พระเจ้าโกจงแห่งโครยอ

พระเจ้าโกจงแห่งโครยอ (เกาหลี: 고종, ฮันจา: 高宗, MC: Gojong, MR: Kojong ค.ศ. 1192 - ค.ศ. 1259) เป็นกษัตริย์องค์ที่ 23 แห่งราชวงศ์โครยอ (ค.ศ.1213-1259) พระเจ้าโกจงประสูติในรัชกาลของพระเจ้ามยองจง เป็นพระโอรสขององค์ชายรัชทายาทและพระชายาตระกูลยู ใน ค.ศ. 1197 พระเจ้ามยองจงทรงถูกชเวชุงฮอนปลดจากราชสมบัติ และเนรเทศพระราชวงศ์ไปเกาะคังฮวา จนใน ค.ศ. 1211 ชเวชุงฮอนได้นำอดีตองค์ชายรัชทายาทกลับขึ้นมาเป็นพระเจ้าคังจง พระราชวงศ์จึงได้นิวัติพระราชวัง พระเจ้าคังจงอยู๋ในราชสมบัติได้สองปีก็สวรรคต พระโอรสจึงขึ้นครองราชย์ต่อเป็นพระเจ้าโกจง

พระเจ้าโกจงนั้นเช่นเดียวกับพระบิดาและพระอัยกี คือทรงเป็นเพียงกษัตริย์หุ่นเชิดสำหรับผู้นำเผด็จการทหารชเวชุงฮอน เมื่อชเวชุงฮอนเสียชีวิตในค.ศ. 1219 บุตรชายชเวอู (최우, 崔瑀) ก็ก้าวขึ้นมามีอำนาจต่อจากบิดา

ต้นศตวรรษที่ 13 เป็นช่วงเวลาแห่งการขยายอำนาจของมองโกล ใน ค.ศ. 1225 วอเคอไตข่าน (Ögedei Khan) ส่งทูตมาเรียกร้องบรรณาการจากโครยอ แต่ทูตมองโกลถูกลอบสังหารอย่างปริศนา[ต้องการอ้างอิง] วอเคอไตข่านจึงแก้แค้นเกาหลีโดยการส่งแม่ทัพซาร์ไต (Sartai) ยกทัพมองโกลมาบุกเกาหลีใน ค.ศ. 1231 รุกข้ามแม่น้ำยาลูมาอย่างรวดเร็วชเวอูระดมพลเกาหลีไปป้องกันได้ที่เมืองคูซอง (구성, 龜城) แต่ทัพมองโกลนั้นมีความรวดเร็วสามารถยึดเมืองแคซองได้ใน ค.ศ. 1232 ด้วยความช่วยเหลือของฮงบกวอน (홍복원, 洪福源) ขุนนางเกาหลีที่ไปเข้ากับมองโกล ราชสำนักเกาหลีต้องยอมเสียเงินทองผ้าไหม รวมทั้งม้าและทาสให้กับมองโกลเป็นค่าชดเชย และวอเคอไตข่านยังให้ผู้ตรวจการ (darugachi) จำนวน 72 คนอยู่ควบคุมสถานการณ์ในโครยอ

แต่ชเวอูก็ได้สั่งให้นำผู้ตรวจการทั้ง 72 คนไปสังหารเสีย แล้วย้ายราชสำนักไปที่เกาะคังฮวา สร้างป้อมปราการแข็งแรงล้อมรอบ ซึ่งแผนการย้ายราชสำนักนี้เป็นที่ต่อต้านของพระเจ้าโกจงและขุนนางฝ่ายพลเรือนทั้งหลาย ที่เห็นว่าไม่ควรจะไปสู้รบกับมองโกลเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่โครยอ ราชสำนักที่เกาะคังฮวานั้นเป็นวังของชเวอูมากกว่าที่จะเป็นพระราชวังของพระเจ้าโกจง[ต้องการอ้างอิง] ออเกอเดย์ข่านเห็นว่าการย้ายเมืองหลวงของเกาหลีเป็นการเตรียมรบกับมองโกล จึงส่งทัพมาบุกอีกนำโดยฮงบกวอน ขุนนางเกาหลีที่ไปเข้าพวกมองโกล ปรากฏว่าแม่ทัพซาร์ไตถูกลอบสังหารโดยพระภิกษุชื่อว่าคิมยุนฮู

ทัพมองโกลยังคงอยู่ในเกาหลีต่อมา ใน ค.ศ. 1236 พระเจ้าโกจงมีพระราชโองการให้จัดพิมพ์พระไตรปิฏกภาษาเกาหลี (팔만대장경, 八萬大藏經, Tripitaka Koreana) เก็บไว้ที่วัดแฮอิน (해인사, 海印寺) ขึ้นมาเพื่อทดแทนของเดิมที่ถูกมองโกลทำลายและทรงเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ได้บุญและโครยอจะรอดพ้นจากการรุกรานของมองโกล เมื่อวอเคอไตข่านเสียชีวิตใน ค.ศ. 1241 การรุกรานของมองโกลจึงหยุดไป

ใน ค.ศ. 1251 มองเกอข่าน (Mongke Khan) ข่านคนใหม่ของมองโกล ได้เรียกร้องให้พระเจ้าโกจงย้ายกลับมาประทับที่เมืองแคซอง มองเกอข่านส่งจาแลร์ไต (Jalairtai) ยกทัพมองโกลเข้ามาบุกโครยออีกครั้ง จนพระเจ้าโกจงต้องทรงยอมจำนน ย้ายกลับมาประทับที่แคซอง แต่ชเวฮัง (최항, 崔沆) บุตรชายของชเวอูและผู้นำทหารต่อจากบิดายังคงอยู่ที่เกาะคังฮวา มองเกข่านเห็นว่าเกาหลียังไม่นอบน้อมเพราะผู้นำเผด็จการทหารจึงต้องการนำตัวชเวฮังมาลงโทษ จาแลร์ไตบุกเกาหลีอีกครั้งใน ค.ศ. 1254 ซึ่งเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดมีความเสียหายมากที่สุด[ต้องการอ้างอิง] ทัพมองโกลสังหารชาวเกาหลีไปจำนวนมากเป็นพันคนรวมทั้งเผาทำลายบ้านเมืองและวัตถุมีค่า เกาหลีกลายเป็นแดนมิคสัญญีขณะที่ราชสำนักใช้ชีวิตอย่างหรูหราหลบซ่อนอยู่ที่เกาะคังฮวา

ในที่สุด ค.ศ. 1258 พระเจ้าโกจงร่วมกันวางแผนกับคิมอินจุน (김인준, 金仁俊) และ ขุนนางฝ่ายพลเรือนทั้งหลาย ใช้ให้ยูคยอง (유경, 柳璥) ทำการลอบสังหารชเวอี (최의, 崔竩) ผู้นำเผด็จการทหารบุตรชายของชเวฮังไปเสีย และพระเจ้าโกจงก็ทรงยอมจำนนต่อมองโกล โดยโครยอตกเป็นเมืองขึ้นของมองโกลและต้องส่งองค์ชายโครยอทั้งหลายไปอยู่กับมองโกลที่เมืองคาราโครุม (Karakorum) และต้องอภิเษกกับเจ้าหญิงมองโกล รวมทั้งผนวกมณฑลซังซอง (쌍성, 雙城) ให้อาณาจักรมองโกลปกครองโดยตรง ใน ค.ศ. 1259 พระเจ้าโกจงก็ทรงส่งพระโอรสองค์ชายรัชทายาทวังจอน (왕전, 王倎 ภายหลังเป็น พระเจ้าวอนจง) ไปเป็นองค์ประกันกับพวกมองโกล แต่พระเจ้าโกจงก็สวรรคตในปีเดียวกัน องค์ชายวังจอนจึงขึ้นครองราชย์ต่อเป็นพระเจ้าวอนจง

พระเจ้าโกจงในภายหลังได้รับพระนาม พระเจ้าชุงฮอน (충헌왕, 忠憲王) จากจักรรพรรดิหยวนซื่อจูกุบไลข่าน แต่ก็ยังมีพระนามที่พระสุสานอยู่

อ้างอิงแก้ไข