พาร์เธนอน (กรีกโบราณ: Παρθενών, อักษรโรมัน: Parthenṓn ออกเสียง [par.tʰe.nɔ̌ːn]; กรีก: Παρθενώνας, อักษรโรมัน: Parthenónas ออกเสียง [parθeˈnonas]) เป็นวิหารโบราณ[6][7] บนอะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ ประเทศกรีซ สร้างเพื่ออุทิศแด่เทพีอะธีนา ซึ่งชาวเอเธนส์นับถือเป็นองค์อุปถัมภ์ของพวกเขา การก่อสร้างเริ่มต้นใน 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมื่อสันนิบาตดีเลียนเรืองอำนาจ ตัววิหารสร้างเสร็จใน 432 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการตกแต่งตัววิหารจะดำเนินต่อไปจนถึง 428 ปีก่อนคริสต์ศักราชก็ตาม พาร์เธนอนเป็นอาคารสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรีซสมัยคลาสสิกที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นจุดสูงสุด (Zenith) ของเสาแบบดอริก[5][8]

พาร์เธนอน
Παρθενώνας
The Parthenon in Athens.jpg
พาร์เธนอนใน ค.ศ. 1978
ข้อมูลทั่วไป
ประเภทเทวสถาน
สถาปัตยกรรมคลาสสิก
ที่ตั้งเอเธนส์, กรีซ
เริ่มสร้าง447 ปีก่อนคริสต์ศักราช[1][2]
แล้วเสร็จ432 ปีก่อนคริสต์ศักราช[1][2]
ถูกทำลาย26 กันยายน ค.ศ. 1687 โดยเป็นที่บางส่วน
ความสูง13.72 เมตร (45.0 ฟุต)[3]
ขนาด
ด้านอื่นๆอาคารภายใน: 29.8 โดย 19.2 เมตร (98 โดย 63 ฟุต)
ข้อมูลทางเทคนิค
วัสดุหินอ่อนแพนเทลลิคอน[4]
พื้นที่69.5 โดย 30.9 เมตร (228 โดย 101 ฟุต)
พื้นที่แต่ละชั้นกว้าง 111 ฟุต (34 เมตร) ยาว 238 ฟุต (73 เมตร)[5]
การออกแบบและการก่อสร้าง
สถาปนิกอิคตินอส, คัลลิคัสล์
ผู้ออกแบบผู้อื่นพีเดียส (รูปปั้น)

คำว่า พาร์เธนอน นั้นน่าจะมาจากประติมากรรมที่เคยตั้งอยู่ภายในวิหาร คือ Athena Parthenos ซึ่งมีความหมายว่า เทพีอันบริสุทธิ์

การก่อสร้างแก้ไข

วิหารพาร์เธนอนสร้างตามการริเริ่มของเพริเคิล ผู้นำกรุงเอเธนส์ในสมัยนั้น และสร้างโดยมีประติมากรฟีเดียสเป็นผู้ควบคุมงาน การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อ 447 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงแม้ว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อ 438 ปีก่อนคริสต์ศักราชแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมอีก 5 ปี บัญชีส่วนหนึ่งของการก่อสร้างครั้งนี้หลงเหลืออยู่ และแสดงให้เห็นว่างานที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุด คือ การขนย้ายหินจากเขาเพนเทลิกัส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปกว่า 16 กิโลเมตร

วิหารพาร์เธนอนมีขนาดกว้าง 30.9 เมตร ยาว 69.5 เมตร (101.4 × 228.0 ฟุต) เสาภายนอกแต่ละต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.9 เมตร (6.2 ฟุต) และสูง 10.4 เมตร (34.1 ฟุต) เสาที่หัวมุมของวิหารจะมีขนาดใหญ่กว่าเสาอื่น ๆ เล็กน้อย หลังคาปูด้วยหินอ่อนซ้อนกัน

เมื่อนำขนาดของวิหารนี้มาคำนวณเป็นอัตราส่วน จะพบว่าหลาย ๆ แห่งเป็นอัตราส่วนทองคำ เสาด้านหน้าจะมี 8 ต้น และด้านข้างจะมี 17 ต้น

การเปลี่ยนแปลงแก้ไข

พาร์เธนอนยังคงเป็นวิหารมากว่าพันปีนับจากเสร็จสิ้นการก่อสร้าง ซึ่งถือว่ามีอายุเก่าแก่มาก หลังจากนั้นพาร์เธนอนจึงกลายเป็นโบสถ์คริสต์

ในปี ค.ศ. 1456 เอเธนส์ตกเป็นของจักรวรรดิออตโตมัน พาร์เธนอนจึงถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด

ในระหว่างนี้ มีการครอบครองอาณาจักรกันมากมาย วิหารพาร์เธนอนแห่งนี้จึงเปลี่ยนเป็นสถานที่ทางศาสนาและวัฒนธรรมต่างๆ ของอาณาจักรที่เป็นใหญ่ในขณะนั้น และมีการบูรณะรักษาสถานที่แห่งนี้อยู่หลายครั้ง

ภายหลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2004 มีการบูรณะวิหารพาร์เธนอนครั้งใหญ่เนื่องจากประเทศกรีซได้รับเลือกให้จัดการแข่งขันโอลิมปิกซึ่งแน่นอนว่าจะมีพิธีเปิดที่วิหารพาร์เธนอน

เหตุผลที่ได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลกแก้ไข

แหล่งมรดกโลกอาโครโปลิสแห่งเอเธนส์ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยมีเหตุผลตามเกณฑ์การพิจารณาคือ

  • (i) - เป็นตัวแทนซึ่งแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาด
  • (ii) - เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวนและภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใด ๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
  • (iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  • (iv) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
  • (v) - มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 Parthenon. Academic.reed.edu. Retrieved on 4 September 2013.
  2. 2.0 2.1 The Parthenon. Ancientgreece.com. Retrieved on 4 September 2013.
  3. Penprase, Bryan E. (2010). The Power of Stars: How Celestial Observations Have Shaped Civilization. Springer Science & Business Media. p. 221. ISBN 978-1-4419-6803-6. สืบค้นเมื่อ 8 March 2017.
  4. Sakoulas, Thomas. "The Parthenon". Ancient-Greece.org. สืบค้นเมื่อ 15 December 2020.
  5. 5.0 5.1 Wilson, Benjamin Franklin (1920). The Parthenon at Athens, Greece and at Nashville, Tennessee. Nashville, Tennessee: Stephen Hutcheson and the Online Distributed. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ January 9, 2019.
  6. Barletta, Barbara A. (2005). "The Architecture and Architects of the Classical Parthenon". ใน Jenifer Neils (บ.ก.). The Parthenon: From Antiquity to the Present. Cambridge University Press. p. 67. ISBN 978-0-521-82093-6. The Parthenon (Plate 1, Fig. 17) is probably the most celebrated of all Greek temples.
  7. Hambidge, Jay; Yale University. Rutherford Trowbridge Memorial Publication Fund (1924). The Parthenon and other Greek temples: their dynamic symmetry. Yale university press.
  8. "Classical Greek Architecture". courses.lumenlearning.com. Boundless. สืบค้นเมื่อ 11 November 2020.

พิกัดภูมิศาสตร์: 37°58′17.39″N 23°43′35.69″E / 37.9714972°N 23.7265806°E / 37.9714972; 23.7265806