พระไภรวะ (สันสกฤต: भैरव; การถอดรูปเป็นอักษรไทยบางครั้งอาจเขียนเป็น "ไภรพ") หรือ พระอิศวรปางดุร้าย เป็นปางหนึ่งของพระศิวะ ซึ่งชาวไทยเรียกว่า "พระพิราพ" ซึ่งเป็นครูในนาฏกรรม มีในนิกายตันตระ สาเหตุที่ทำให้มีลักษณะที่น่ากลัว เนื่องจากจะทำให้ศาสนิกเกรงกลัวพลอำนาจของเทพเจ้า พระอิศวรไภรพนั้นมีอยู่มี ๒ แบบ คือ

พระไภรวะ
Bhairabnath.jpg
ส่วนเกี่ยวข้องพระรุทร, พระศิวะ
มนตร์Om Shri Kaal Bhairavaya Namaha
อาวุธตรีศูล, Khaṭvāṅga
พาหนะขาล
เทศกาลBhairava Ashtami
คู่ครองพระแม่ไภรวี, พระแม่กาลี

๑. กาฬไภรพ ชาวเนปาล เรียกว่า "กาฬไภราพ" ผิวกายเป็นสีดำ สวมเครื่องประดับสีแดงและเหลือง มีสีแดงที่คนเอามาป้ายทาต่างเลือดสังเวยเปรอะทั้งองค์ พระเนตรของพระองค์โปนถลน เขี้ยงโง้ง พระหัตถ์ทั้ง ๖ ถือดาบและอาวุธต่างๆ รวมทั้งหัวคนด้วย เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ สามารถลงโทษคนพูดเท็จให้เลือดออกจนตายได้ เวลาจะสาบานอะไร ต้องมาสาบานที่กาฬไภรพ

๒. เศวตไภรพ ชาวเนปาล เรียกว่า "เสโตไภราพ" เป็นแบบเดียวกับกาฬไภรพ แต่แตกต่างกับกาฬไภรพตรงที่ เศวตไภรพนี้ผิวกายจะเป็นสีขาว

บางคนเข้าใจกันว่ากาฬไภรพ และเศวตไภรพ เป็นองค์เดียวกับพระแม่กาลี เพราะเห็นความดุร้าย แยกเขี้ยวยิงฟัน และมีการนำเลือดมาสังเวย แต่ความจริง ไภรพ ก็คือพระนามของพระอิศวรปางดุร้าย

กาศีลิงคพิราปปาแก้ไข

กาศีลิงคพิราปปา เป็นไภรวะปางที่มีผู้นับถือมากในพาราณสี เป็นปางดุของพระอิศวรที่ตัดเศียรที่ห้าของพระพรหม หลังจากนั้นไภรวะต้องใช้บาปด้วยเป็นขอทาน มีศีรษะพระพรหมเป็นบาตรติดมือไป จนมาถึงเมืองพาราณสี ศีรษะพระพรหมหลุดจากมือ ไภรวะจึงเป็นเทพประจำเมืองพาราณสี มีหน้าที่กินบาปของผู้นำเนื้อดิบกับเหล้ามาเซ่น ชาวพาราณสีสร้างรูปเคารพของท่านเป็นเสาแบบหลักประหาร มีหัวยักษ์อยู่บนยอด ในบันทึกระบุว่าเมื่ออังกฤษเข้ายึดพาราณสีนั้น ชาวบ้านยังเซ่นเสานี้โดยการเชือดคนและควายบูชา ในเนปาลมีการบูชาเทพลักษณะนี้เช่นกัน แต่ใช้การเชือดแพะบูชา และยังทำต่อมาถึงปัจจุบัน คำว่าพิราปปานี้ ในรามเกียรติ์เรียกว่าพระพิราพหรือพระพิราพป่า และเป็นเทพที่นักดนตรีเคารพบูชากันมาก[1]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ไมเคิล ไรท์. ฝรั่งคลั่งผี. กทม. : มติชน, 2550. หน้า 257 - 258.

ดูเพิ่มแก้ไข