เปิดเมนูหลัก

พลิกล็อก เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเกมโชว์ในประเทศไทย ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในอดีต ผลิตโดย บริษัท เจเอสแอล จำกัด เริ่มออกอากาศครั้งแรกเดือนมกราคม พ.ศ. 2525 เป็นเกมโชว์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข โดยให้ทายการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขว่า "มากกว่า" หรือ "น้อยกว่า" โดยรายการนี้ได้รับความนิยมอย่างยาวนาน เพราะออกอากาศในช่วงเวลา 11.00 น. ของวันอาทิตย์ต่อเนื่องนานถึง 8 ปี จนถึงเทปสุดท้ายออกอากาศวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2532 แต่ภายหลังจากนั้น รายการพลิกล็อก ก็ได้มีการนำกลับมาทำใหม่อีกครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2539-2541 [1]

ประเภทเกมโชว์
พัฒนาโดยบริษัท เจเอสแอล โกลบอลมีเดีย จำกัด
ประเทศแหล่งกำเนิดไทย ไทย
ภาษาต้นฉบับไทย ไทย
ความยาวตอน60 นาที
เครือข่าย/ช่องช่อง 5
การออกอากาศแรกพ.ศ. 2525-พ.ศ. 2532,พ.ศ. 2539 – พ.ศ. 2541

พิธีกรแก้ไข

นับตั้งแต่การออกอากาศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 - 2532 รวมทั้งการนำรายการพลิกล็อกกลับมาทำใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2539 - 2541 นั้น ได้มีพิธีกรรายการถึง 4 รุ่นด้วยกันประกอบไปด้วย

  1. ไตรภพ ลิมปพัทธ์, วาสนา สิทธิเวช และ ดี๋ ดอกมะดัน (พ.ศ. 2525)
  2. ปัญญา นิรันดร์กุล, รัชนู บุญชูดวง และ ดี๋ ดอกมะดัน (พ.ศ. 2526 - 2527)
  3. ปัญญา นิรันดร์กุล, และ ดี๋ ดอกมะดัน (พ.ศ. 2527 - 2532)
  4. สัญญา คุณากร, และ สุริวิภา กุลตังวัฒนา (พ.ศ. 2539 - 2541)

ชื่อรายการแก้ไข

ตลอดระยะเวลาที่มีรายการพลิกล็อกนั้น ได้มีการเปลี่ยนชื่อรายการ รวมถึงรูปแบบเกมหลายครั้ง รวมถึงพลิกล็อกที่มีการนำกลับมาทำใหม่ด้วย ดังต่อไปนี้

  1. พลิกล็อก (2525-2527)
  2. คู่หูพลิกล็อก (2527-2530)
  3. พลิกล็อกเพชร (2530-2531)
  4. พลิกล็อกเหนือเมฆ (2532)
  5. พลิกล็อกรีเทิร์นส์ (2539)
  6. ดับเบิ้ลพลิกล็อก (2540-2541)

กติกาในรายการแก้ไข

ช่วงที่ 1แก้ไข

พลิกล็อก รีเทินส์ / ดับเบิ้ล พลิกล็อกแก้ไข

  • เดาใจ (รูปแบบที่ 1) เป็นเกมสะสมคะแนนในขั้นเบื้องต้น ซึ่งเล่นกันตั้งแต่เริ่มรายการไปพร้อมกับการแนะนำผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีม ทั้งนี้ ในการแนะนำผู้เข้าแข่งขัน แต่ละทีมจะส่งสมาชิกหนึ่งคน ออกมาก่อน จากนั้น พิธีกรจะถามคำถามหนึ่งคำถาม และให้สมาชิกคนนั้นเดาใจว่า เพื่อนร่วมทีมจะตอบคำถามนั้นว่าอย่างไร โดยให้บอก 4 คำตอบ เมื่อสมาชิกคนแรกได้บอกคำตอบทั้ง 4 ข้อแล้ว พิธีกรจะเชิญ เพื่อนร่วมทีมของผู้เข้าแข่งขันคนดังกล่าวออกมา และให้ตอบคำถามนั้น ถ้าตอบถูก 1 คำตอบ จะได้รับ 1 คะแนน ตอบผิดจะไม่ได้คะแนน ถ้าตอบถูกทุกข้อ จะได้รับ 4 คะแนนเต็ม คะแนนในรอบนี้ จะถูกนำไปรวมเป็นคะแนนสะสมในรอบต่อไปด้วย
  • ห้องเดาใจ (รูปแบบที่ 2) เกมนี้ จะให้ผู้เข้าแข่งขันในทีม ทั้งสองคน เข้าห้องเดาใจท่านละ 1 ห้อง แต่ละห้องมีสิ่งของที่เหมือนกัน 5 อย่าง ทั้งเครื่องแต่งกาย ของใช้ เครื่องประดับ ฯลฯ เมื่อเลือกสิ่งของครบทุกอย่างแล้วจะเริ่มดึงที่กั้นออกมา ผู้เข้าแข่งขันจะต้องแต่งกายเหมือนกันและถูกต้อง ครบ 5 อย่างจะได้รางวัลพิเศษจากทางผู้สนับสนุนรายกการ ในกรณีที่เครื่องแต่งกาย ของใช้ และ เครื่องประดับ ไม่เหมือนกันจะได้คะแนนตามจำนวนแต่จะไม่ได้รางวัลพิเศษ หลังจากนั้นจะเริ่มทำการเปิดแผ่นป้ายเพื่อสะสมคะแนน มีทั้งหมด 10 แผ่นป้าย แต่ละแผ่นป้ายจะมีตัว 0 – 9 อย่างละป้าย

ช่วงที่ 2แก้ไข

พลิกล็อก รีเทินส์ / ดับเบิ้ล พลิกล็อกแก้ไข

  • ช่วงนี้ จะเป็นการแข่งขันตอบคำถามและสะสมคะแนน เพื่อหาหนึ่งทีม ที่จะผ่านเข้ารอบไปพบกับแชมป์ของรายการ ซึ่งเป็นผู้ชนะเกมในสัปดาห์ก่อน โดยพิธีกรจะถามคำถามทั้งหมด 3 ข้อ ในแต่ละข้อ จะเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข ทั้งนี้ ในการถาม พิธีกรจะให้ทีมหนึ่งเป็นผู้ตั้งตัวเลขคำตอบขึ้นมา และให้อีกฝ่ายหนึ่งทายว่าคำตอบที่แท้จริงนั้น มากกว่าหรือน้อยกว่า คำตอบที่ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวเลขขึ้นมา ถ้าฝ่ายที่ทายคำตอบ ตอบถูก จะได้สิทธิ์ในการสะสมคะแนนก่อน แต่ถ้าตอบผิด ฝ่ายตรงข้าม จะได้สิทธิ์ในการสะสมคะแนนก่อนเช่นกัน
    • ในการสะสมคะแนนแต่ละรอบ จะมีทั้งหมด 3 รอบเท่ากับจำนวนคำถามที่ถาม โดยเป็นเกมทายตัวเลข ซึ่งจะมีแผ่นป้ายทั้งหมด 8 แผ่นป้าย ทั้งนี้ พิธีกรจะเริ่มเปิดแผ่นป้ายแรกเพื่อกำหนดตัวเลขก่อน ซึ่งอาจเป็นตัวเลขใดก็ได้ตั้งแต่ 0 - 9 จากนั้นจะให้ทีมที่ได้สิทธิ์เล่นเกมก่อนจากการตอบคำถาม ทายว่าแผ่นป้ายต่อไปนั้น มีค่าตัวเลขมากกว่า หรือน้อยกว่าป้ายก่อนหน้า ถ้าตอบถูก คะแนนสะสมจะเพิ่มขึ้น และฝ่ายตรงข้ามจะต้องทายต่อ แต่ถ้าตอบผิด เกมทายตัวเลขจะจบลง และคะแนนสะสมทั้งหมดที่มีอยู่ จะตกเป็นของฝ่ายตรงข้ามทันที อนึ่ง คะแนนสะสมต่อแผ่นป้ายในเกมทั้ง 3 รอบนั้น จะได้แก่ 2 คะแนน, 4 คะแนน และ 8 คะแนนตามลำดับ
      • เมื่อจบการแข่งขันทั้ง 3 ข้อ ทีมใดได้คะแนนมากที่สุด ทีมนั้นจะเป็นผู้ชนะ และผ่านเข้าไปพบกับแชมป์ประจำรายการ ซึ่งเป็นผู้ชนะเกมในสัปดาห์ก่อนหน้านั่นเอง

ช่วงที่3แก้ไข

พลิกล็อก รีเทินส์ / ดับเบิ้ล พลิกล็อกแก้ไข

  • ลักษณะของเกมการแข่งขัน ในรอบนี้ จะเหมือนกับการแข่งขันในรอบที่ 2 ทุกประการ แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่างแชมป์ประจำรายการ ซึ่งก็คือผู้ชนะเกมในสัปดาห์ก่อน กับผู้ท้าชิง ซึ่งก็คือผู้ชนะเกมในรอบที่ 2 ทั้งนี้ ทีมใดที่สะสมคะแนนในรอบนี้ได้มากกว่า จะสิทธิ์เข้าไปเล่นเกมในรอบแจ็กพอตต่อไป
  • สำหรับผู้ที่เป็นแชมป์ประจำรายการ หากสามารถเป็นแชมป์ได้ถึง 3 สมัย จะได้รับทองคำหนัก 10 บาท

รอบแจ๊กพ๊อตแก้ไข

พลิกล็อกแก้ไข

รอบแจ๊กพ๊อต แผ่นป้ายทั้งหมดจะมี 40 แผ่นป้าย ด้านหลังจะมีตัวเลข 0 – 9 และ ตัวพิเศษซ่อนอยู่ ผู้เข้าแข่งขันเลือก 7 แผ่นป้าย จากนั้นจึงมีการเรียงแผ่นป้ายตามที่ผู้เข้าแข่งขันต้องการ ในการเริ่มต้นจะมีคะแนน 5,000 คะแนน ใบแรกจะเปิดแผ่นป้ายเป็นตัวเลข แผ่นป้ายต่อไปให้ทายว่ามากกว่าหรือน้อยกว่าโดยผู้เล่นต้องกำหนดคะแนนในการเดิมพันด้วย หากกำหนดว่า "หมดเลย" คือใช้คะแนนทั้งหมดในการเดิมพัน ถ้าทายถูกจะได้คะแนนทั้งหมดที่เดิมพันไว้ แต่ถ้าทายผิดคะแนนจะลดลงตามที่เดิมพัน หากผู้เข้าแข่งขันสะสมคะแนนครบ 320,000 คะแนน หรือเดิมพันคะแนนทั้งหมดในการทาย 6 ครั้งแล้วตอบถูกทั้งหมด จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาท ในกรณีที่เดิมพันคะแนนทั้งหมดแล้วทายผิดเกมจะจบลงทันที มีผลเป็นเลข 0 หากจบแผ่นป้ายสุดท้ายผู้เล่นทำคะแนนไม่ถึงเป้าหมายแจ็คพอต จะได้รับเงินเท่ากับคะแนนสะสม และหากเปิดแผ่นป้ายซ้ำติดกันจะได้เงินรางวัลพิเศษ 20,000 บาท

ในยุคของพลิกล็อกรีเทิร์นส์ เงินรางวัลแจ็คพอตจะสะสมเป็นรายเดือน โดยเริ่มต้นที่ 1,000,000 บาท และหากยังไม่มีผู้เข้าแข่งขันทำแจ็คพอตแตก เมื่อเข้าสู่เดือนใหม่ เงินรางวัลแจ็คพอตจะสะสมเพิ่มขึ้นอีก 1,000,000 บาททุกเดือน แต่ถ้าหากมีการทำแจ็คพอตแตกเกิดขึ้น ในสัปดาห์ถัดไป เงินรางวัลแจ็คพอตจะกลับมาที่ 1,000,000 บาทอีกครั้ง

แผ่นป้ายพิเศษในช่วงรอบแจ๊กพ๊อตแก้ไข

  • ดับเบิ้ล ลักษณะจะเป็นรูปลูกศรขึ้น-ลง(สัญลักษณ์รายการพลิกล็อก) แทนเลข 0 หรือ 9 ได้
  • ดับเบี้ยว ลักษณะจะเป็นรูปวงกลมซ้อน 3 วง เป็นตัวหยุดเกมจะจบลงทันที

เหตุการณ์สำคัญแก้ไข

  • เหตุการณ์สำคัญอย่าง การสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้รายการ พลิกล็อกรีเทิร์นส์ ต้องออกอากาศในกรณีพิเศษจึงไม่มีการแข่งเกม
  • พ.ศ. 2540 รายการดับเบิ้ล พลิกล็อก ต้องเลื่อนออกอากาศในช่วง รอบแจ็กพอต เนื่องจาก ททบ. 5 และ กองทัพบก จัดทำรายการพิเศษ การปั่นจักรยานโครงการเหนือจรดใต้ ต้านภัยยาเสพติด (ปิดโครงการวันสุดท้าย) ส่งผลให้รายการเลตเวลาไป 30 นาที จึงกลับสู่เข้ารายการปกติ

เกร็ดข้อมูลแก้ไข

  • สัญลักษณ์ประจำรายการคือ ลูกศรขึ้น – ลง ซึ่งใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 – 2532 , พ.ศ. 2539 – 2541 จึงได้เปลี่ยนรูปแบบของสัญลักษณ์มา 6 ครั้ง สัญลักษณ์ฯ จะอยู่บนประตูรวมอยู่ด้วย และกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำรายการมาจนถึงปี พ.ศ. 2541
  • ในช่วงเปิดแผ่นป้ายจะมีรูปผู้เข้าแข่งขันจับภาพอยู่บนหน้าจอ
  • ในช่วงที่แจ๊กพอตไม่แตก (เดิมพันทั้งหมด แต่ตอบผิด) จะแสดงเลข 0 แบบบิดๆ เบี้ยวๆ ขึ้นมา
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการคำนวณคะแนน คือ จอคอมพิวเตอร์ จะอยู่ในรายการ พลิกล็อกรีเทิร์นส์
  • เพลงไตเติ้ลรายการในยุคแรกๆ แต่งโดย เรวัต พุทธินันทน์
  • เหตุการณ์ที่สร้างความมหัศจรรย์ในรอบแจ็คพอตครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ ครั้งที่ มณฑล จิรา และ ดนัย จิรา สองพี่น้องตระกูลจิรา ได้เลือกแผ่นป้ายวางตำแหน่งครบทั้ง 7 แผ่นป้าย ผลปรากฏว่าตัวเลขที่เลือกเล่นนั้น เรียงลำดับจาก 0 -> 1 -> 2 -> 3 -> 7 -> 8 -> 9 ซึ่งในสัปดาห์นั้น แจ็คพอตแตกด้วย
  • พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง และ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ เป็นผู้แข่งขันที่ครองตำแหน่งแชมป์มากครั้งที่สุดของรายการ คือ 12 ครั้ง โดยเข้าแข่งขันครั้งแรกออกอากาศวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2529 จนถึงครั้งที่ 13 ออกอากาศวันที่ 21 ธันวาคม ปีเดียวกัน ซึ่งต้องพ่ายให้กับ ชูศรี มีสมมนต์ และสามี
  • ช่วง "คุณสะพัด" เป็นคำถามในเกมรอบตัดเชือก ยุค พลิกล็อกเพชร โดยมีพิธีกรภาคสนามคือ พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ซึ่งต่อมาเป็นเสนาของรายการ ยุทธการขยับเหงือก โดยเรียกตัวเองว่า "เสนาเพชร"
  • รายการบันทึกเทปที่ห้องส่ง ททบ. 5 ในยุค พลิกล็อก-คู่หูพลิกล็อก และ สตูดิโอ แอคทีฟ ในยุค พลิกล็อกเพชร, พลิกล็อกเหนือเมฆ และ พลิกล็อกรีเทิร์นส์
  • พลิกล็อกเพชร มีรูปแบบเดียวที่ใช้สัญลักษณ์รูปเพชรเท่านั้น และแผ่นป้ายจะวางอยู่บนสายพาน

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.youtube.com/watch?v=GPMpJYwhin4 พลิกล็อกรีเทิร์นส์