พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ)

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (24 มิถุนายน พ.ศ. 2424 - 6 สิงหาคม พ.ศ. 2466) นามเดิม ผัน สาลักษณ เจ้ากรมพระอาลักษณ์ องคมนตรี[1]

ปฐมวัยแก้ไข

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) เป็นบุตรของมหาเสวกโท พระยาศรีภูริปรีชา (กมล สาลักษณ) สมุหพระอาลักษณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับคุณหญิง (พึ่ง) ศรีภูริปรีชา และยังเป็นหลานของพระยาศรีสุนทรโวหาร (ฟัก สาลักษณ) เจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับคุณหญิงอิ่ม โดยท่านเจ้าคุณเกิดเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ปีมะเส็ง ที่เคหาสน์ของพระคชภักดี (ท้วม คชนันท์) ผู้เป็นตา ตำบลถนนเฟื่องนคร จังหวัดพระนคร

การศึกษาแก้ไข

พระยาศรีสุนทรโวหารได้เข้ารับการศึกษาตามลำดับ ดังนี้

  • พ.ศ. 2433 ศึกษาวิชาหนังสือไทยที่โรงเรียนวัดราชบพิธ (อายุ 9 ขวบ)
  • พ.ศ. 2435 ย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง (อายุ 11 ขวบ)
  • พ.ศ. 2438 บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งเป็นการศึกษาในทางธรรมและภาษาบาลี โดยตั้งต้นศึกษาวิชาสำหรับนวกะ จนกระทั่งสอบไล่วิชาธรรมกถา และเข้าศึกษาวิชาภาษาไทยและภาษาบาลีต่อในโรงเรียนมหามกุฎราชวิทยาลัย (มหามกุฏราชวิทยาลัยในปัจจุบัน)
  • พ.ศ. 2439 สอบไล่วิชาภาษาไทยได้ชั้นนักเรียนที่ 3
  • พ.ศ. 2440 สอบไล่วิชาภาษาบาลีได้ชั้นนักเรียนตรี
  • พ.ศ. 2441 สอบไล่วิชาภาษาไทยได้ชั้นนักเรียนที่ 2 โดยได้รับรางวัลชั้นที่ 2 นอกจากนั้น มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ยังได้รับการศึกษาวิชาภาษามคธชั้นธรรมบทโดยตรงจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (เมื่อครั้นยังดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นฯ) เป็นกรณีพิเศษ
  • พ.ศ. 2443 ลาสิกขาบทเพื่อเข้ารับราชการต่อไป

ชีวิตราชการแก้ไข

  • พ.ศ. 2443 รับราชการเป็นเสมียนเอกในกรมราชเลขานุการ
  • พ.ศ. 2445 ย้ายไปรับราชการในกระทรวงนครบาล ในตำแหน่งสารวัตรตรวจหัวเมือง
  • พ.ศ. 2447 ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอดุสิต[2]
  • 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 ย้ายไปดำรงตำแหน่งนายอำเภอพระนคร[3]
  • 5 สิงหาคม พ.ศ. 2452 รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงพิทักษ์เทพนคร ถือศักดินา ๖๐๐[4][5]
  • พ.ศ. 2454 เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นเสมียนตรา
  • 27 สิงหาคม พ.ศ. 2454 รับพระราชทานยศเป็นรองอำมาตย์เอก[6]
  • พ.ศ. 2455 ย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขานุการของกระทรวงนครบาล
  • พ.ศ. 2456 เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นข้าหลวงตรวจการศึกษาเป็นพิเศษ
  • พ.ศ. 2456 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมารับราชการในกระทรวงมุรธาธรเพื่อเป็นทางสืบตระกูลในหน้าที่อาลักษณ์
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2456 รับพระราชทานสัญญาบัตรให้เป็นหลวงสารประเสริฐ ถือศักดินา ๑๖๐๐[7]ตำแหน่งปลัดกรมพระอาลักษณ์
  • 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2457 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนยศขึ้นเป็นอำมาตย์ตรี[8]
  • 16 ธันวาคม พ.ศ. 2458 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระสารประเสริฐ[9]
  • 20 ธันวาคม พ.ศ. 2458 เข้ารับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์[10]
  • 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศเป็นเสวกเอก[11]
  • 30 ธันวาคม พ.ศ. 2459 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาศรีสุนทรโวหาร ญาณปรีชามาตย์ บรมนาถนิตยภักดี พิริยพาหะ เจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือศักดินา ๓๐๐๐[12]
  • 30 ธันวาคม พ.ศ. 2464 โปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนยศขึ้นเป็นมหาเสวกตรี[13]

ราชการพิเศษแก้ไข

  • องคมนตรี
  • เลขาธิการราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม

ยศแก้ไข

  • มหาเสวกตรี (ยศในพระราชสำนัก)
  • 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 นายหมวดเอกเสือป่า[14]
  • 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 นายกองตรี ตำแหน่งสัสดี กองเสนาหลวงรักษาพระองค์ (ยศในกองเสือป่า)[15]

ผลงานทางด้านการประพันธ์แก้ไข

นอกจากหน้าที่ราชการในฐานะเจ้ากรมพระอาลักษณ์ ที่ต้องคิดนาม และร่างประกาศสถาปนาตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้า และตั้งเจ้าพระยา จนเป็นที่พอพระราชหฤทัยในส่วนพระองค์แล้ว มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ยังได้สนองพระเดชพระคุณในการประพันธ์ฉันท์ กาพย์ และกลอน กับคิดนามสกุลให้แก่ข้าราชการ นามหม่อมเจ้าและบุตรข้าราชการอีกเป็นอันมาก จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณนับให้อยู่ในพวกเพื่อนกวีด้วยผู้หนึ่ง

ดังนั้นแล้ว จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่จะยกย่องพระยาศรีสุนทรโวหารผู้นี้ให้เป็นนักประพันธ์คนสำคัญท่านหนึ่งของประเทศไทย ดังจะเห็นได้จากผลงานต่างๆ อันประกอบไปด้วย

ชีวิตครอบครัวและชีวิตในบั้นปลายแก้ไข

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ได้ตั้งเคหสถานยังที่พระราชทาน ณ ถนนเพชรบุรี จังหวัดพระนคร และสมรสกับคุณหญิงวงศ์ มีบุตรธิดาจำนวนทั้งสิ้น 4 คน แต่เหลือเพียงบุตรชายใหญ่เพียงคนเดียว คือ ขุนปฏิภาณพิจิตร (กมลวงศ์ สาลักษณ) ต.จ. รับราชการสืบตระกูลอยู่ในกระทรวงมุรธาธร

นอกจากนั้น ยังได้สมรสกับนางแย้มอนุภรรยา มีบุตรธิดารวมจำนวน 4 คน อันได้แก่

  • 1. นายพงศ์สุนทร สาลักษณ
  • 2. นายพรพัจน์ สาลักษณ
  • 3. นางสาวชัชศรี สาลักษณ
  • 4. นายมณีวรรณ สาลักษณ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เข็มพระราชทานแก้ไข

  • เข็มข้าหลวงเดิม เสมาทองคำและแหนบอักษรพระปรมาภิไธย

ถึงแก่อนิจกรรมแก้ไข

มหาเสวกตรี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) ถึงแก่อนิจกรรมในเช้าวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2466 ณ บ้านพักถนนเพชรบุรี สิริรวมอายุได้ 43 ปี

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://vajirayana.org/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93-%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%88-%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3-%E0%B9%93-%E0%B8%AF%E0%B8%A5%E0%B8%AF
  2. ตำแหน่งข้าราชการ กระทรวงนครบาล
  3. แจ้งความกระทรวงนครบาล
  4. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง
  5. ตำแหน่งข้าราชการ กระทรวงนครบาล
  6. ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานยศ แก่ข้าราชการกระทรวงนครบาล (หน้า ๑๑๕๗)
  7. พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  8. พระราชทานยศและเลื่อนยศ
  9. ตั้งและเลื่อนบรรดาศักดิ์ (หน้า ๒๑๗๑)
  10. พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  11. พระราชทานยศ
  12. พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  13. พระราชทานยศ (หน้า ๒๙๓๐)
  14. พระราชทานยศนายเสือป่า (หน้า ๓๗๕๓)
  15. พระราชทานยศเสือป่า
  16. รายพระนามและนาม
  17. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  18. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หน้า ๒๑๙๓)
  19. พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์