เปิดเมนูหลัก

พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา

พันเอก มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ( ประสูติในรัชกาลที่ 3 เมื่อปีวอก พ.ศ. 2391 - วันที่ 9 กันยายน ปีมะเมีย พ.ศ. 2461 ) เป็นพระโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ เดิมทรงพระยศเป็นหม่อมเจ้า และได้รับสถาปนาเป็นพระองค์เจ้าเมื่อเสด็จไปเป็นเทศาภิบาล ณ มณฑลอุดร

พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา
Prince Wattana.jpg

พระนาม พระองค์เจ้าวัฒนา
พระนามเต็ม พันเอก มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา
พระอิสริยยศ พระวงศ์เธอ
ฐานันดรศักดิ์ พระองค์เจ้า
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ พ.ศ. 2391
สิ้นพระชนม์ วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2461
พระบิดา พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ
หม่อม หม่อมบัว รองทรง ณ อยุธยา

พระประวัติแก้ไข

ประสูติแก้ไข

มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา นายพันเอกทหารบก เป็นหม่อมเจ้าชายใหญ่ในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ ประสูติในรัชกาลที่ 3เมื่อปีวอก พ.ศ. 2391 แต่พระบิดายังปรากฏนามว่า พระองค์เจ้ารองทรง คนทั้งหลายเรียกกันแต่ว่าหม่อมเจ้าใหญ่ มาจนทรงตั้งเป็นพระองค์เจ้าวัฒนา ตามพระนามเดิม เมื่อในรัชกาลที่ 5 จึงได้เรียกกันว่าพระองค์เจ้าวัฒนา

เมื่อทรงพระเยาว์แก้ไข

บรรพชา ตามรอยบาทพระศาสดาแก้ไข

 
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระปิตุลา

เมื่อรัชกาลที่ 4 พระชันษาครบปีเกศากันต์และผนวชเป็นสามเณร ได้เกศากันต์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเหมือนกับหม่อมเจ้าทั้งปวง แต่เมื่อผนวชแล้ว สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ซึ่งเป็นพระปิตุลาทรงรับไปให้อยู่ที่พระตำหนัก ณ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร แล้วเป็นพระธุระทรงสั่งสอนพระธรรมวินัยประทานตลอดเวลาที่ผนวชอยู่พรรษา 1 นั้น

ฝึกหัดวิชาสุวรรณกิจแก้ไข

เมื่อลาผนวชแล้วได้ตามเสด็จพระบิดาเข้า มาที่โรงทองที่ในพระบรมหาราชวังเป็นเนืองนิตย์ด้วยเมื่อในรัชกาลที่ 4 กรมหมื่นสิทธิสุขุมการได้ทรงกำกับราชการในโรงทองหลวง พระองค์เจ้าวัฒนาตามเสด็จเข้ามา จึงมาหัดวิชาช่างทองในสำนักช่างหลวง จนทรงชำนาญวิชาช่างทอง และเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเมตตา ด้วยเสด็จไป ทอดพระเนตรเห็นเมื่อหัดเป็นช่างทองอยู่นั้น ได้พระราชทานรางวัลทองทศทองพิศเป็นต้นเนืองๆ

กตัญญูจิตต่อพระบิดาแก้ไข

ในสมัย รัชกาลที่ 5 ถึงเวลาพระชันษาครบอุปสมบทก็ได้ผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และประทับอยู่วัดบวรนิเวศเหมือนเมื่อผนวชเป็นสามเณร แต่ถึงรัชกาลนี้พระบิดาทรงพระชรา ไม่ได้ว่าการโรงทองหลวงเหมือนแต่ก่อนพระองค์เจ้าวัฒนาปฏิบัติพระบิดาอยู่ตลอด จนเมื่อวันที่4 พฤษภาคม พ.ศ. 2419 ที่วังปากคลองตลาด พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารองทรง กรมหมื่นสิทธิสุขุมการก็เสด็จนิวัติสู่สรวงสวรรค์ ด้วยพระโรคชรา สิริพระชันษา 70 ปี

ตามพระเชษฐา เข้ารับราชการแก้ไข

สนองงาน กระทรวงวังแก้ไข

เมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์แล้ว จึงปารภที่จะรับราชการเนื่องด้วยวังกรมหมื่นสิทธิสุขุมการอยู่ริมคลองตลาด ใกล้กับวังพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมประทับอยู่ในเวลานั้น คือ ตรงที่โรงทหารม้าทุกวันนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ เวลานั้นยังไม่มีวัง ประทับอยู่ที่วังนั้นด้วย พระองค์เจ้าวัฒนาจึงได้คุ้นเคยกับทั้ง 2 พระองค์ ตั้งแต่พระบิดายังทรงพระชนม์อยู่ แล้วกรมหลวงสรรพสาตรได้หม่อมเจ้าหญิงเม้าเป็นชายา ก็ได้เกี่ยวดองกันอีกขั้น 1 พระองค์เจ้าวัฒนาแรกเข้ารับราชการ เมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. 2424 ครั้งโปรดฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงจัดการตั้งกรมทหารรักษาพระราชวัง กรมหลวงประจักษ์ฯ จึงทรงชวน พระองค์เจ้าวัฒนาเข้ามารับราชการในกรมทหารนั้น ได้มียศเป็นนายร้อยเอกตำแหน่งผู้ตรวจการ ต่อมาเมื่อทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ฯ เป็นเสนาบดี กระทรวงวัง ก็ได้มาเป็นตำแหน่งผู้ตรวจการในกระทรวงวังด้วย แล้วได้เป็นหัวหน้าพนักงานกรมวังสำหรับตามเสด็จประพาสหัวเมือง จึงเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคุ้นเคยจนชอบพระอัธยาศัยสนิทดังปรากฏอยู่ในกระแสรับสั่งซึ่งประกาศเมื่อทรงตั้งเป็นพระองค์เจ้านั้น

พระองค์เจ้าวัฒนารับราชการอยู่ในกรมวังได้ 9 ปี 2 ในระหว่างนั้นได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเสมอชั้นปลัดทูลฉลอง 3 และมียศเป็นนายพันเอก

ประพาส รั้งราชการแก้ไข

 
เมืองภูวดลสอาง ในแขวงคำม่วน

ครั้งนั้นถึงรัตนโกสินทร์ศก 110 ตรงกับปีเถาะ พ.ศ. 2434 เมื่อทรงพระราชดำริจะจัดการปกครองหัวเมืองชายพระราชอาณาเขตให้มั่นคงยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม แต่ยังดำรงพระยศเป็นกรมหมื่น เสด็จขึ้นไปเป็นข้าหลวงสำเร็จราชการประจำมณฑลอุดร ในคราวเดียวกับที่โปรดฯ ให้กรมหลวงพิชิตปรีชากร เสด็จไปประจำอยู่มณฑลอิสาน และกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เมื่อยังดำรงยศเป็นกรมหมื่นเสด็จไปประจำมณฑลนครราชสีมาทรงพระกรุณาโปรดเล้าฯ ให้พระองค์เจ้าวัฒนาเมื่อยังเป็นหม่อมเจ้า เป็นตำแหน่งข้าหลวงที่ 2 รองกรมหลวงประจักษ์ฯ ขึ้นไปรับราชการในมณฑลอุดรด้วย ได้ไปรับราชการเป็นข้าหลวงที่ 2 อยู่ 9 ปี ในระหว่างนี้ได้รับพระราชทานบำเหน็จความชอบหลายคราว และยังทรงดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองภูวดลสอาง พระราชอาณาเขตรในมณฑลอุดร ปัจจุบันคือเมืองมหาไชย (ลาว) (ลาว: ເມືອງມະຫາໄຊ)แขวงคำม่วน สปป.ลาว

เทศาภิบาล มณฑลอุดรแก้ไข

ครั้นเมื่อ ร.ศ. 118 ตรงกับปีกุน โปรดฯ ให้กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เสด็จกลับลงมารับราชการในกรุงเทพฯ จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าวัฒนาเป็นตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอุดรแล้วทรงสถาปนาพระยศเลื่อนขึ้นเป็นพระองค์เจ้าในปีนั้น มีประกาศกระแสพระราชดำริซึ่งทรงยกย่องความชอบความดี ดังนี้

ศุภมัศดุ พระพุทธศาสนกาล เป็นอดีตภาคล่วงแล้ว ๒๔๔๓ พรรษา ปัตยุบันกาล จันทรคตินิยม มุสิกสังวัจฉร กติกมาศ กาฬปักษ์ จตุตถีดิถี โสรวาร สุริยคติกาล รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ พฤศจิกายนมาศ ทสมมาสาหคุณพิเศษบริเฉทกาลกำหนด
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่าหม่อมเจ้าวัฒนา ในพระเจ้าบวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ ได้เข้ารับราชการในกรมทหารล้อมวัง มีตำแหน่งตั้งแต่ปลัดกองจนถึงนายพันเอกบังคับการกองได้รับราชการในกรมวัง เป็นที่สนิทชิดชอบพระราชอัธยาศัยมาช้านาน ภายหลังได้ขึ้นไปราชการในกองพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงมณฑลฝ่ายเหนือ และได้เป็นแม่กองขึ้นไปรักษาราชการเมืองภูวดลสอาง๑จนเสร็จราชการ แล้วประจำอยู่ในมณฑลนั้นถึง 9 ปี ครั้นเมื่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมเสด็จลงมารับราชการในตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม จึงได้รับตำแหน่งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลฝ่ายเหนือมาจนบัดนี้ มีพระอัธยาศัยซื่อตรงจงรักภักดีต่อราชการ อดทนต่อความลำบากมิได้มีความย่อหย่อน สมควรที่จะได้เลื่อนพระเกียรติยศขึ้นเป็น พระวงษ์เธอ พระองค์เจ้า พระองค์หนึ่งได้
จึงมีพระบรมราชโองการ ดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมเจ้าวัฒนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้า ให้มีคำนำหน้าพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า พระวงษ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา คชนาม ทรงศักดินา 2,000 ตามพระราชกำหนดอย่างพระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฝ่ายพระราชวังบวรฯ จงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุขะ พละ ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพศิริ สวัสดิ์พิพัฒมงคล ทุกประการเทอญ

— ราชกิจจานุเบกษา[1]

เมื่อพระองค์เจ้าวัฒนารับราชการในตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลได้ทรงพระอุตสาหะจัดราชการในมณฑลนั้นเรียบร้อย และทำนุบำรุงผลประโยชน์ต่างๆ ให้เกิดขึ้นหลายอย่าง กอปรด้วยพระอัธยาศัยซึ่งทรงเมตตาปราณีแก่คนทั้งหลาย และเป็นที่นิยมนับถือของบรรดาข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยตลอดจนประชาราษฎรทั่วทุกจังหวัดในมณฑล เป็นเหตุให้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎสยามชั้นที่ 1 เมื่อเป็นตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลอยู่นั้น พระองค์เจ้าวัฒนาเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอยู่ 6 ปี รวมเวลาได้แต่เสด็จไปรับราชการอยู่ในมณฑลอุดร 15 ปี ถึง ร.ศ. 125 ตรงกับปีมะเมีย พ.ศ. 2449


พระชายาแก้ไข

  • มีพระชายาเป็นชาวนครพนม หม่อมบัวเป็นหลานสาวพระยาพนมนครานุรักษ์ฯ (กา พิมพานนท์) ผู้ว่าราชการเมืองนครพนมในลำดับต่อมา

จรจากราชการแก้ไข

เมื่อพระชันษาได้ 59 ปี รู้สึกว่าทุพพลภาพไม่สามารถจะรับราชการให้สมตำแหน่งได้ดังแต่ก่อน จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกจากตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเบี้ยบำนาญมาจนตลอดพระชนมายุ

สิ้นพระชนม์แก้ไข

หลังจากที่พระองค์เจ้าวัฒนาได้ออกจากตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลแล้ว ทรงกลับลงมาสร้างวังตั้งตำหนักอยู่ที่ริมคลองแสนแสบใกล้เชิงสะพานเฉลิมโลกในอำเภอปทุมวัน อยู่เป็นปกติมาหลายปีจึงประชวรด้วยพระโรคชราและสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2461 ปีมะเมีย สิริพระชันษาได้ 71 ปี[2]

งานพระราชทานเพลิงพระศพแก้ไข

ทรงโปรดให้พระราชทานเพลิง ณ เมรุหลวงวัดเทพศิรินทราวาสพร้อมด้วยเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรอีก 5 พระองค์พร้อมกัน

พระกรณียกิจแก้ไข

งานสุวรรณกิจแก้ไข

  • ทรงช่วยพระบิดาว่าราชการโรงทอง ตั้งแต้ยังทรงพระเยาว์

งานปกครองแก้ไข

  • พ.ศ. 2424 ทรงเข้ารับราชการในกรมทหารล้อมวัง
  • พ.ศ. 2433 เข้ารับราชการ รองเทศาภิบาลมณฑลอุดร แม่กองรักษาราชการ เมืองภูวดลสอาง
  • พ.ศ. 2436 กลับเข้าเมืองอุดร ดำรงตำแหน่งรองเทศาภิบาลมณฑลอุดร
  • พ.ศ. 2442 เทศาภิบาลมณฑลอุดร
  • พ.ศ. 2449 เกษียณอายุราชการ บังคมทูลลาออกจากราชการ

งานการศึกษาแก้ไข

 
lโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

ตำแหน่งแก้ไข

  • พ.ศ. 2424 -ร้อยเอก ผู้ตรวจการกรมทหารล้อมวัง
  • พ.ศ. 2425 -ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัง

-หัวหน้าพนักงานกรมวัง

  • พ.ศ. 2433 -นายพันเอกทหารบก

-ปลัดทูลฉลองกระทรวงวัง

  • พ.ศ. 2436 -รองเทศาภิบาลมณฑลอุดร
  • พ.ศ. 2442 -เทศาภิบาลมณฑลอุดร

พระเกียรติยศแก้ไข

พระอิสริยยศแก้ไข

ธรรมเนียมพระยศของ
การทูลใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตนเกล้ากระหม่อม/เกล้ากระหม่อมฉัน
การขานรับเกล้ากระหม่อม/เพคะ
ลำดับโปเจียมรองพระวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายี่เข่ง
  • หม่อมเจ้าวัฒนา รองทรง (พ.ศ. 2391 - พ.ศ. 2443)
  • พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา (พ.ศ. 2443 - พ.ศ. 2461)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยแก้ไข

พระองค์ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

พระราชตระกูลแก้ไข

พระราชตระกูลในสามรุ่นของ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา
พันเอก มหาอำมาตย์ตรี พระวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าวัฒนา

พระชนก:
พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารองทรง กรมหมื่นสิทธิสุขุมการ
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าจอมมารดาภู่ (อิเหนา)
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
ไม่ทราบ
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
ไม่ทราบ
พระชนนี:
ไม่ทราบ
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ไม่ทราบ

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรมแลตั้งกรมพระองค์เจ้า เจ้าพระยา, เล่ม ๑๗, ตอน ๓๕, ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓, หน้า ๔๘๑
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสิ้นพระชนม์, เล่ม ๓๕, ตอนง, ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๑, หน้า ๑๓๗๓
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ , เล่ม ๒๑, ตอน ๓๙, ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๗๐๐
  4. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยยศญี่ปุ่น" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 5 (ตอน 22): หน้า 179. 1 ตุลาคม 2431. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2562.
  5. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ออสเตรีย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 6 (ตอน 21): หน้า 175. 25 สิงหาคม 2432. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2562.

หนังสือแก้ไข

  • หนังสือ วัฒนานุสรณีย์ โดย ชุณห์ศิริ ไชยเอีย พิมพ์ในงานเปิดพระอนุสาวรีย์ พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา พ.ศ. 2557
  • หนังสือ ราชสกุลวงศ์ โดย กรมศิลปากร พ.ศ. 2554
  • หนังสือ ตำนานวังหน้า โดย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
  • หนังสือ ศิลปสถาปัตยกรรมพระเมรุในสยาม เล่ม ๒ โดย ม.ร.ว.แน่งน้อย ศักดิ์ศรี
  • หนังสือ 111ปี อุดรพิทยานุกูล โดย โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โดย ชุณห์ศิริ ไชยเอีย พ.ศ. 2556
  • หนังสือ พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี โดย พล.ต.ม.ร.ว.ศุภวัฒน์ เกษมศรี และรัชนี ทรัพย์วิจิตร พ.ศ. 2543
  • หนังสือ ราชสกุลจักรีวงศ์และราชสกุลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ของธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ พ.ศ. ๒๕๑๕
  • หนังสือ ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่มที่๕ ตอนตำนานวังเก่า ของกรมศิลปากร ปี ๒๕๔๒
  • ราชกิจจานุเบกษา,[1], เล่ม 17, ตอน35, ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๑๙๐๐, หน้า 486-487
  • ราชกิจจานุเบกษา,[2], เล่ม 21, ตอน30, ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า 507
  • หนังสือประวัติบุคคลสำคัญ โดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ก่อนหน้า พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ถัดไป


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม   มณฑลเทศาภิบาล มณฑลอุดร
(พ.ศ. 2442-พ.ศ. 2449 รวม 6 ปี)
  ไม่ทราบ