เปิดเมนูหลัก

นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน พระนามเดิม พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร (23 มกราคม พ.ศ. 2424 - 14 กันยายน พ.ศ. 2479) อดีตจเรทหารช่าง อดีตผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง อดีตเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และผู้ริเริ่มการค้นหาปิโตรเลียมในสยามเป็นครั้งแรก ต้นราชสกุลฉัตรชัย[1]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5 พระองค์เจ้าชั้นเอก
พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร.jpg
เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
แต่งตั้ง15 พฤษภาคม พ.ศ. 2469
ก่อนหน้ากรมพระจันทบุรีนฤนาถ (กระทรวงพาณิชย์)
เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (กระทรวงคมนาคม)
พระภรรยาพระชายา
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาวสิทธิ์นฤมล
หม่อม
เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่
หม่อมเพี้ยน ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมเผือด ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมบัวผัด ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมจำลอง ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมเอื้อม ฉัตรไชย ณ อยุธยา
พระบุตร8 พระองค์
ราชวงศ์ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาวาด
ประสูติ23 มกราคม พ.ศ. 2424
สิ้นพระชนม์14 กันยายน พ.ศ. 2479 (55 ปี)

พระประวัติแก้ไข

พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 ขณะทรงพระเยาว์เริ่มศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

ปี พ.ศ. 2437 เสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านโยธาธิการที่โรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และทรงศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมที่ทรินิทีคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และวิชาทหารช่างที่ แชทแฮม จากนั้นเสด็จศึกษาเพิ่มเติมในประเทศฝรั่งเศส ทรงศึกษาการทำทำนบและขุดคลอง ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และเสด็จกลับมาทรงงานและศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนได้เป็นสมาชิก M.I.C.E. (Member of the Institution of Civil Engineer) (เทียบเท่า วิศวกรรมสถาน)

พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากรเสด็จกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2447 ทรงรับราชการทหาร เหล่าทหารช่าง กรมยุทธนาธิการทหารบก ทรงดำรงตำแหน่งจเรทหารช่างพระองค์แรกในปี พ.ศ. 2451 และทรงดำรงตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลา 17 ปี ทรงนำความรู้ในวิชาการทหารแผนใหม่ตามแบบอย่างประเทศตะวันตกมาปรับปรุงกิจการทหารช่าง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่ และกองทัพ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ทรงถือน้ำพระพิพัฒนสัตยาตั้งเป็นองคมนตรีในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2453[2] ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน[3] และวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน[4]

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ยุบรวมกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม จึงโปรดให้กรมหลวงกำแพงเพ็ชรฯ รับตำแหน่งผู้รั้งสนาบดีกระทรวงคมนาคมและพาณิชยการตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2468[5] จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 จึงทรงตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และทำการในตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟหลวงแห่งกรุงสยามด้วย[6] ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ประชาธิบดินทรเจษฎภาดา ปิยมหาราชวงศ์วิศิษฎ์ อเนกยนตรวิจิตรกฤตยโกศล วิมลรัตนมหาโยธาธิบดี ราชธุรันธรีมโหฬาร พาณิชยการคมนาคม อุดมรัตนตรัยสรณธาดา มัททวเมตตาชวาศรัย ฉัตรชัยดิลกบพิตร ทรงศักดินา 15000[7] และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นอภิรัฐมนตรีในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2474[8]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงลาออกจากราชการและเสด็จไปประทับ ณ ประเทศสิงคโปร์ พร้อมกับครอบครัวเมื่อ พ.ศ. 2476 ต่อมาประชวรจนกระทั่งวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2479 จึงสิ้นพระชนม์ที่โรงพยาบาลในประเทศสิงคโปร์ สิริพระชันษาได้ 55 ปี พระชายาได้เชิญพระศพกลับกรุงเทพฯ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลโปรดให้ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร แล้วประกอบการพระราชกุศลทักษิณานุปทานในวันที่ 8-9 ตุลาคม[9]มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส[10]

พระกรณียกิจแก้ไข

ด้านการรถไฟไทยแก้ไข

 
ภาพล้อกรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 6

การดำเนินกิจการรถไฟในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ควบคุมการบริหารกิจการทั้งหมด กระทั่งปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟสายเหนือ ในปี พ.ศ. 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า "กรมรถไฟหลวง" และให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และทรงบุกเบิกพัฒนากิจการต่างๆ ของกรมรถไฟหลวง ขยายเส้นทางเดินรถไฟสายเหนือและสายใต้เข้าด้วยกัน สายตะวันออกเฉียงเหนือทรงสร้างทางรถไฟจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี สายตะวันออกจากฉะเชิงเทราถึงอรัญประเทศ และในปี พ.ศ. 2471 พระองค์ยังได้ทรงสั่งซื้อรถจักรดีเซล จำนวน 2 คัน (หมายเลข 21 และ 22) จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยมีกำลัง 180 แรงม้า เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่า รถจักรไอน้ำลากจูงขบวนรถไม่สะดวก และไม่ประหยัด อีกทั้งลูกไฟที่กระจายออกมาเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร และอาจทำให้เกิดไฟไหม้ไม้หมอนอีกด้วย ซึ่งรถจักรดีเซลทั้งสองคันดังกล่าว เป็นรถจักรดีเซลคันแรกในทวีปเอเชีย และถือว่าประเทศไทยนำรถจักรดีเซลเข้ามาใช้งานเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียด้วย [11]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมกรมทางไปขึ้นกับกรมรถไฟหลวง โดยให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงรับผิดชอบงานสร้างถนนและสะพานทั่วประเทศ เช่น สะพานกษัตริย์ศึก เป็นสะพานลอยข้ามทางรถไฟแห่งแรก และสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง สะพานพุทธ สะพานพระราม 6

ในปี พ.ศ. 2464 ขณะทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ได้ทรงริเริ่มนำเอาเครื่องเจาะมาทำการเจาะสำรวจหาน้ำมันดิบ ในบริเวณที่มีผู้พบน้ำมันดิบไหลขึ้นมาบนผิวดินที่บ่อหลวง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงว่าจ้างนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันเข้ามาสำรวจทางธรณีวิทยา เพื่อค้นหาน้ำมันดิบและถ่านหินในประเทศไทย

ด้านการคมนาคมและการสื่อสารแก้ไข

พระองค์ทรงริเริ่มนำวิทยาการด้านการสื่อสารเข้ามาใช้การพัฒนาประเทศ ทรงตั้งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงทดลองขนาดเล็ก และสั่งเครื่องวิทยุกระจายเสียงคลื่นสั้นเข้ามาทดลอง ทรงเปิดการกิจการส่งวิทยุกระจายเสียงเป็นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2473 ใช้ชื่อสถานีว่า "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" และถือว่าเป็นบุคคลแรกของสยาม ที่ต้องการให้ประเทศสยาม มีการส่ง เทเลวิชั่น หรือ วิทยุโทรทัศน์ขึ้นครั้งแรกในประเทศสยาม แต่ความคิดที่จะต้องการส่งแพร่ภาพโทรทัศน์ เมื่อขณะดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมในขณะนั้น ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสยามได้เปลื่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ทำให้การกำเนิดโทรทัศน์จึงล้มเลิกไปในระยะหนึ่ง (หากประสบความสำเร็จ ประเทศสยาม อาจเป็นประเทศแรกของเอเชีย ที่มีการส่งโทรทัศน์)

ด้านการสื่อสาร ทรงให้ความสำคัญการสื่อสาร โดยจัดตั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทั่วประเทศ ให้บริการรับส่งจดหมาย พัสดุ ไปรษณีย์ ธนาณัติ และโทรเลข รวมทั้งการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์และวิทยุโทรเลขภายในและภายนอกประเทศ

ด้านการคมนาคม ทรงสนพระทัยกิจการบิน โดยทรงทดลองขับเครื่องบินสาธิต จนได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นคนไทยคนแรกที่มีโอกาสขึ้นเครื่องบิน และทรงวางรากฐานกิจการการบินขึ้นในประเทศไทย และการจัดการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศ จัดตั้งบริษัทเดินอากาศและเปิดเส้นทางพาณิชย์

ด้านอื่น ๆแก้ไข

1 เมษายน พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคมเข้าเป็นกระทรวงเดียวกัน และให้ นายพลเอก กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (พระอิสริยยศในขณะนั้น) รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และเป็นนายกสภาเผยแผ่พาณิชย์

21 ตุลาคม พ.ศ. 2474 ทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีสภา ทำหน้าที่ปรึกษาราชการในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทรงปฏิบัติราชการแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีเป็นครั้งคราว

17 กันยายน พ.ศ. 2473 ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบในอุดมการณ์ของโรตารี จึงได้รับการก่อตั้งสโมสรโรตารีแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น เรียกชื่อว่า "สโมสรโรตารีกรุงเทพ" มีสมาชิกก่อตั้งรวม 69 ท่าน ซึ่งมีสัญชาติต่างๆ อยู่ถึง 15 ชาติด้วยกัน โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดานายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยเป็นสมาชิกก่อตั้งท่านหนึ่ง การประชุมก่อตั้งได้จัดทำขึ้น ณ พระราชวังพญาไท (ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร) โดยเสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงรับเป็นนายกก่อตั้งสโมสร

ทรงริเริ่มการค้นหาปิโตรเลียมในประเทศสยามเป็นครั้งแรก

พระชายาและหม่อมแก้ไข

 
ตราประจำราชสกุลฉัตรไชย
 
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธิ์นฤมล พระชายา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเป็นต้นราชสกุล "ฉัตรไชย" มีพระโอรส พระธิดารวม 11 องค์ ประสูติจากพระชายาและหม่อม ดังนี้ [12][13][14]

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธิ์นฤมล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธิ์นฤมล (11 มิถุนายน 2428 - 15 กุมภาพันธ์ 2506) พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ กับหม่อมราชวงศ์หญิงสว่าง จักรพันธุ์ (ราชสกุลเดิม : ศิริวงศ์) อภิเษกสมรสเมื่อ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447 มีพระโอรส 1 พระองค์และพระธิดา 3 พระองค์

เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่

เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่ (7 ธันวาคม 2439 - 15 มิถุนายน 2527) เจ้านัดดา (หลานปู่) ในเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ มีพระธิดา 2 องค์

  • หม่อมเจ้าหญิงฉัตรสุดา ฉัตรชัย (27 กุมภาพันธ์ 2463 - 21 พฤษภาคม 2539) เษกสมรสครั้งแรกกับหม่อมเจ้ารวิพรรณไพโรจน์ รพีพัฒน์ และต่อมาในภายหลังได้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อทำการเษกสมรสกับคุณณรงค์ วงศ์ทองศรี นักธุรกิจ
    • หม่อมราชวงศ์หญิงพัฒนฉัตร รพีพัฒน์
    • ฉัตรชัย วงศ์ทองศรี
    • ดนัยฉัตร วงศ์ทองศรี
    • ร้อยเอก ธนฉัตร วงศ์ทองศรี
  • หม่อมเจ้าหญิงภัทรลดา ดิศกุล (21 มีนาคม 2467 - 29 มีนาคม 2551) เษกสมรสกับหม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล
    • หม่อมราชวงศ์หญิงรมณียฉัตร ดิศกุล สมรสกับ นริศ แก้วกิริยา
    • หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล สมรสกับพันโทหญิงชญาณิษฐ์ ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ศิริถาพร)
      • หม่อมหลวงอรดิศ ดิศกุล สมรสกับ นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ( หลาน 2 คน คือ เด็กหญิงสนิทนาถ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ เด็กชายภาสกฤต สนิทวงศ์ ณ อยุธยา )
      • หม่อมหลวงศุภพรรณ ดิศกุล สมรสกับ นายอภิชาต ลีนุตพงษ์ ( หลาน 1 คน คือ เด็กชายธีทัต ลีนุตพงษ์ )
      • หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล สมรสกับ นางจิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม เหลืองอมรเลิศ) (หลาน 1 คน เด็กหญิงกวินนา ดิศกุล ณ อยุธยา)
หม่อมเพี้ยน ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : สุรคุปต์)

หม่อมเพี้ยน สุรคุปต์ (1 กันยายน พ.ศ. 2442 - 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2481)

หม่อมเผือด ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : พึ่งรักวงศ์)

หม่อมเผือด พึ่งรักวงศ์ (พ.ศ. 2449 - มีนาคม พ.ศ. 2527)

  • หม่อมเจ้าสุรฉัตร ฉัตรชัย (15 มิถุนายน พ.ศ. 2472 - 27 สิงหาคม พ.ศ. 2536) เษกสมรสกับ รัชดา อิศรเสนา ณ อยุธยา และ หม่อมราชวงศ์หญิงเรืองรำไพ ชุมพล
    • หม่อมราชวงศ์รพิฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับ มนวิภา ฉัตรชัย ณ อยุธยา
    • หม่อมราชวงศ์ปิยฉัตร ฉัตรชัย
หม่อมบัวผัด ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : อินทรสูต)

หม่อมบัวผัด อินทรสูต (5 เมษายน พ.ศ. 2454 - )

  • หม่อมเจ้าหญิงเฟื่องฉัตร ฉัตรชัย (9 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2547) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อทำการเษกสมรสกับ หม่อมราชวงศ์พิพัฒนดิศ ดิศกุล
    • หม่อมหลวงธีรฉัตร ดิศกุล (ภายหลังพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงรับเป็นโอรสบุญธรรม จึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น หม่อมหลวงธีรฉัตร บุรฉัตร) สมรสกับ ยุวดี โกมารกุล ณ นคร และ ปราณี จันทร์เวียง
      • ชนิกานดา โกมารกุล ณ นคร (ใช้นามสกุลมารดา)
      • ยุพาพิน บุรฉัตร ณ อยุธยา (เปลี่ยนนามสกุล จาก โกมารกุล ณ นคร)
      • ธานิฉัตร บุรฉัตร ณ อยุธยา
      • วรฉัตร บุรฉัตร ณ อยุธยา
    • หม่อมหลวงพิพัฒนฉัตร ดิศกุล สมรสกับ เสาวนีย์ ธีราสถาพร
    • หม่อมหลวงพิชยฉัตร ดิศกุล
    • หม่อมหลวงฉัตรฏิปปีญา ดิศกุล
  • หม่อมเจ้าพิบูลฉัตร ฉัตรชัย (12 กันยายน พ.ศ. 2478 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2499)
หม่อมจำลอง ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : ชลานุเคราะห์)

หม่อมจำลอง ชลานุเคราะห์ (8 กันยายน พ.ศ. 2456 - พ.ศ. 2511)

  • หม่อมเจ้าหญิงหิรัญฉัตร ฉัตรชัย (20 ตุลาคม พ.ศ. 2476 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2541) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อทำการสมรสกับ แอลเฟรด ฟิททิ่ง และ เบเวน เอ็ดเวิร์ดส ชาวอเมริกัน
    • ฉัตราภรณ์ คอร่า ฟิททิ่ง
    • ฉัตราภา ออรอร่า ฟิททิ่ง (ฉัตราภา ออรอร่า เอ็ดเวิร์ดส)
    • ปิติฉัตร เบเวอร์ลี เอ็ดเวิร์ดส
    • ภัทรฉัตร เบแวน เอ็ดเวิร์ดส
หม่อมเอื้อม ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : อรุณทัต)

หม่อมเอื้อม อรุณทัต (พ.ศ. 2452 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491)

  • หม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย (6 ตุลาคม พ.ศ. 2477 - 13 มกราคม พ.ศ. 2553) เษกสมรสกับ จารุศรี รัตนวราหะ และมีหม่อม คือ มัณฑนา บุนนาค และ อรศรี ลีนะวัต
    • หม่อมราชวงศ์หญิงลักษมีฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับหม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ
    • หม่อมราชวงศ์หญิงกมลฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับพร้อมพงศ์ บุญพราหมณ์
    • หม่อมราชวงศ์หญิงธิดาฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับกุลิต จันทร์ตรี
    • หม่อมราชวงศ์ปิยฉัตร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์มณฑิรฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับปิยะพร ฉัตรชัย ณ อยุธยา
      • หม่อมหลวงฑวิฉัตร ฉัตรชัย
      • หม่อมหลวงอธิฉัตร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์หญิงเอื้อมทิพย์ ฉัตรชัย สมรสกับนัทธิน เศวตศิลา
    • หม่อมราชวงศ์ฉัตรทิพย์ ฉัตรชัย
      • หม่อมหลวงชยากร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์หญิงเอิบทิพย์ ฉัตรชัย

พระเกียรติยศแก้ไข

พระอิสริยยศแก้ไข

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร (23 มกราคม พ.ศ. 2424 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449)
  • พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน (27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 - 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน (26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478 - ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

พระสมัญญาแก้ไข

  • พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย[20][21]
  • พระบิดาแห่งการรถไฟไทย[22][23]
  • พระบิดาแห่งการท่องเที่ยวไทย[24]
  • พระบิดาแห่งโรตารีไทย[25]
  • ผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่และกองทัพ[26]

ราชตระกูลแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. "พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานนามสกุลสำหรับเชื้อพระวงศ์พระบรมราชวงศ์ชั้น ๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 24. 9 มิถุนายน 2472. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2562.
  2. "บัญชีพระนามและนามองคมนตรี ที่พระราชทานสัญญาบัตรแล้ว" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 27 (0 ง): 2275. 1 มกราคม ร.ศ. 129. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.
  3. "พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาเลื่อนกรม พระพุททธศักราช ๒๔๕๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 33 (0 ก): 228–230. 11 พฤศจิกายน 2459. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  4. "ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 39 (0 ก): 305–309. 19 พฤศจิกายน 2465. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  5. "ประกาศ เรื่อง ตั้งผู้รั้งเสนาบดีกระทรวงคมนาคมและพาณิชยการ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 42 (0 ก): 418. 28 มีนาคม 2468. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2562.
  6. "ประกาศ ตั้งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยกับเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมและนายกสภาเผยแผ่พาณิชย์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 43 (0 ก): 188. 16 พฤษภาคม 2469. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2562.
  7. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้าและเจ้าพระยา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 181–183. 10 พฤศจิกายน 2471. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  8. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งอภิรัฐมนตรี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 48 (0 ก): 366. 25 ตุลาคม 2474. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  9. "หมายกำหนดการ ที่ ๑๑/๒๔๗๙ พระราชกุศลทักษิณานุปทานพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 53 (0 ง): 1767–1769. 11 ตุลาคม 2479. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  10. ราชกิจจานุเบกษา,หมายกำหนดการ ที่ ๑๕/๒๔๗๙ พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส พุทธศักราช ๒๔๗๙ เล่ม 53, ตอน ๐ ง, 17 มกราคม พ.ศ. 2479, หน้า 2640
  11. รถจักรดีเซล จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 4
  12. http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i162.html
  13. http://www.railway.co.th/about/burachut.asp
  14. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  15. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรกรีบรมราชวงษ์, ๒๙ มกราคม ๒๔๔๘, เล่ม ๒๑, หน้า ๘๐๓
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศพระราชทานฐานันดรเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี, เล่ม ๓๕, ตอน ๐ ง, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๑, หน้า ๒๑๗๗
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๓๓, ตอน ๐ ง, ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๙, หน้า ๓๐๙๘
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๓๑๒๐
  19. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๒๒, ตอน ๒๗, ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๘, หน้า ๕๙๙
  20. https://hilight.kapook.com/view/98414
  21. http://www.tnews.co.th/contents/405424
  22. http://www.railway.co.th/main/profile/burachut.html
  23. https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_14764
  24. http://www.moe.go.th/mobile1/viewNews.php?nCatId=news2&moe_mod_news_ID=24998
  25. http://www.tnews.co.th/contents/357958
  26. http://www.tnews.co.th/contents/357958
บรรณานุกรม
  • ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2549. 360 หน้า. หน้า 258-259. ISBN 974-221-818-8
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14, กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 57. ISBN 978-974-417-594-6

ดูเพิ่มแก้ไข