พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา[1] หรือ อรไทยเทพกัลยา[2] (18 กันยายน พ.ศ. 2402 – 4 เมษายน พ.ศ. 2449) เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบัว

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 4
พระองค์เจ้าชั้นเอก
Princess Oradaya Debkanya.jpg
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาบัว
ประสูติ18 กันยายน พ.ศ. 2402
พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพพระมหานคร
สิ้นพระชนม์4 เมษายน พ.ศ. 2449 (46 ปี)
วังสวนดุสิต กรุงเทพพระมหานคร
ศาสนาพุทธ

หลังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญาสิ้นพระชนม์ลง ได้มีเสียงเล่าลือว่ามีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เป็นต้นว่า มีเสียงร้องโหยหวนหรือมีการพบเหตุวิญญาณแล้วโจษจันว่าเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญามาขอส่วนบุญส่วนกุศล ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาโปรดเกล้าให้มีการขุดสระน้ำขึ้นภายในพระบรมมหาราชวังเพื่ออุทิศพระราชกุศลพระราชทานแก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา ทรงพระราชทานนามว่า "สระพระองค์อรไทยฯ" เพื่อรักษาพระเกียรติยศของพระขนิษฐาและยังประโยชน์แก่ผู้คนทั้งหลาย[3][4]

พระประวัติแก้ไข

พระชนม์ชีพและพระอาการประชวรแก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญาเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชนนีคือเจ้าจอมมารดาบัว (สกุลเดิม ณ นคร) ธิดาของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) กับท่านผู้หญิงอิน[5] พระองค์ได้รับพระราชทานพระนามจากพระชนกนาถ[2] มีพระเชษฐาและพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมลักษณเลิศ[5] พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนศิริธัชสังกาศ[6] พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์ศิริพัฒน์[7] และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดำรงฤทธิ์[8]

กล่าวกันว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญาทรงประชวรกระเสาะกระแสะ พระพลานามัยไม่สู้สมบูรณ์มานาน ทรงพึ่งวิธีการรักษาทั้งแพทย์สมัยใหม่และไสยศาสตร์ แต่พระโรคหาคลายไม่[9] พระองค์ทรงหมั่นประกอบพระราชกุศลอยู่เสมอหวังให้หายจากพระอาการประชวร เช่น ทรงบริจาคเงินสำหรับสร้างกุฏิถวาย ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหารและวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร[10] ทรงทำพิธีสะเดาะเคราะห์ด้วยพิธีการบำเพ็ญทานสลากท่วมหลังช้างตามวิธีไสยศาสตร์อย่างโบราณ ดังปรากฏในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงพระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร (หม่อมราชวงศ์ปุ้ม มาลากุล) เจ้ากรมราชพิธีกระทรวงวัง ความว่า "อรทัยขอยืมช้างใส่ฉลาก จะขอให้มายืนที่ประตูศรีสุดาวงศ์ ให้จัดมาให้ตามประสงค์ จะยืนแห่งใดเมื่อใดให้พูดกับกรมมรุพงษ์"[3] ก่อนสิ้นพระชนม์ พระองค์นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินส่วนพระองค์แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อโปรดให้จัดการพระศพ[11]

สิ้นพระชนม์แก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญาสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 09.45 น. ของวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2449 ณ พระตำหนักภายในวังสวนดุสิต[9] ในการนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานน้ำสรงพระศพ ทรงสวมพระชฎาพระราชชทาน พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระโกศกุดั่นน้อยทรงพระศพ ประดิษฐานบนชั้นแว่นฟ้า 2 ชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูงตามพระเกียรติยศ พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาสเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2449[12] พระอัฐิบรรจุไว้ในโกศทอง ประดิษฐาน ณ หอพระนาก[13] มีการเล่าลือกันว่าการสิ้นพระชนม์นี้เกิดจากการอัตวินิบาตกรรมในเขตพระราชฐาน และยิ่งโจษขานมากขึ้นในหมู่ชาววัง ว่ามีผู้ได้ยินเสียงโหยหวนในยามวิกาล รวมทั้งมีผู้พบเห็นวิญญาณ โดยเฉพาะวันพระหรือวันถือศีล[4] จึงคาดกันไปว่าคงเป็นวิญญาณของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญามาร้องขอส่วนบุญ[3] เหล่าพราหมณ์หลวงและโหรหลวงทั้งหลายต่างแนะนำกันว่าต้องกระทำการบางอย่างเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ดวงพระวิญญาณไปผุดไปเกิด[4]

เรื่องราวดังกล่าวได้เข้าไปถึงพระเนตรพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียพระเกียรติยศและอัปมงคล สร้างความหวาดกลัวในหมู่ชาววัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้มีการบำเพ็ญกุศลถวายสังฆทาน และขุดสระน้ำอุทิศส่วนกุศล พระราชทานนามว่า "สระพระองค์อรไทยฯ" ในการบำเพ็ญพระราชกุศลดังกล่าวได้จัดอย่างครึกครื้น มีเจ้านายฝ่ายในเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก มีการลอยสลากลงในสระเป็นกุศลทาน แล้วให้ข้าหลวงและเจ้าพนักงานมาตักสลากกันคนละลูก[3] หลังการสมโภชเสร็จสิ้น เรื่องผีที่เล่าลือกันของชาววังจึงยุติลง[4]

พระเกียรติยศแก้ไข

ธรรมเนียมพระยศของ
พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา
 
ธงประจำพระอิสริยยศ
การทูลใต้ฝ่าพระบาท[14]
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า[14]
การขานรับพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ

พระอิสริยยศแก้ไข

  • 18 กันยายน พ.ศ. 2402 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 : พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 – 4 เมษายน พ.ศ. 2449 : พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา
  • 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา[15][16]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

พระอนุสรณ์แก้ไข

  • สระพระองค์อรไทยฯ – เป็นสระน้ำภายในพระบรมมหาราชวัง ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ขุด เพื่ออุทิศพระกุศลและยังประโยชน์แก่ชาววัง[3][4]
  • สะพานอรไทย – เป็นสะพานข้ามคลองเปรมประชากรบริเวณที่บรรจบกับคลองผดุงกรุงเกษม ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป เพื่ออุทิศพระกุศลแก่พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา[17]
  • ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา ภายในพระบรมมหาราชวัง – เดิมเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ปัจจุบันใช้เป็นหอสมุดมหามงคล
  • ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา ภายในพระราชวังดุสิต – เดิมเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดแสดงพระภูษาในรัชกาลที่ 5 และผ้าไหมจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ[17]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "การพระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์สำหรับตระกูลพระจุลจอมเกล้าแลถวายบังคมพระบรมรูป" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 16 (34): 498. 19 พฤศจิกายน 2442.
  2. 2.0 2.1 2.2 "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฝ่ายใน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 21 (32): 570. 6 พฤศจิกายน 2447.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย (31 มกราคม 2560). "พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา (สระพระองค์อรทัย)". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2561.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 รัตนะ ปาริฉัตร (17 พฤศจิกายน 2560). "สระน้ำพระองค์อรทัย ผันน้ำจากเจ้าพระยา ใช้สอยในวังหลวง". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2561.
  5. 5.0 5.1 กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. p. 56.
  6. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. p. 61.
  7. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. p. 74.
  8. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. p. 76.
  9. 9.0 9.1 "ข่าวสิ้นพระชนม์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 23 (2): 41. 8 เมษายน 2449.
  10. "การพระราชกุศลสตมาหสมัยและศราชพรตในพระศพพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 23 (17): 389. 22 กรกฎาคม 2449.
  11. "การพระเมรุวัดเทพศิรินทราวาศ งานที่ 2 พระศพพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 23 (45): 1152. 3 กุมภาพันธ์ 2449.
  12. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. p. 65.
  13. "การพระราชกุศลสัตมวาร วันพระราชทานเพลิงพระศพพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 23 (45): 1155. 3 กุมภาพันธ์ 2449.
  14. 14.0 14.1 คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ และสายไหม จบกลศึก (บรรณาธิการ) (2555). ราชาศัพท์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. p. 22-23.
  15. "พระบรมราชโองการ ประกาศคำนำพระนามพระบรมวงศานุวงษ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 27 (ก): 1. 30 ตุลาคม 2453.
  16. "พระบรมราชโองการ ประกาศคำนำพระนามพระบรมวงศานุวงษ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 28 (ก): 154. 30 กรกฎาคม 2454.
  17. 17.0 17.1 ปิ่นอนงค์ ปานชื่น (24 ธันวาคม 2556). "สะพานเก่า เล่าเรื่อง". กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563.