เปิดเมนูหลัก

พระยาศรีสุริยวงศ์ (พระเมืองไชย)

พระยาศรีสุริยวงศ์ หรือเจ้าหลวงนครไชยวงศา หรือพระเมืองไชย ในพงศาวดารไทยเรียก พญามังไชย หรือ พระเมืองใจ ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 18 ได้รับการสถาปนาจากกษัตริย์พม่าในยุคพม่าปกครอง ภายหลังได้เข้าสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรีในปี พ.ศ. 2313 พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศตามแบบสยามเป็น “พระยาศรีสุริยวงศ์”[1]

พระยาศรีสุริยวงศ์ (พระเมืองไชย)
200

พระนาม พระเมืองไชย
พระนามเต็ม พระยาศรีสุริยวงศ์
พระอิสริยยศ พระยานครแพร่
ฐานันดรศักดิ์ เจ้าประเทศราช
ราชวงศ์ ราชวงศ์เมืองไชย
ครองราชย์ พ.ศ. 2303พ.ศ. 2330
รัชกาลถัดไป พระยาแสนซ้าย
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระชายา แม่เจ้าเมืองแพร่ราชเทวี
พระบุตร เจ้านางสุชาดา

พระประวัติแก้ไข

พระเมืองไชย หรือ เจ้ามังไชย เชื้อสายและบรรพบุรุษนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแต่มีการเสนอว่าพญาเชียงเลือ(เชียงเลอ) ผู้ถูกส่งมาปกครองเมืองแพร่เมื่อ พ.ศ. 2106 เป็นต้นตระกูลของเจ้าผู้ครองนครแพร่ ก็ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นเชื้อสายเจ้านายในราชวงศ์มังรายแต่อย่างใด เดิมอาจเป็นเพียงขุนนางระดับ “เจ้าเมือง” หรือ “เจ้าพันนา” ที่ปกครองพันนาหนึ่งของเมืองเชียงใหม่เท่านั้น อีกทั้งในยุคพม่าปกครองมีการสับเปลี่ยนเจ้าเมืองหัวเมืองสำคัญต่างๆ อยู่เสมอเพื่อป้องกันการสั่งสมอำนาจ จึงเป็นไปได้น้อยมากที่พม่าจะปล่อยให้เชื้อสายของพญาเชียงเลือสืบทอดอำนาจกันปกครองเมืองแพร่มาจนถึงพระเมืองไชยกว่า 200 ปี และที่กล่าวว่าพระเมืองไชยเป็นเชื้อสายพม่า แต่จากเอกสารบันทึกฝ่ายสยามระบุว่าพระเมืองไชยเป็น “คนลาว”(คนล้านนา, ไทยวน)10 อีกทั้งคัมภีร์ใบลานที่จารขึ้นโดยพระเมืองไชยก็เป็นอักษรธรรมล้านนา พระเมืองไชยจึงเป็นขุนนางเชื้อสายไทยวน ที่กษัตริย์พม่าสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่มาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2303 กษัตริย์พม่าโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศเป็น“พระเมืองไชย” ภายหลังได้เข้าสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรีใน พ.ศ. 2313 พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศตามแบบสยามเป็น “พระยาศรีสุริยวงศ์”

จนกระทั่ง พ.ศ. 2330 พระเมืองไชยได้ถูกนำตัวลงไปเฝ้ากษัตริย์สยามรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี จึงถูกกักตัวไว้ให้อยู่ที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงไม่ไว้วางพระทัยต่อพระเมืองไชยที่เคยเป็นข้าเก่าผู้สวามิภักดิ์ต่อพระเจ้ากรุงธนบุรีที่พระองค์เพิ่งได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แทน และพระเมืองไชยเคยยกกองทัพเมืองแพร่เข้าร่วมกับพม่ามาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310 อีกทั้งพญามังไชยพร้อมครอบครัวเคยไปอยู่เมืองอังวะกับกษัตริย์พม่าเป็นเวลานาน ภายหลังพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงแต่งตั้งเป็น “พระเมืองไชย” หรือ “พระยานครไชยวงศา” และทรงเรียกพระนามตนเองว่า “พระเมืองไชย” หรือ “พระยานครไชยวงศา” แทน “พระยาศรีสุริยวงศ์” ที่พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงแต่งตั้ง

ภายหลังพระเมืองไชยได้กลับมาอยู่เมืองนครแพร่ ในตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครแพร่จางวาง เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงได้รับรองแต่งตั้งให้ “พระยาแสนซ้าย” เป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่องค์ถัดมา แล้ว[2]

ราชกรณียกิจแก้ไข

ด้านปกครองแก้ไข

  • พระเมืองไชย ทรงร่วมกับพระยายองยกกองทัพไปตีพม่าที่ปกครองเมืองเชียงแสนจนได้รับชัยชนะและสามารถจับตัว“อาปรกามณี”ชาวพม่าที่ปกครองเชียงแสนส่งตัวไปให้พระเจ้าตากสินที่กรุงธนบุรี
  • เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรียกทัพไปตีเชียงใหม่ พ.ศ. 2314 พระเมืองไชยเจ้าผู้ครองนครแพร่มาสวามิภักดิ์จึงโปรดตั้งให้เป็นพระยาศรีสุริยวงศ์แล้วเกณฑ์ไปตีเมืองเชียงใหม่ด้วย
  • พระเมืองไชย ทรงรวบรวมไพร่พลคนเมืองแพร่ช่วยกองทัพจากกรุงเทพฯขับไล่ข้าศึกชาวพม่าในเขตล้านนา ได้แก่นครลำปาง นครลำพูน นครเชียงใหม่ เมืองเชียงราย นครแพร่ นครน่าน เมืองพะเยา จนหมดสิ้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้พระเมืองไชยไปช่วยราชการที่ เมืองนครลำปาง
  • พระเมืองไชย ทรงอาสานำทัพจากลำปาง พ.ศ. 2352 ขึ้นไปตีเมืองเชียงตุงและสามารถตีจนได้ ชัยชนะสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงโปรดพระราชทานให้พระมืองไชยเป็นเจ้าเมืองนครแพร่สืบต่อไปอีกครั้งหนึ่ง

ด้านศาสนาแก้ไข

  • พระเมืองไชย ทรงบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุช่อแฮ และทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ตลอดพระชนชีพ[3]
  • พระเมืองไชย ทรงจารคัมภีร์ธรรมภิกขุปาฏิโมกข์ ถวายวัดศรีชุม เมืองนครแพร่ พ.ศ. 2343

พระชายา ราชบุตร ราชธิดาแก้ไข

ไม่ปรากฏนามราชเทวี และราชบุตร แต่ปรากฏนามราชธิดาองค์หนึ่งชื่อ“เจ้านางสุชาดา”ภายหลังได้เสกสมรสกับเจ้าหลวงเทพวงศ์ลิ้นตอง เจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์ที่ 19 และสถาปนาเป็น“แม่เจ้าสุชาดาราชเทวี

อ้างอิงแก้ไข

  1. จังหวัดแพร่ .เจ้าผู้ครองนคร เจ้ามังไชย(พระยาศรีสุริยวงศ์)
  2. หมู่บ้าน วังฟ่อน เจ้าผู้ครองนครแพร่ .ยุคเป็นประเทศราชของสยาม
  3. วัดพระธาตุช่อแฮ .ประวัติและความเป็นมา