ชีฟว์ พัลพาทีน (อังกฤษ: Sheev Palpatine) หรือที่รู้จักกันในชื่อของซิธคือ ดาร์ธ ซิเดียส (อังกฤษ: Darth Sidious) คือตัวละครฝ่ายร้ายหลักตัวหนึ่งในมหากาพย์ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์แฟรนไชส์สตาร์ วอร์ส แสดงโดยเอียน แมคเดียร์มิด พัลพาทีนคือลอร์ดมืดแห่งซิธและจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิกาแลกติกผู้ต้องการให้นิกายซิธครอบครองทั้งกาแลกซี โดยการชักจูงเหล่าอัศวินเจไดให้เข้าสู่ด้านมืดของพลัง และทำลายนิกายเจไดให้หมดสิ้น มีพลังด้านมืดพิเศษคือการปล่อยพลังสายฟ้า มีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์ทั้งหมดเก้าภาคของภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส และเนื้อหาในจักรวาลขยายอีกจำนวนมาก

ตัวละคร สตาร์ วอร์ส
ชีฟว์ พัลพาทีน
ดาร์ธ ซีเดียส
Palpatinespeech.jpg
ดาร์ธ ซีเดียส ขณะก่อตั้งจักรวรรดิกาแลกติก
ตำแหน่ง
บ้านเกิด นาบู
เกิด {{{เกิด}}}
ตาย {{{ตาย}}}
เผ่าพันธุ์ มนุษย์
เพศ ชาย
ส่วนสูง {{{ส่วนสูง}}}
สังกัด
นักแสดง เอียน แมคเดียร์มิด
หมวดหมู่ ตัวละครในสตาร์ วอร์ส

ชีฟว์ พัลพาทีน หรือ ดาร์ธ ซิเดียส เป็นลอร์ดมืดแห่งซิธและอดีตวุฒิสมาชิกแห่งนาบู สมุหนายกคนสุดท้ายของสาธารณรัฐกาแลกติก (ปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวินถึงปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน) และผู้แต่งตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิกาแลกติก (ปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวินถึงปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน) เขาเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระดับกาแลกซีอย่างสงครามโคลนเพื่อที่จะกุมอำนาจจากสาธารณะรัฐโดยใช้กฎอัยการศึกที่ประกาศโดยสภากาแลกติก หลังจากที่ฟื้นคืนชีพจากความตาย พัลพาทีนก็เป็นผู้นำปฐมภาคีและปัจฉิมภาคีเพื่อทำลายนิกายเจไดใหม่และสาธารณรัฐกาแลกติกใหม่ ด้วยความชั่วร้าย ทำให้พัลพาทีนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการภาพยนตร์

การสร้างตัวละคร แก้

จอร์จ ลูคัส ผู้สร้างแฟรนไชส์สตาร์ วอร์ส สร้างตัวละครพัลพาทีนให้เป็นซิธที่มีความแข็งแกร่ง และมีพลังด้านมืดอันมหาศาล และมีความน่ากลัว ซึ่งความแข็งแกร่งทำให้พัลพาทีนเป็นซิธที่สามารถแก้แค้นให้กับนิกายของตนได้เป็นผลสำเร็จนั้นไม่ได้มาจากความสามารถในด้านมืดของพลังที่ร้ายกาจแต่อย่างใด ทว่าเป็นการที่เขาสามารถทำให้กาแลกซีทั้งกาแลกซีตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเองได้ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว นั่นคือตามที่อาจารย์โยดาเคยกล่าวไว้ว่า "ด้านมืดบดบังทุกสิ่ง"

บทภาพยนตร์แรกสุดของจอร์จ ลูคัสนั้นกำหนดให้พัลพาทีนเป็นนักการเมืองผู้มีความสามารถแต่อ่อนแอและตกอยู่ภายใต้อำนาจของลูกน้องของเขาเอง ทว่าในการกลับมาของเจได ไตรภาคต้น ซีรีส์ต่าง ๆ ทางโทรทัศน์ และนิยายจำนวนนั้นมากนั้น ตัวละครตัวนี้กลับถูกแสดงออกมาในภาพลักษณ์ของความชั่วร้ายและผู้ที่กุมอำนาจทุกอย่างไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และมีความน่ากลัว จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายอันดับต้น ๆ ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์


บทบาท แก้

ชีฟว์ พัลพาทีน เป็นอดีตวุฒิสมาชิกแห่งนาบู สมุหนายกคนสุดท้ายของสาธารณรัฐกาแลกติก (ปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวินถึงปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน) โดยอีกด้านหนึ่งเป็นซิธลอร์ดนาม ดาร์ธ ซิเดียส จนกระทั่งเป็นผู้แต่งตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิกาแลกติก (ปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวินถึงปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน) เขาเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระดับกาแลกซีอย่างสงครามโคลนเพื่อที่จะกุมอำนาจจากสาธารณะรัฐโดยใช้กฎอัยการศึกที่ประกาศโดยสภากาแลกติก

ในระหว่างสงครามโคลน พัลพาทีนเป็นผู้นำที่แท้จริงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในฐานะของซิธลอร์ด "ดาร์ธ ซิเดียส" ทั้งยังเป็นผู้นำตามกฎหมายของฝ่ายสาธารณรัฐกาแลกติกอีกด้วย ทำให้เขาสามารถวางแผนความเป็นไปของสงครามทั้งหมดได้ ระหว่างนั้นเขาก็ได้ชักนำ "อนาคิน สกายวอล์คเกอร์" อัศวินเจได ให้เข้าสู่ด้านมืดของพลังอย่างแท้จริงและกลายเป็นซิธลอร์ดนาม "ดาร์ธ เวเดอร์" ที่สำคัญพัลพาทีนเป็นบุคคลสำคัญในการวางแผนคำสั่งที่ 66 ซึ่งทำให้เจไดเกือบทั้งหมดถูกสังหารโดยกองทัพซิธ และเขาเป็นผู้คุมกองทัพซิธทั้งหมดไว้ในมือ โดยมีดาร์ธ เวเดอร์ เป็นแม่ทัพผู้กุมกองกำลังซิธทั้งหมด จนกระทั่งกองทัพซิธชนะฝ่ายสาธารณะรัฐและเป็นผลให้จักรวรรดิกาแลกติกถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้สาธารณรัฐ โดยมีจักรพรรดิพัลพาทีนปกครองสูงสุด และทำให้กองทัพซิธได้ปกครองทั้งกาแลกซีตามแผนการชั่วร้ายของพัลพาทีนเอง จนกระทั่งสร้างความหวาดกลัวไปทั่วกาแลกซี แต่ต่อมาเหล่านิกายเจไดที่หลงเหลืออยู่ก็ผนึกกำลังกันเพื่อเอาชนะกองทัพซิธและสังหารจักรพรรดิพัลพาทีน

ในขณะที่จักรพรรดิพัลพาทีนพยายามชักจูงลุค สกายวอล์คเกอร์ อัศวินเจได ผู้เป็นลูกชายของดาร์ธ เวเดอร์ ให้เข้าสู่ด้านมืดของพลัง โดยการสังหารดาร์ธ เวเดอร์ เนื่องจากลุคนั้นเลือกอยู่ด้านสว่างตามวิถีแห่งเจได จักรพรรดิพัลพาทีนจึงพยายามสังหารลุค ด้วยพลังสายฟ้า แต่เขาก็ได้เสียชีวิตลงด้วยการกลับเข้าสู่ด้านสว่างของดาร์ธ เวเดอร์ โดยเขาทุ่มพัลพาทีนลงไปยังเตาปฏิกรณ์ของดาวมรณะดวงที่ 2 เพื่อช่วยชีวิตลูกชาย แต่พัลพาทีนก็ยังฟื้นคืนชีพอีกครั้งเพื่อแก้แค้นสาธารณรัฐกาแลกติกใหม่ แล้วได้แอบสร้างปฐมภาคีและต่อมาสร้างปัจฉิมภาคีจากเศษซากของจักรวรรดิกาแลกติก และวางแผนยึดครองกาแลกซีอีกครั้ง โดยชักจูง "เบน โซโล" ลูกชายของฮาน โซโลและเจ้าหญิงเลอา ผู้เป็นหลานของดาร์ธ เวเดอร์ ให้เข้าสู่ด้านมืดกลายเป็น "ไคโล เร็น" ซึ่งทรยศหักหลังนิกายเจไดใหม่ มีเพียงฝ่ายต่อต้านเท่านั้นที่ยืนหยัดสู้กับปฐมภาคีและปัจฉิมภาคี แม้จะสร้างความหวาดกลัวไปทั่วกาแลกซี แต่ในที่สุดทั้งกาแลกซีก็ร่วมมือกันต่อต้านพัลพาทีน

ในขณะที่พัลพาทีนกำลังกุมกองกำลังทหารต่อสู้กับฝ่ายต่อต้านอยู่นั้นเอง พัลพาทีนก็ได้มาพบกับ "เรย์" อัศวินเจไดคนสุดท้ายจากนิกายเจไดใหม่ ผู้ที่เคยรักกับเบน โซโล และหลานสาวแท้ ๆ ของตน เขาก็เข้าต่อสู้และพยายามสังหารเธอด้วยพลังสายฟ้า เพื่อกำจัดนิกายเจไดใหม่ให้หมดสิ้นด้วยตนเอง เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของซิธคือการยึดครองกาแลกซีอีกครั้ง แต่เรย์นั้นได้นึกถึงคำพูดของลุค เลอา และโอบีวัน อดีตอาจารย์เจไดของเธอผู้เสียชีวิตไปแล้ว เธอจึงได้ฮึดสู้โดยป้องกันตัวเองด้วยกระบี่แสงของลุคและเลอา ทำให้สายฟ้านั้นสะท้อนกลับไปหาพัลพาทีนที่กำลังสังหารเธอด้วยกำลังเฮือกสุดท้ายจนสิ้นชีวิต ปิดตำนานซิธลอร์ดคนสุดท้ายและปิดฉากมหาสงครามระดับกาแลกซีที่ยืดเยื้อมานานกว่าหลายสิบปี

อ้างอิง แก้

2004 DVD and subsequent releases of เอพพิโซด 5↑ Gourley, Matt. "I Was There Too". earwolf.com. Earwolf. สืบค้นเมื่อ 10 November 2016.↑ @pablohidalgo (October 26, 2016). "Okay here's what I've got. It is not Elaine Baker in the movie. @PhilTippett sculpted the piece and Rick applied it" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.

แหล่งข้อมูลอื่น แก้