ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โมโนทรีม"

จัดรูปแบบ +เก็บกวาดด้วยสคริปต์จัดให้+WP:CLEAN2
(เก็บกวาด +แจ้งรอตรวจสอบด้วยบอต)
(จัดรูปแบบ +เก็บกวาดด้วยสคริปต์จัดให้+WP:CLEAN2)
{{รอการตรวจสอบ}}
{{ลิงก์ไปภาษาอื่น}}
{{Taxobox
| name = โมโนทรีม
| classis = [[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]] ([[Mammalia]])
| subclassis = [[Prototheria]]
| ordo = '''โมโนทรีม (Monotremata) '''
| ordo_authority = [[Charles Lucien Bonaparte|C.L. Bonaparte]], 1837
| subdivision_ranks = Families
}}
 
'''โมโนทรีม''' หรือ '''โมโนทรีมาทา''' ({{ภษ|ละติน}}:'' (Monotremata) '' เป็น[[อันดับ (ชีววิทยา)|อันดับ]]ใน[[การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์]]อันดับหนึ่ง อยู่ใน[[ชั้น (ชีววิทยา)|ชั้น]] Mammalia หรือ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]] และอยู่ในชั้นย่อยโมโนทรีม (บางครั้งเรียกชั้นย่อยนี้ว่า Prototheria) สัตว์ในอันดับโมโนทรีมภาษาอังกฤษเรียกว่าโมโนทรีม (monotreme) มีรากศัพท์มาจาก[[ภาษากรีก]] mono (หนึ่ง) + trema (รู) เนื่องจากสัตว์ในอันดับนี้มีช่องขับถ่ายและช่องสืบพันธุ์เป็นช่องเดียวกัน (ต่อไปในบทความนี้จะใช้ "โมโนทรีม" แทน "สัตว์ในอันดับโมโนทรีม") โมโนทรีมเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงอันดับเดียวที่ออกลูกเป็นไข่ แทนที่จะออกลูกเป็นตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ
 
สัตว์ในอันดับโมโนทรีมภาษาอังกฤษเรียกว่าโมโนทรีม (monotreme) มีรากศัพท์มาจาก[[ภาษากรีก]] mono (หนึ่ง) + trema (รู) เนื่องจากสัตว์ในอันดับนี้มีช่องขับถ่ายและช่องสืบพันธุ์เป็นช่องเดียวกัน (ต่อไปในบทความนี้จะใช้ "โมโนทรีม" แทน "สัตว์ในอันดับโมโนทรีม")
 
โมโนทรีมเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงอันดับเดียวที่ออกลูกเป็นไข่ แทนที่จะออกลูกเป็นตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ
 
== ลักษณะทั่วไป ==
โมโนทรีมเป็น[[สัตว์เลือดอุ่น]]เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป มีอัตราเมแทบอลิซึมสูง (แต่ไม่สูงเท่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ) มีขนปกคลุมร่างกาย มีน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูกอ่อน มีกระดูกขากรรไกรล่างชิ้นเดียว และมีกระดูกหูชั้นกลางสามชิ้น (ปัจจุบันพบว่า กระดูกหูชั้นกลางสามชิ้นนี้ของโมโนทรีมมีลักษณะการวางผิดแผกไปจาก[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]อื่นๆ)
 
โมโนทรีมถูกเข้าใจผิดๆ มาเป็นเวลานาน แม้แต่ในศตวรรษที่ 19 ก็ยังมีเรื่องเล่าขานอันไม่เป็นจริงเกี่ยวกับโมโนทรีมอยู่ เช่น ความเชื่อที่ว่าโมโนทรีมเป็นสัตว์ :-"ชั้นต่ำ" หรือเทียบเท่า[[สัตว์เลื้อยคลาน]] โมโนทรีมคือบรรพบุรุษยุคโบราณของ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]] "ชั้นสูง" ที่มีรกภายในครรภ์ เช่น [[มนุษย์|คน]] [[ช้าง]] ฯลฯ โมโนทรีมมีระบบควบคุม[[อุณหภูมิ]]ภายในร่างกายที่ไม่พัฒนา
*โมโนทรีมเป็นสัตว์ "ชั้นต่ำ" หรือเทียบเท่า[[สัตว์เลื้อยคลาน]]
*โมโนทรีมคือบรรพบุรุษยุคโบราณของ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]] "ชั้นสูง" ที่มีรกภายในครรภ์ เช่น [[มนุษย์|คน]] [[ช้าง]] ฯลฯ
*โมโนทรีมมีระบบควบคุม[[อุณหภูมิ]]ภายในร่างกายที่ไม่พัฒนา
 
*แต่การวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบว่าโมโนทรีม (น่าจะ) เหลือรอดมาจากกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พัฒนาแตกกลุ่มออกไปกลุ่มแรกๆ (กลุ่มต่อมาคือสัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] และกลุ่มสัตว์ที่มีรกในครรภ์ ตามลำดับ) ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น โมโนทรีมสามารถควบคุม[[อุณหภูมิ]]ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดูได้จากการที่[[ตุ่นปากเป็ด]]ดำน้ำหา[[อาหาร]]อยู่ใน[[ลำธาร]]บน[[ภูเขา]]ที่เย็นเฉียบ
แต่การวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบว่า
*โมโนทรีม(น่าจะ)เหลือรอดมาจากกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พัฒนาแตกกลุ่มออกไปกลุ่มแรกๆ (กลุ่มต่อมาคือสัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] และกลุ่มสัตว์ที่มีรกในครรภ์ ตามลำดับ)
*ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น โมโนทรีมสามารถควบคุม[[อุณหภูมิ]]ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดูได้จากการที่[[ตุ่นปากเป็ด]]ดำน้ำหา[[อาหาร]]อยู่ใน[[ลำธาร]]บน[[ภูเขา]]ที่เย็นเฉียบ
 
*เรื่องการควบคุมอุณหภูมินี้ [[นักวิจัย]]ยุคแรกๆ ถูกหลอกให้เข้าใจผิดด้วยสองปัจจัย คือโดยปกติแล้วโมโนทรีมมีอุณหภูมิของร่างกายต่ำกว่า[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ชนิดอื่น คือประมาณ 32 [[องศาเซลเซียส|°C]] (สัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] 35 °C , สัตว์ที่มีรกในครรภ์ 38 °C , สัตว์จำพวก[[นก]] 41 °C) [[อีคิดนา]] จะรักษาอุณหภูมิปกติไว้เฉพาะตอนที่มันออกหา[[อาหาร]]หรือทำกิจกรรมเท่านั้น เมื่ออยู่ใน[[อากาศ]]ที่หนาวเย็นอีคิดนาจะประหยัด[[พลังงาน]]ด้วยการ "ปิดสวิตช์" ระบบหมุนเวียนความร้อนในร่างกาย
เรื่องการควบคุมอุณหภูมินี้ [[นักวิจัย]]ยุคแรกๆ ถูกหลอกให้เข้าใจผิดด้วยสองปัจจัย คือ
*โดยปกติแล้วโมโนทรีมมีอุณหภูมิของร่างกายต่ำกว่า[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ชนิดอื่น คือประมาณ 32 [[องศาเซลเซียส|°C]] (สัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] 35 °C , สัตว์ที่มีรกในครรภ์ 38 °C , สัตว์จำพวก[[นก]] 41 °C)
*[[อีคิดนา]] จะรักษาอุณหภูมิปกติไว้เฉพาะตอนที่มันออกหา[[อาหาร]]หรือทำกิจกรรมเท่านั้น เมื่ออยู่ใน[[อากาศ]]ที่หนาวเย็นอีคิดนาจะประหยัด[[พลังงาน]]ด้วยการ "ปิดสวิตช์" ระบบหมุนเวียนความร้อนในร่างกาย
 
== กายวิภาคและสรีรวิทยา ==
 
เนื่องจากโมโนทรีมสืบเผ่าพันธุ์มาจาก[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ที่แยกตัวออกไปกลุ่มแรกๆ มันจึงมีทั้งลักษณะของสัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] สัตว์ที่มีรกในครรภ์ แล้วยังรักษาลักษณะของ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] และสัตว์จำพวก[[นก]]เอาไว้ด้วย โมโนทรีมมีช่องสืบพันธุ์ ช่องถ่ายอุจจาระ และช่องถ่ายปัสสาวะ ร่วมกันเพียงช่องเดียว ซึ่งคล้ายกับของ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] แต่เป็นลักษณะที่แตกต่างจาก[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]อื่นอย่างเด่นชัด [[นักวิทยาศาสตร]]์จึงนำลักษณะเด่นนี้มาตั้งชื่อ (โมโนทรีม = หนึ่งช่อง) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นมีช่องสืบพันธุ์ ช่องถ่ายอุจจาระ และช่องถ่ายปัสสาวะ แยกจากกันเป็นสามช่อง คือ ช่องสังวาส ช่องทวารหนัก และท่อปัสสาวะ ตามลำดับ
== สรีรวิทยา ==
เนื่องจากโมโนทรีมสืบเผ่าพันธุ์มาจาก[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ที่แยกตัวออกไปกลุ่มแรกๆ มันจึงมีทั้งลักษณะของสัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] สัตว์ที่มีรกในครรภ์ แล้วยังรักษาลักษณะของ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] และสัตว์จำพวก[[นก]]เอาไว้ด้วย
 
ระบบสืบพันธุ์ของโมโนทรีม ในเพศผู้จะมีลักษณะคล้ายของสัตว์ที่มีรกในครรภ์ มีข้อแตกต่างประการเดียว คือ โมโนทรีมไม่มีถุงอัณฑะ เพราะลูกอัณฑะฝังอยู่ในช่องท้อง บริเวณใกล้ไต ระบบสืบพันธุ์ของโมโนทรีมเพศเมียมีความแตกต่างจากของ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ที่มีรกในครรภ์มาก โมโนทรีมมีรังไข่คล้ายของ[[นก]]หรือ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] ใน[[ตุ่นปากเป็ด]]ตัวเมีย แม้จะมีรังไข่สองข้าง แต่ทำงานได้เฉพาะข้างซ้ายข้างเดียว ซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายกับของนก ส่วน[[อีคิดนา]]มีรังไข่ที่ทำงานได้ทั้งสองข้าง แต่โดยปกติจะผลิตไข่ออกมาแค่ครั้งละหนึ่งใบเท่านั้น ก่อนโมโนทรีมวางไข่ ไข่ของมันจะอยู่ในท้องแม่ระยะหนึ่งก่อน นานประมาณเกือบหนึ่งเดือน [[อีคิดนา]]มีถุงหน้าท้องคล้ายของสัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] เพื่อใช้เป็นที่กกไข่และเลี้ยงพักเกิ้ล (puggle - ลูกอ่อนของโมโนทรีม)
โมโนทรีมมีช่องสืบพันธุ์ ช่องถ่ายอุจจาระ และช่องถ่ายปัสสาวะ ร่วมกันเพียงช่องเดียว ซึ่งคล้ายกับของ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] แต่เป็นลักษณะที่แตกต่างจาก[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]อื่นอย่างเด่นชัด [[นักวิทยาศาสตร]]์จึงนำลักษณะเด่นนี้มาตั้งชื่อ (โมโนทรีม = หนึ่งช่อง) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นมีช่องสืบพันธุ์ ช่องถ่ายอุจจาระ และช่องถ่ายปัสสาวะ แยกจากกันเป็นสามช่อง คือ ช่องสังวาส ช่องทวารหนัก และท่อปัสสาวะ ตามลำดับ
 
โมโนทรีมมี[[ต่อมน้ำนม]]ที่หลั่ง[[น้ำนม]]ได้ มีระบบท่อน้ำนมคล้ายของสัตว์ที่มีรกในครรภ์ แต่โมโนทรีมไม่มีหัวนม น้ำนมจะไหลออกมาทางท่อเล็กๆแทน โมโนทรีมทุกสปีชีส์มีอายุยืน มีอัตราการขยายพันธุ์ต่ำ และมีระยะดูแลลูกอ่อนค่อนข้างนาน โมโนทรีมพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันไม่มีฟัน แต่สำหรับ[[ตุ่นปากเป็ด]] ในวัยเด็กจะมีฟันกรามปลายแหลมสามซี่ ฟันกรามสามซี่นี้เป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ฟันของตุ่นปากเป็ดจะหลุดไปเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มันจึงพัฒนาปุ่มบดขึ้นมาที่ลิ้นและเพดานปาก เพื่อใช้บด[[อาหาร]]แทนการเคี้ยว ส่วนโมโนทรีมที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งพบในรูป[[ฟอสซิล]]นั้น พบว่าในวัยผู้ใหญ่ก็มีฟันไว้สำหรับเคี้ยวอาหารด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่าฟันกรามของโมโนทรีมไม่ได้พัฒนามาจากฟันกรามของสัตว์ที่มีรกในครรภ์ หรือสัตว์จำพวกจิงโจ้แต่อย่างใด
ระบบสืบพันธุ์ของโมโนทรีม ในเพศผู้จะมีลักษณะคล้ายของสัตว์ที่มีรกในครรภ์ มีข้อแตกต่างประการเดียว คือ โมโนทรีมไม่มีถุงอัณฑะ เพราะลูกอัณฑะฝังอยู่ในช่องท้อง บริเวณใกล้ไต
 
ระบบสืบพันธุ์ของโมโนทรีมเพศเมียมีความแตกต่างจากของ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ที่มีรกในครรภ์มาก โมโนทรีมมีรังไข่คล้ายของ[[นก]]หรือ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] ใน[[ตุ่นปากเป็ด]]ตัวเมีย แม้จะมีรังไข่สองข้าง แต่ทำงานได้เฉพาะข้างซ้ายข้างเดียว ซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายกับของนก ส่วน[[อีคิดนา]]มีรังไข่ที่ทำงานได้ทั้งสองข้าง แต่โดยปกติจะผลิตไข่ออกมาแค่ครั้งละหนึ่งใบเท่านั้น ก่อนโมโนทรีมวางไข่ ไข่ของมันจะอยู่ในท้องแม่ระยะหนึ่งก่อน นานประมาณเกือบหนึ่งเดือน [[อีคิดนา]]มีถุงหน้าท้องคล้ายของสัตว์จำพวก[[จิงโจ้]] เพื่อใช้เป็นที่กกไข่และเลี้ยงพักเกิ้ล (puggle - ลูกอ่อนของโมโนทรีม)
 
โมโนทรีมมี[[ต่อมน้ำนม]]ที่หลั่ง[[น้ำนม]]ได้ มีระบบท่อน้ำนมคล้ายของสัตว์ที่มีรกในครรภ์ แต่โมโนทรีมไม่มีหัวนม น้ำนมจะไหลออกมาทางท่อเล็กๆแทน โมโนทรีมทุกสปีชีส์มีอายุยืน มีอัตราการขยายพันธุ์ต่ำ และมีระยะดูแลลูกอ่อนค่อนข้างนาน
 
โมโนทรีมพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันไม่มีฟัน แต่สำหรับ[[ตุ่นปากเป็ด]] ในวัยเด็กจะมีฟันกรามปลายแหลมสามซี่ ฟันกรามสามซี่นี้เป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ฟันของตุ่นปากเป็ดจะหลุดไปเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มันจึงพัฒนาปุ่มบดขึ้นมาที่ลิ้นและเพดานปาก เพื่อใช้บด[[อาหาร]]แทนการเคี้ยว ส่วนโมโนทรีมที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งพบในรูป[[ฟอสซิล]]นั้น พบว่าในวัยผู้ใหญ่ก็มีฟันไว้สำหรับเคี้ยวอาหารด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่าฟันกรามของโมโนทรีมไม่ได้พัฒนามาจากฟันกรามของสัตว์ที่มีรกในครรภ์ หรือสัตว์จำพวกจิงโจ้แต่อย่างใด
 
กระดูกขากรรไกรของโมโนทรีมมีลักษณะแตกต่างจากของ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]อื่นๆ กล้ามเนื้อที่ดึงขากรรไกรให้เปิดก็แตกต่าง ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่แท้จริงทุกชนิด กระดูกค้อน ทั่ง โกลน ในหูชั้นกลาง ซึ่งช่วยทำให้เกิดเสียงนั้น ยึดติดอยู่กับกะโหลกศีรษะ แทนที่จะวางอยู่ในกระดูกขากรรไกรเหมือนอย่าง cynodont และ synapsid ([[สัตว์เลื้อยคลาน]]ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะคล้าย[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการอ้างอีกเช่นกันว่า ในโมโนทรีมและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกลูกเป็นตัว กระดูกสามชิ้นนี้ไม่ได้พัฒนามาจาก cynodont และ synapsid
 
โมโนทรีมมีกระดูกไหล่ที่ซับซ้อน ประกอบด้วยกระดูกสะบักและกระดูกไหปลาร้าเช่นเดียวกับ[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ชนิดอื่น แต่กระดูกบางชิ้นที่เพิ่มเข้ามามีลักษณะคล้ายของ[[สัตว์เลื้อยคลาน]] เช่นกระดูก coracoid, epicoracoid, interclavicle ซึ่งใน[[สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม]]ชนิดอื่นไม่มี โมโนทรีม โดยเฉพาะ[[ตุ่นปากเป็ด]] ยังรักษาท่าเดินแบบ[[สัตว์เลื้อยคลาน]]เอาไว้ คือ เวลาเดินแทนที่ขาจะอยู่ใต้ลำตัว กลับยื่นออกนอกลำตัว และที่เท้าหลังของโมโนทรีมมี[[เดือย]]แหลมงอกออกมา เดือยของ[[อีคิดนา]]ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมาก แต่เดือยของ[[ตุ่นปากเป็ด]]มีพิษ ใช้เป็น[[อาวุธ]]ป้องกันตัว
 
== การดำรงชีวิต ==
โมโนทรีม โดยเฉพาะ[[ตุ่นปากเป็ด]] ยังรักษาท่าเดินแบบ[[สัตว์เลื้อยคลาน]]เอาไว้ คือ เวลาเดินแทนที่ขาจะอยู่ใต้ลำตัว กลับยื่นออกนอกลำตัว และที่เท้าหลังของโมโนทรีมมี[[เดือย]]แหลมงอกออกมา เดือยของ[[อีคิดนา]]ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมาก แต่เดือยของ[[ตุ่นปากเป็ด]]มีพิษ ใช้เป็น[[อาวุธ]]ป้องกันตัว
 
 
== โมโนทรีมที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ==
 
แม้จะมีหลักฐานจาก[[ฟอสซิล]]ว่าโมโนทรีมเคยกระจายอยู่ในพื้นที่กว้างหลาย[[ทวีป]] แต่ปัจจุบันโมโนทรีมที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดอาศัยอยู่ใน[[ประเทศออสเตรเลีย]] และ[[ประเทศปาปัวนิวกินี]]เท่านั้น [[นักวิทยาศาสตร์]]ได้พบ[[ฟอสซิล]]ชิ้นส่วนกระดูกขากรรไกรของโมโนทรีม[[สปีชีส์]] ''Steropodon galmani'' อายุ 110 ล้านปี ที่ไลท์นิงริดจ์ [[นิวเซาท์เวลส์์]] [[ออสเตรเลีย]] แล้วยังพบ[[ฟอสซิล]]ของโมโนทรีมใน[[สกุล]] Kollilodon, Teinolophos, และ Obdurodon อีกด้วย ใน[[พ.ศ. 2534]] [[นักวิทยาศาสตร์]]พบฟอสซิลฟันของ[[ตุ่นปากเป็ด]] ในภาคใต้ของ[[ประเทศอาร์เจนตินา]] (ตอนนั้นตั้งชื่อว่า Monotrematum แต่ปัจจุบันจัดให้อยู่ใน[[สกุล]] Obdurodon)
 
'''อันดับ Monotremata'''
* วงศ์ Ornithorhynchidae: [[ตุ่นปากเป็ด]] มีสปีชีส์เดียว
** สกุล Ornithorhyncus
*** Ornithorhyncus anatinus ตุ่นปากเป็ด (Platypus)
 
* วงศ์ Tachyglossidae: [[อีคิดนา]] มีสองสกุล
** สกุล Zaglossus: อีคิดนาจมูกยาว มี 4 สปีชีส์ สูญพันธุ์ไปแล้ว 2 สปีชีส์ (ดูใน[[ฟอสซิล]]ของโมโนทรีม)
*** Zaglossus attenboroughi อีคิดนาจมูกยาว (Cyclops Long-beaked Echidna)
*** Zaglossus bruijnii อีคิดนาจมูกยาว (Long-beaked Echidna)
** สกุล Tachyglossus: [[อีคิดนา]]จมูกสั้น มีสปีชีส์เดียว
*** Tachyglossus aculeatus อีคิดนาจมูกสั้น (Short-beaked Echidna)
 
== ฟอสซิ ==
== ฟอสซิลของโมโนทรีม ==
 
รายชื่อข้างล่างนี้เป็นโมโนทรีมที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ยกเว้นตุ่นปากเป็ด (Ornithorhynchus anatinus)
 
* วงศ์ Kollikodontidae
** สกุล Kollikodon
*** สปีชีส์ ''Kollikodon ritchiei'' --- โมโนทรีมยุคโบราณ ฟอสซิลอายุ 108 - 96 ล้านปี
 
* วงศ์ Ornithorhynchidae
** สกุล Ornithorhynchus --- ฟอสซิลเก่าที่สุดมีอายุ 4.5 ล้านปี
*** สปีชีส์ ''Ornithorhyncus anatinus'' หรือ ตุ่นปากเป็ด เป็นโมโนทรีมในฟอสซิลชนิดเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน ฟอสซิลเก่าที่สุดมีอายุหนึ่งแสนปี
** สกุล Obdurodon --- รวมตุ่นปากเป็ดยุค 24 - 5 ล้านปีที่แล้วด้วย
*** สปีชีส์ ''Obdurodon dicksoni''
*** สปีชีส์ ''Obdurodon insignis''
*** สปีชีส์ ''Monotrematum sudamericanum'' (พบที่อาร์เจนตินา เดิมจัดเข้าสกุล Monotrematum ปัจจุบันจัดใหม่ให้อยู่ในสกุล Obdurodon) อายุ 61 ล้านปี
 
* วงศ์ Tachyglossidae อีคิดนา
** สกุล Zaglossus --- ยุค 1.8 - 0.1 ล้านปีมาแล้ว
*** สปีชีส์ ''Zaglossus hacketti''
*** สปีชีส์ ''Zaglossus robustus''
 
*วงศ์ Steropodontidae --- อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของวงศ์ Ornithorhynchidae เพราะมีความใกล้ชิดกับตุ่นปากเป็ดที่ยังมีชีวิตอยู่มาก
**สกุล Steropodon
***สปีชีส์ ''Steropodon galmani'' (พบที่นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย อายุ 110 ล้านปี)
**สกุล Teinolophos
***สปีชีส์ ''Teinolophos trusleri'' ฟอสซิลอายุ 123 ล้านปี และเป็นฟอสซิลของโมโนทรีมที่มีอายุมากที่สุด
 
* วงศ์ Steropodontidae --- อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของวงศ์ Ornithorhynchidae เพราะมีความใกล้ชิดกับตุ่นปากเป็ดที่ยังมีชีวิตอยู่มาก
** สกุล Steropodon
*** สปีชีส์ ''Steropodon galmani'' (พบที่นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย อายุ 110 ล้านปี)
** สกุล Teinolophos
*** สปีชีส์ ''Teinolophos trusleri'' ฟอสซิลอายุ 123 ล้านปี และเป็นฟอสซิลของโมโนทรีมที่มีอายุมากที่สุด
 
== แหล่งข้อมูลอื่น ==
* [http://animaldiversity.ummz.umich.edu/site/accounts/information/Monotremata.html Order Monotremata]
* [http://www.biology.iastate.edu/intop/1Australia/04papers/CromerMonotrRepro.htm Monotreme Reproductive Biology and Behavior]
 
{{สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม}}
 
[[หมวดหมู่:สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม|มโนโทรีมาตา]]
[[หมวดหมู่:โมโนทรีมาทา| สัตว์]]
[[หมวดหมู่:สัตว์มีกระดูกสันหลัง]]
[[หมวดหมู่:สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม|มโนโทรีมาตา]]
[[หมวดหมู่:โมโนทรีมาทา]]
 
[[bg:Еднопроходни]]
35,491

การแก้ไข