{IPA|ɽ}}||{{IPA|j}}||&nbsp;||&nbsp;
|}
 
==ประวัติ==
===จุดเริ่มต้น===
ภาษากอนกานีพัฒนาขึ้นในบริเวณ[[กอนกาน]]ซึ่งเป็นฉนวนแผ่นดินแคบๆระหว่างเขตภูเขาสหยทริและ[[ทะเลอาหรับ]]ทางฝั่งตะวันตกของอินเดีย โดยเฉพาะในโคมันตัก (ปัจจุบันคือ[[กัว]]) ทฤษฎีเกี่ยวกับกำเนิดของภาษากอนกานีมีสองแบบคือ
* ต้นกำเนิดของภาษากอนกานีคือกลุ่มพราหมณ์สรสวัต ผู้อยู่ตามฝั่ง[[แม่น้ำสรวสวตี]]ในอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำเมื่อราว 1,357 ปีก่อนพุทธศักราช ทำให้มีการอพยพ กลุ่มผู้อพยพกลุ่มหนึ่งเข้ามาตั้งหลักแหล่งในบริเวณโคมันตัก คนกลุ่มนี้พูด[[ภาษาปรากฤต]]([[ภาษาเศารเสนี]]) ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นภาษากอนกานี<ref>[http://www.kamat.com/kalranga/konkani/konkani.htm Origins of the Konkani Language - Krishnanand Kamat]</ref>
* ภาษากอนกานีเป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้พูดในหมู่ชาวโกกนาซึ่งถูกทำให้เป็นสันสกฤต ชนกลุ่มนี้ปัจจุบันอยู่ในทางเหนือของ[[รัฐมหาราษฏระ]]และทางใต้ของ[[รัฐคุชราต]]แต่อาจจะมีต้นกำเนิดมาจากเขตกอนกาน ผู้อพยพชาวอารยันที่เข้าสู่กอนกานนำภาษาของคนในท้องถิ่นมาใช้และเพิ่มศัพท์จากภาษาปรากฤตและ[[ภาษาสันสกฤต]]เข้าไป <ref>[http://www.colaco.net/1/nanduKonkaniRoots.htm Tracing the Roots of the Konkani Language - Dr. Nandkumar Kamat]</ref>
 
===ช่วงแรก===
ภาษากอนกานีเป็นภาษาหลักในกัว เริ่มแรกเขียนด้วย[[อักษรพราหมี]] ต่อมาจึงเขียนด้วยอักษรเทวนาครี ใช้ในทางศาสนาและการค้ารวมทั้งในชีวิตประจำวัน
 
กลุ่มชนอื่นๆ ที่ใช้ภาษากอนกานีสำเนียงต่างๆ ได้แก่ชาวกอนกานมุสลิมในเขตรัตนกาลีและภัตกัล ซึ่งมีลักษณะของ[[ภาษาอาหรับ]]เข้ามาปนมาก ชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้ภาษากอนกานีคือชาวสิททิสซึ่งมาจาก[[เอธิโอเปีย]]<ref>[http://www.kamat.com/kalranga/people/siddi.htm People of India - Siddis<!-- Bot generated title -->]</ref>
===การอพยพและการแยกเป็นส่วน===
การเข้ามาของ[[โปรตุเกส]]ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากในหมู่ของชาวกอนกานี ชาวกอนกานีบางส่วนเปลี่ยนไปนับถือ[[ศาสนาคริสต์]]และอิทธิพลทางศาสนาของโปรตุเกสทำให้ชาวกอนกานีบางส่วนอพยพออกไป การแบ่งแยกระหว่างชาวกอนกานีที่นับถือ[[ศาสนาฮินดู]]และคริสต์ทำให้ภาษากอนกานีแตกเป็นหลายสำเนียงยิ่งขึ้น
การอพยพของชาวคริสต์และฮินดูเกิดเป็น 3 ระลอก การอพยพครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2103 ซึ่งเป็นช่วงแรกที่โปรตุเกสเข้ามาปกครองกัว ครั้งที่ 2 เกิดเมื่อ พ.ศ. 2114 ในสงครามกับสุลต่านพิชปูร์ การอพยพครั้งที่ 3 เกิดขึ้นระหว่างสงครามในช่วง พ.ศ. 2226 - 2283 การอพยพในช่วงแรกเป็นผู้นับถือศาสนาฮินดู ส่วนสองครั้งหลัง ส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์
===ภาษากอนกานีในกัวของโปรตุเกส===
ในช่วงแรกของการเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส มิชชันนารีให้ความสำคัญกับการแปลคัมภีร์ศาสนาคริสต์เป็นภาษาท้องถิ่นทั้งภาษากอนกานีและ[[ภาษามราฐี]]จนกระทั่ง พ.ศ. 2227 โปรตุเกสห้ามใช้ภาษาถิ่นในเขตปกครองของตน ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสำหรับศาสนาฮินดู ให้ใช้[[ภาษาโปรตุเกส]]เป็นภาษาราชการแทน ทำให้การใช้ภาษากอนกานีลดลงและทำให้ภาษาโปรตุเกสมีอิทธิพลต่อภาษากอนกานีสำเนียงของชาวคริสต์มาก ส่วนชาวกอนกานีที่นับถือศาสนาฮินดูใช้ภาษามราฐีเป็นภาษาทางศาสนา และจากความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างภาษากอนกานีและภาษามราฐี ทำให้ชาวกอนกานีส่วนใหญ่พูดภาษามราฐีเป็นภาษาที่สองและปัจจุบันเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวฮินดูในกัวรวมทั้งชาวกอนกานีด้วย ชาวคริสต์ชั้นสูงใช้ภาษากอนกานีกับชนชั้นที่ต่ำกว่าและยากจน ส่วนในสังคมของตนใช้ภาษาโปรตุเกส
 
ผู้อพยพชาวกอนกานีนอกกัวยังคงใช้ภาษากอนกานีและภาษามีความแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น มีการเขียนภาษากอนกานีด้วย[[อักษรเทวนาครี]]ในรัฐมหาราษฏระ ในขณะที่ผู้พูดใน[[รัฐกรนาฏกะ]]เขียนด้วยอักษรกันนาดา
 
== การฟื้นฟูภาษากอนกานี ==
 
สถานะของภาษากอนกานีจัดว่าน่าเป็นห่วง มีการใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการและภาษาทางสังคมในหมู่ชาวคริสต์ ในหมู่ชาวฮินดูนิยมใช้ภาษามราฐีมากกว่าและมีการแบ่งแยกระหว่างชาวคริสต์และชาวฮินดูมากขึ้น
===ยุคหลังได้รับเอกราช===
หลังจากอินเดียได้รับเอกราช กัวได้รวมเข้ากับอินเดียเมื่อ พ.ศ. 2504 ได้เกิดข้อโต้แย้งในกัวเกี่ยวกับสถานะของภาษากอนกานีในฐานะภาษาเอกเทศและอนาคตของกัวว่าจะรวมเข้ากับรัฐมหาราษฏระหรือเป็นรัฐต่างหากต่อไป บทสรุปปรากฏว่ากัวเลือกเป็นรัฐต่างหากใน พ.ศ. 2510 ส่วนในด้านภาษา ภาษาที่มีการใช้มากภายในรัฐได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฮินดี ภาษามราฐี ส่วนภาษากอนกานียังไม่ได้รับการใส่ใจ
===การกำหนดให้เป็นภาษาเอกเทศ===
ในขณะที่มีความเชื่อว่าภาษากอนกานีเป็นสำเนียงของภาษามราฐีไม่ใช่ภาษาเอกเทศ สุนิต กุมาร จัตเตร์ชี ประธานคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์แห่งชาติได้จัดการประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับข้อโต้แย้งนี้และได้บทสรุปเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 ว่าภาษากอนกานีเป็นภาษาเอกเทศ <ref>[http://www.konkaniworld.com/heritage/index.asp?id=246 Sahitya Academy & Konkani Literature]</ref>
 
===สถานะการเป็นภาษาราชการ===
กลุ่มผู้รักภาษากอนกานีได้เรียกร้องให้ภาษากอนกานีเป็นภาษาประจำรัฐกัวใน พ.ศ. 2529 ในที่สุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 รัฐกัวยอมรับให้ภาษากอนกานีเป็นภาษาราชการของรัฐ และได้รับการยอมรับให้เป็นภาษาประจำชาติของอินเดียเมื่อ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2535
 
== ปัญหา ==
 
ภาษากอนกานีเป็นภาษาที่ใกล้ตายเพราะ
* การแตกแยกเป็นส่วนๆของภาษากอนกานี ทำให้ไม่มีสำเนียงกลางที่เข้าใจระหว่างกันได้
* การแพร่หลายของวัฒนธรรมตะวันตกในอินเดีย
* ชาวกอนกานีที่นับถือศาสนาฮินดูในกัวและบริเวณชายฝั่งของรัฐมหาราษฏระ ส่วนใหญ่ใช้ภาษามราฐีได้ด้วย
* ผู้นับถือศาสนาอิสลามหันไปใช้[[ภาษาอูรดู]]
* ปัญหาการติดต่อของชาวกอนกานีที่มีศาสนาต่างกัน และภาษากอนกานีไม่ได้เป็นภาษาสำคัญทางศาสนา ชาวกอนกานีมักติดต่อในกลุ่มที่นับถือศาสนาเดียวกันและหลีกเลี่ยงการติดต่อระหว่างกลุ่มที่มีศาสนาต่างกัน
* การอพยพของชาวกอนกานีไปยังบริเวณอื่นๆของอินเดียและทั่วโลก
* การขาดโอกาสที่จะเรียนภาษากอนกานีในโรงเรียน มีโรงเรียนที่สอนภาษากอนกานีไม่กี่แห่งในกัว ประชาชนที่อยู่นอกเขตที่ใช้ภาษากอนกานีไม่มีโอกาสได้เรียนภาษากอนกานีแม้ตะในแบบไม่เป็นทางการ
* ความนิยมของประชาชนที่นิยมพูดกับเด็กๆด้วยภาษาที่ใช้ทำมาหากิน ไม่ใช่ภาษาแม่ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาษาอังกฤษของเด็กดีขึ้น
มีความพยายามที่จะฟื้นฟูภาษากอนกานีโดยเฉพาะความพยายามของเศนอย โคเอมพับ ที่พยายามสร้างความสนใจวรรณกรรมภาษากอนกานีขึ้นอีกครั้ง มีองค์ที่สนับสนุนการใช้ภาษากอนกานี เช่น กอนกาน ไทซ ยตระ ที่บริหารโดยมันเดล และองค์กรที่ใหม่กว่าอย่างเช่น วิศวะ กอนกานี ปาริศัด
===การใช้หลายภาษา===
จากการสำรวจในอินเดีย ผู้พูดภาษากอนกานีพูดได้หลายภาษา ใน พ.ศ. 2544 ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศมีผู้ใช้สองภาษา 19.44% และใช้สามภาษา 7.26% ในขณะที่เฉพาะผู้พูดภาษากอนกานี มีผู้ใช้สองภาษา 74.2% และใช้สามภาษา 44.68% ทำให้ชุมชนของชาวกอนกานีเป็นชุมชนของผู้ใช้หลายภาษาในอินเดีย เหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากการที่ขาดโรงเรียนที่สอนด้วยภาษากอนกานีเป็นภาษาแรกหรือภาษาที่สอง
 
การใช้หลายภาษาไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่เป็นการชี้ให้เห็นว่าภาษากอนกานีเป็นภาษาที่ไม่เกิดการพัฒนา ผู้พูดภาษากอนกานีที่ใช้ภาษามราฐีในกัวและมหราราษฏระเชื่อว่าภาษากอนกานีเป็นสำเนียงของภาษามราฐี
 
== ข้อโต้แย้งระหว่างภาษากอนกานีและภาษามราฐี ==
 
มีการกล่าวอ้างมานานแล้วว่าภาษากอนกานีเป็นสำเนียงของภาษามราฐีและไม่ใช่ภาษาเอกเทศ ซึ่งมีเหตุผลหลายประการ ได้แก่ ความใกล้เคียงระหว่างภาษามราฐีและภาษากอนกานี ความใกล้เคียงทางภูมิศาสตร์ระหว่างกัวและมหาราษฏระ อิทธิพลอย่างชัดเจนของภาษามราฐีต่อภาษากอนกานีสำเนียงที่ใช้พูดในรัฐมหาราษฏระ การที่ภาษากอนกานีมีวรรณกรรมน้อยและชาวกอนกานีที่นับถือศาสนาฮินดูจะใช้ภาษามราฐีเป็นภาษาที่สอง ทำให้งานเขียนของ Jose Pereira ใน พ.ศ. 2514 กล่าวว่าภาษากอนกานีเป็นสำเนียงของภาษามราฐี งานเขียนของ S. M. Katre ใน พ.ศ. 2509 ได้ใช้การศึกษาทางประวัติศาสตร์สมัยใหม่และเปรียบเทียบสำเนียงของภาษากอนกานีหกสำเนียงได้สรุปว่าจุดกำเนิดของภาษากอนกานีต่างจากภาษามราฐี เศนอย โคเอมพับ ผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูภาษากอนกานี ได้ต่อต้านการใช้ภาษามราฐีในหมู่ชาวฮินดูและการใช้ภาษาโปรตุเกสในหมู่ของชาวคริสต์
 
การรวมของกัวเข้ากับอินเดียเมื่อ พ.ศ. 2504 เป็นเวลาที่รัฐในอินเดียมีการจัดตัวใหม่ตามเส้นแบ่งทางภาษา มีความต้องการที่จะรวมกัวเข้ากับรัฐมหาราษฏระเพราะในกัวมีผู้พูดภาษามราฐีจำนวนมาก และภาษากอนกานีถูกจัดให้เป็นสำเนียงของภาษามราฐี ดังนั้นสถานะของภาษากอนกานีในฐานะภาษาเอกเทศหรือเป็นสำเนียงของภาษามราฐีจึงเป็นหัวข้อทางการเมืองในการรวมรัฐกัวด้วย
 
องค์กรวิชาการสาหิตยะในอินเดียยอมรับภาษากอนกานีในฐานะภาษาเอกเทศเมื่อ พ.ศ. 2518 และภาษากอนกานีที่เขียนด้วยอักษรเทวนาครีได้เป็นภาษาราชการของกัวใน พ.ศ. 2530
ภาษานี้เป็นภาษาที่ใกล้จะตาย เนื่องจากการเข้ามาแทนที่ของภาษาตะวันตกเช่นภาษาโปรตุเกสและ[[ภาษาอังกฤษ]]ในหมู่ผู้นับถือ[[ศาสนาคริสต์]] ส่วนผู้นับถือ[[ศาสนาฮินดู]]หันไปพูดภาษามราฐี ปัจจุบันเป็นภาษาราชการของรัฐกัวและมีใช้แพร่หลายในรัฐนี้ หนังสือที่พิมพ์ด้วยภาษากอนกานีเล่มแรกคือ Doutrina Christan เขียนโดย โธมัส สตีเฟนส์ ชาวอังกฤษ การทำลายหนังสือของโปรตุเกสในราว พ.ศ. 2100 ทำให้หนังสือภาษากอนกานีเหลือน้อย จะมีอยู่บ้างเฉพาะนอกเขตอิทธิพลของโปรตุเกสเท่านั้น
 
==การแพร่กระจาย==
|-
|}
=== การเขียนและหัวข้อเรื่องสำเนียง ===
 
ปัญหาทางด้านการใช้ระบบการเขียนหลายชนิดและสำเนียงที่ต่างกันกลายเป็นปัญหาสำคัญในการทำให้ภาษากอนกานีเป็นเอกภาพ การตัดสินใจให้ใช้อักษรเทวนาครีเป็นอักษรทางการและให้สำเนียงอันตรุซเป็นสำเนียงมาตรฐานทำให้มีข้อโต้แย้งตามมา สำเนียงอันตรุซเป็นสำเนียงที่ชาวกัวส่วนใหญ่ไม่เข้าใจและต่างจากภาษากอนกานีสำเนียงอื่น และอักษรเทวนาครีมีการใช้น้อยเมื่อเทียบกับอักษรโรมันในกัวและอักษรกันนาดาในบริเวณชายฝั่งของรัฐกรนาฏกะ ชาวคริสต์คาทอลิกในกัวได้ใช้[[อักษรโรมัน]]ในการเขียนงานวรรณกรรมและต้องการให้อักษรโรมันเป็นอักษรทางการเทียบเท่าอักษรเทวนาครี
 
ในกรนาฏกะที่มีผู้พูดภาษากอนกานีจำนวนมาก ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้ใช้อักษรกันนาดาเขียนภาษากอนกานีในโรงเรียนท้องถิ่นแทนอักษรเทวนาครี ในปัจจุบันไม่มีอักษรชนิดใดหรือสำเนียงใดเป็นที่เข้าใจหรือได้รับการยอมรับจากทุกส่วน การที่ขาดสำเนียงที่เป็นกลางและเข้าใจกันได้ทั่วไป ทำให้ผู้พูดภาษากอนกานีต่างสำเนียงกันต้องสื่อสารกันด้วยภาษาอื่น
 
==อ้างอิง==
<references/>
==แหล่งข้อมูลภายนอก==
 
*[http://www.konkanisammelan.org/ Konkani Sammelan: Biennial event in North America]
*[http://www.ourkarnataka.com/learn_konkani/learn_konkani_main.htm Learn GSB Konkani online]
*[http://www.mangalorean.com/konkani/archive.php?ltype=Lesson Learn Mangalorean Konkani online]
*[http://www.ethnologue.com/show_family.asp?subid=1575 Ethnologue report for Konkani]
*[http://www.kamat.com/kalranga/konkani/konkani.htm The Origins of the Konkani Language]
*[http://www.india-seminar.com/2004/543/543%20madhavi%20sardesai.htm Mother Tongue blues by Madhavi Sardesai]
*[http://www.kamat.com/kalranga/konkani/prominent_konkanis.htm List of Prominent Konkanis]
*[http://www.goakonkaniakademi.org/konkaniweb/language-literature.htm An excellent article on Konkani history and literature by Goa Konkani Academi]
*[http://www.savemylanguage.org/ Online Konkani (GSB) dictionary]
 
{{ภาษาราชการอินเดีย}}