ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เกณฑ์วิธีต้นไม้แบบทอดข้าม"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
[[ภาพ:Spanning_tree2.jpg|500px|left]]
 
== การหารูทบริดจ์ (Root Bridge) ==
 
เพื่อป้องกันการเกิดลูป (loop) ในเน็ตเวิร์ก (network) อุปกรณ์สวิทช์ (switch) ทั้งหมดในเน็ตเวิร์ก จะต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อกำหนดจุดอ้างอิงเดียวกันในการป้องกันลูป ซึ่งจุดอ้างอิงที่ว่านี้เรียกว่ารูทบริดจ์ Root(หรือรูทสวิตช์ Bridge (Root Switch)
ในกระบวนการเลือก Root Bridge รูทบริดจ์นี้สวิทช์สวิตช์ทุกตัวจะอาศัย Bridge IDบริดจ์ไอดี ซึ่งเป็นค่าเฉพาะตัวของสวิทช์แต่ละตัวเป็นเงื่อนไขในการเลือก โดยค่า Bridge ID บริดจ์ไอดีมีขนาด 8 ไบท์ไบต์ (byte) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่<br />
1. บริดจ์ไพเออริตี้ - Bridge Priority (2 ไบท์ไบต์) : ระบุความสำคัญของสวิทช์นั้นๆสวิตช์นั้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสวิทช์อื่นๆสวิตช์อื่นๆในเน็ตเวิร์ก โดยมีค่าได้ตั้งแต่ 0 ถึง 65,535<br />
2. แมคแอดเดรส - MAC Address (6 ไบท์ไบต์) : เนื่องจากค่า Bridge Priority บริดจ์ไพเออริตี้สามารถที่จะกำหนดเองได้ ทำให้แต่ละ bridge บริดจ์มีโอกาสที่จะมี Bridge Priority เท่ากันบริดจ์ไพเออริตี้เท่ากัน จึงมีการนำค่า MAC Address แมคแอดเดรสของสวิทช์สวิตช์ ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของแต่ละอุปกรณ์ มาเป็นส่วนหนึ่งของ Bridge IDบริดจ์ไอดี เพื่อให้กระบวนการหา Root Bridge รูทบริดจ์สามารถทำได้สมบูรณ์
สำหรับในเน็ตเวิร์กใดๆนั้นจะมี Root Bridge รูทบริดจ์ได้เพียงแค่ 1 เดียวเท่านั้น โดย Bridge บริดจ์ที่มีค่า Bridge ID บริดจ์ไอดีต่ำที่สุดจะถูกเลือกให้เป็น Root Bridgeรูทบริดจ์ ส่วน Bridge บริดจ์อื่นๆจะถูกเรียกว่า นอนรูทบริดจ์ (Non Root Bridge)
 
== บริดจ์ไอดี - Bridge ID ==
 
 
 
 
Bridge ID บริดจ์ไอดีเป็นพารามิเตอร์หนึ่งใน BPDU ที่สวิทช์สวิตช์แลกเปลี่ยนกัน เพื่อใช้ในการกำหนดว่าสวิทช์ สวิตช์ใดจะทำหน้าที่เป็น Root Bridge รูทบริดจ์ในเน็ตเวิร์กนั้นๆ
 
Bridge ID บริดจ์ไอดีจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
 
1. บริดจ์ไพเออริตี้ - Bridge Priority : ทำหน้าที่กำหนด priority ไพเออริตี้ของแต่ละสวิทช์สวิตช์ โดยสวิทช์สวิตช์ที่มีค่า priority ไพเออริตี้ต่ำที่สุดจะเป็น Root Bridgeรูทบริดจ์ ซึ่งปกติค่านี้จะอยู่ที่ 32768 สำหรับสวิทช์สวิตช์ทุกตัวที่ถูกผลิตจากโรงงาน (ค่า priority ไพเออริตี้สามารถกำหนดเองได้)
 
2. แมคแอดเดรส - MAC Address : เป็นค่าเฉพาะตัวของสวิทช์สวิตช์แต่ละตัว ซึ่งจะไม่ซ้ำกันเลย ทำให้แม้ว่าจะมีการกำหนดให้ priority ไพเออริตี้ของสวิทช์สวิตช์หลายตัวเท่ากัน แต่เมื่อเทียบถึงแมคแอดเดรสแล้ว MAC แล้วก็จะต้องต่างกันทำให้กระบวนการเลือก Root Bridge รูทบริดจ์สามารถทำได้สมบูรณ์
 
== คุณสมบัติของ Root Bridge รูทบริดจ์ ==
 
 
Root Bridgeรูทบริดจ์ เป็นจุดอ้างอิงของเน็ตเวิร์กหนึ่ง สวิทช์สวิตช์ทุกตัวในเน็ตเวิร์กจะต้องมี Root Bridge รูทบริดจ์เป็นค่าเดียวกันเสมอซึ่งจะ ทำให้ไม่เกิดลูปเป็นสวิตช์ทุกตัวเห็นเน็ตเวิร์กโทโพโลยี (Network Topology (Tree) รูปเดียวกันเสมอ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่เกิดลูปในเน็ตเวิร์กนั้นๆ
 
สำหรับคุณสมบัติของ Root Bridge รูทบริดจ์ได้แก่
 
1. Root Bridgeรูทบริดจ์ คือ Bridge บริดจ์ที่มีค่าบริดจ์ไอดี (Bridge ID (: BID) ต่ำที่สุดในเน็ตเวิร์ก
 
2. ทุก port พอร์ทบน Root Bridge รูทบริดจ์จะมีสเตทฟอร์เวิร์ด (state Forward) เสมอ (ไม่มี port พอร์ทใดมี state เป็น blockสเตทเป็นบล็อก)
 
3. ทุก port พอร์ทบน Root Bridge รูทบริดจ์จะมีโรล (Role) เป็น ดีไซเนทพอร์ท (Designated port)
 
 
 
== กฎของสแปนนิ่งทรี (Spanning tree rules) ==
 
 
1.พอร์ททุกพอร์ทของรูทบริดจ์จะไม่ถูกบล็อกเลย
1.port ทุก port ของ Root Bridge จะไม่ถูก Block เลย ชื่อของ port จะเรียกว่า Designate Switch จะมีเส้นทางเดียวที่ไปยัง Root Bridge โดยดูจากค่า Cost
 
2.สวิตช์อื่นในเน็ตเวิร์กจะถูกเรียกว่า Designate Switch
เลือกค่า Cost ที่ต่ำที่สุด
 
3.พอร์ทที่วิ่งไปรูทบริดจ์เรียกว่า รูทพอร์ท ภายในสวิตช์หนึ่งตัวจะมีรูทพอร์ทได้พอร์ทเดียว โดยเลือกจากค่าคอส (Cost) ที่ต่ำที่สุดที่สามารถเชื่อมต่อไปยังรูทสวิตช์ได้สำเร็จ
2.port ที่วิ่งไป Root Bridge เรียกว่า Root port 1 Switch มี 1 Root port
 
34.มี Designate port 1 port ต่อ Segment
 
45.port ที่ Block คือ Non Designate port
 
 
113

การแก้ไข