เปิดเมนูหลัก

พระเจ้าสการะวุตพี[1] (သုရှင်တကာရွတ်ပိ, ออกเสียง: [θṵʃɪ̀ɴ dəɡàjʊʔpḭ], Takayutpi တကာရွတ်ပိ ตะก่ายุปิ๊; 1511 – 1539) พงศาวดารมอญพม่าเรียกว่าพระเจ้าพะธิโรราชา[2] เป็นพระเจ้าหงสาวดีพระองค์ที่ 18 และพระองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรหงสาวดีในพม่าระหว่าง ค.ศ. 1526 ถึง 1539 พระองค์ขึ้นสืบราชบัลลังก์เมื่อพระชนมายุเพียง 15 พรรษา รัชสมัยของพระองค์ตรงกับช่วงอาณาจักรหงสาวดีของชาวมอญที่เคยยิ่งใหญ่เริ่มเสื่อมอำนาจลง และพระองค์ไม่เคยปกครองให้ขุนนางเกรงกลัวในอีก 13 ปีต่อมา เนื่องจากกษัตริย์หนุ่มอย่างพระเจ้าสการะวุตพีไร้ประสบการณ์และความสามารถทำให้อาณาจักรหงสาวดีที่สถาปนาตั้งแต่ ค.ศ. 1287 เสียให้แก่อาณาจักรเล็ก ๆ อย่างอาณาจักรตองอูของชาวพม่า

พระเจ้าสการะวุตพี
กษัตริย์แห่ง อาณาจักรหงสาวดี
ครองราชย์1526–1539
ก่อนหน้าพญารามที่ 2
ถัดไปสิ้นสุดอาณาจักรหงสาวดี
อัครมเหสีพระนางมีนคองแมดอ
ราชวงศ์ราชวงศ์หงสาวดี
พระราชบิดาพญารามที่ 2
ประสูติค.ศ. 1511
พะโค
สวรรคตค.ศ. 1539
ศาสนาพุทธเถรวาท

พระราชประวัติแก้ไข

พระเจ้าสการะวุตพีประสูติเมื่อ ค.ศ. 1511 ที่กรุงหงสาวดี เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพญารามที่ 2 (ဗညားရံ บะญาหยั่น) กษัตริย์พระองค์ที่ 17 มีพระราชอนุชาคือสมิงทอ (သမိန်ထော) พระเจ้าสการะวุตพีขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดาเมื่อพระชนมายุเพียง 15 พรรษา[1] ซึ่งพญารามที่ 2 พระราชบิดานั้นเป็นกษัตริย์ที่ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน

เพราะการขาดสภาวะผู้นำของพระเจ้าสการะวุตพีเป็นการเปิดโอกาสให้พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ยุวกษัตริย์จากอาณาจักรตองอู อาณาจักรเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือและขุนศึกคู่พระทัยของพระองค์อย่างบุเรงนอง กรีธาทัพลงมาโจมตีอาณาจักรหงสาวดีถึง 3 ครั้งคือ ค.ศ. 1534, 1537 และ 1538 โดยเฉพาะใน ค.ศ. 1538 พระเจ้าสการะวุตพีขาดแม่ทัพที่มีความสามารถและพระองค์ไม่มีพระทัยที่จะสู้รบรวมถึงสอพินยา (စောဗညား ซอบะญา) เจ้าเมืองเมาะตะมะ ผู้เป็นพระเทวัน (พี่เขย) มิได้ส่งกำลังทหารมาช่วยจึงหนีไปพึ่งเมืองแปร ซึ่งขณะนั้นปกครองโดยพระเจ้านรปติ (နရပတိ) หรือในนวนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศเรียก พระเจ้านรบดี ผู้เป็นพระเทวัน (พี่เขย) อีกพระองค์หนึ่ง ในที่สุดตองอูก็เข้ายึดหงสาวดีได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อทำให้อาณาจักรหงสาวดีของชาวมอญที่รุ่งเรืองมากว่า 252 ปีต้องล่มสลายลง พระเจ้าสการะวุตพีได้เสด็จไปยังเมืองแปรเพื่อให้พันธมิตรอย่างเมืองแปรและรัฐฉาน ช่วยกู้ราชบัลลังก์ของพระองค์คืนมาแต่ได้รับการปฏิเสธ พระองค์จึงออกจากเมืองแปรไปพร้อมกับทหารจำนวนหนึ่งเข้าสู่เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี เพื่อรวบรวมช้างศึกและไพร่พล ใกล้เมือง Maubin แต่พระเจ้าสการะวุตพีก็ประชวรและสวรรคตลงกะทันหัน

หลังจากพระเจ้าสการะวุตพีสวรรคตแล้วสอพินยาได้ประกาศเอกราชและตั้งตนเป็นพระเจ้าเมาะตะมะ กระทั่งพ่ายแพ้และถูกสังหารโดยกองทัพตองอูเมื่อ ค.ศ. 1541 เป็นอันสิ้นสุดสงครามตองอู—หงสาวดี ที่กินเวลายาวนานถึง 7 ปี หลังการสวรรคตของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ใน ค.ศ. 1550 สมิงสอตุตและสมิงทอได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ของชาวมอญ แต่ในที่สุดสมิงทอก็ถูกไล่ล่าและสังหารโดยกองทัพตองอูภายใต้การนำของพระเจ้าบุเรงนองที่ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อจากพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เมื่อ ค.ศ. 1552

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. 1.0 1.1 พระราชพงศาวดารพม่า, หน้า 118
  2. ประชุมพงศาวดารเล่ม 2, หน้า 35
บรรณานุกรม