เปิดเมนูหลัก

สหพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (อปท.) (อังกฤษ: Thai People Sovereignty United Party - TPSUP) หรือ พรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (อปท.) (อังกฤษ: Thai People Sovereignty Party - TPSP) หรือ คณะปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (ปชก.) (อังกฤษ: Thai People Council for Nation Religion King - TPCNRK) [1][2] เป็นกลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นด้วยอุดมการณ์โดยไม่จดทะเบียน และมีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นทางการ เกิดจากการรวมตัวของประชาชนทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งข้าราชการทหาร ตำรวจ และพระภิกษุสงฆ์ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ โดยหาวิธีออกจากวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายหลัง การปฏิวัติสยาม ของ คณะราษฎร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศพัฒนาล้าหลัง และเกิดปัญหาหมักหมมต่างๆ มากมายที่ไม่ได้รับการแก้ไข และเห็นว่าทางออกทางเดียวที่จะรักษาชาติบ้านเมือง สร้างความผาสุกให้ประชาชน และดำรงรักษาสถาบันหลักของชาติไว้ได้ คือ การปรับโครงสร้างพื้นฐานทางการเมืองของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงเท่านั้น ต่อมาได้ประกาศยกตัวเป็น สหพรรค เพื่ออยู่เหนือความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม และเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งครบรอบ 24 ปีการเสียชีวิตของ นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ได้ออกแถลงการณ์ว่า การเมืองของประเทศกำลังกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์เดิม และกำลังเข้าสู่ทางตัน ไม่ว่ากรณีเหตุการณ์ภายหลังการเลือกตั้ง หรือ กรณีไม่มีการเลือกตั้ง ก็เกิดวิกฤติความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงประกาศเตรียมพร้อมนำประชาชนทุกฝ่ายในนาม คณะปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (ปชก.) เข้าแก้ไขวิกฤติการเมืองของประเทศที่จะเกิดขึ้น เพื่อยุติวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศตลอดระยะเวลา 86 ปีไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

สหพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย
เลขาธิการน.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์
รองเลขาธิการพล.ท.เกียรติศักดิ์ ศรีวฤทธิ์
ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์
นายสมาน ศรีงาม
พล.ท.ชนินทร์ มหาตมัน
นายนคร ศีลพิพัฒน์
นายประภาส โงกสูงเนิน
นายสมพร มูสิกะ
นางสอิ้ง ไถวสินธ์
จ.ส.อ.บัวพันธ์ โภชะคัง
พล.ต.ศุภฤทธิ์ โรจนธรรม
นางลดาวัลย์ ปวีณชัย
อ.ชารีฟ ศรีเจริญ
พล.ต.ดร.พงศ์ภัทร์ วรงค์พรพรหม
นายประเสริฐ เลิศยโส
ดร.สาธุ อนุโมทามิ
ดร.กนก อภิรดี
ไม่เปิดเผยชื่อ (4)
ผู้ช่วยเลขาธิการ120 คน
กรรมการ500 คน
ก่อตั้ง23 ตุลาคม พ.ศ. 2559 (3 ปี)
อุดมการณ์อธิปไตยปวงชนชาวไทย
ยึดมั่นในหลักธรรมาธิปไตย
มุ่งสร้างสภาปวงชนชาวไทย
นำประเทศเข้าสู่ความศิวิไลซ์
เป็นรัฐสวัสดิการไทยอย่างสมบูรณ์
เป็นศูนย์กลางมหาอำนาจในภูมิภาค
รักษาสถาบันหลักของชาติอย่างยั่งยืน
คณะปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
หัวหน้าเลขาธิการสหพรรค
รองหัวหน้ารองเลขาธิการสหพรรค (+ เพิ่มเติม)
ผู้ช่วยหัวหน้าผู้ช่วยเลขาธิการสหพรรค (+ เพิ่มเติม)
กรรมการกรรมการสหพรรค (+ เพิ่มเติม)
ก่อตั้ง17 เมษายน พ.ศ. 2560 (2 ปี)
อุดมการณ์หยุดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง
แก้ไขวิกฤติประเทศเมื่อการเมืองถึงทางตัน

ประวัติแก้ไข

  • วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559 นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการพรรค แถลงเปิดตัวพรรค ท่ามกลางสนใจของประชาชนว่าเป็นพรรคทหาร และน่าจะมีนายทหารชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยมุ่งประเด็นความเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งส่ง พล.ท.ธรากฤต ทับทองสิทธิ์ รอง ผอ.รมน.ภาค 2 เป็นตัวแทน มาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา โดย นายสมาน ศรีงาม ประกาศสนับสนุนให้ คสช. โอนอำนาจสู่ประชาชน ก่อนจัดการเลือกตั้ง [3][4][5]

พรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทยนี้ เป็นพรรคการเมืองที่มาจากการจัดตั้ง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งได้รวบรวมกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ จากทั่วประเทศ แล้วเลือกตัวแทนกลุ่มเข้ามาเป็นผู้บริหารพรรค ซึ่งตนอยากให้ คสช. พิจารณาว่าขออย่าเพิ่งให้มีการเลือกตั้ง แต่ขอให้มีการถ่ายโอนอำนาจมาให้สภาประชาชน กับ สนช.บริหารประเทศรับช่วงต่อก่อน เพื่อให้สภาประชาชนได้ทำการบริหารจัดการประเทศชาติให้อยู่ตัวก่อน แล้วสภาประชาชนจะได้เปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในภายหลังเอง” “พรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทยนี้ ไม่ใช่พรรคของทหาร ไม่ใช่พรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นพรรคที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังสร้างอำนาจของประชาชน ในนามพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย กำลังสร้างสภาประชาชน สร้างอธิปไตยให้เข้มแข็งขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่แทน คสช. และ สนช. หลังจากที่เรามีสภาประชาชนที่เข้มแข็งแล้ว ก็จะขอประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ คสช.โอนอำนาจให้กับสภาประชาชนโดยตรง และเข้าไปบริหารประเทศ โดยที่ยังไม่เปิดให้มีการเลือกตั้ง จนกว่าสภาประชาชนจะมีความเข้มแข็ง แล้วหลังจากนั้นสภาประชาชนจึงเปิดให้มีการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป

  • วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้การปฏิเสธอยู่เบื้องหลังการตั้งพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย และย้ำว่าตนและนายกรัฐมนตรีไม่คิดที่จะเล่นการเมือง [6][7]

การรวมตัวเพื่อจัดตั้งพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย ได้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่ง ก่อนการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย เป็นการรวมตัวของพี่น้องคนไทย ทุกฝ่าย ทุกสีเสื้อ ทุกสาขาอาชีพ (รวมทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพระภิกษุสงฆ์) ผู้รักและปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ซึ่งทุกคนต่างมีความห่วงใยอนาคตของประเทศ อนาคตของลูกหลาน ที่ต้องกลับไปเผชิญกับวังวนการเมืองแบบเดิม เมื่อ คสช. ลงจากอำนาจ และจัดให้มีการเลือกตั้ง …

โครงสร้างของพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย เป็นการใช้รูปแบบของสภาประชาชนแบบผสมผสาน โดยพี่น้องคนไทยจากทุกพื้นที่ และองค์กรมวลชนต่างๆ มีส่วนในการกำหนดนโยบาย กำหนดตัวบุคคล และมีมาตรการผูกมัดให้ผู้ใช้อำนาจต้องปฏิบัติตาม กล่าวคือ บริหารพรรคฯ และประเทศโดยพี่น้องประชาชน ... มีตำแหน่งเลขาธิการบริหารพรรคในภาพรวม

พรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย มีนโยบายที่จะทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญมั่นคง เป็นศาสนาประจำชาติ และเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก โดยคงความเป็นธรรมแก่พี่น้องคนไทยต่างศาสนา จะมีการแก้ไขปัญหาความยากจน แก้ไขปัญหาไร้ที่ดินทำกิน แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร แรงงาน ข้าราชการ และลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม แก้ไขปัญหาด้านชาติพันธุ์ของคนในชาติ แก้ไขชำระประวัติศาสตร์ที่ไม่ถูกต้อง แก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมของกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมาย … พรรคฯ จะแก้ไขปัญหาคดีความทางการเมือง จะยกย่องพี่น้องคนไทยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน จะนำนโยบายที่ดีของทุกรัฐบาลมาต่อยอดและขยายผลในการพัฒนาบ้านเมือง จะทำให้ พี่น้องคนไทยทุกคนได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ และจากงบประมาณแผ่นดินอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม … เพราะทุกคนคือเจ้าของประเทศ

  • วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561 น.อ.(พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ หัวหน้าคณะปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (ปชก.) และเลขาธิการสหพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย (อปท.) แถลงว่า ไม่ว่าจะหลังเลือกตั้งหรือไม่มีการเลือกตั้ง การเมืองก็ถึงทางตัน คาดเกิดวิกฤติบ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จี้หยุดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง หากเกิดวิกฤติขึ้นจริง ครั้งนี้ขอทหารอย่าปฏิวัติ ประชาชนขอปฏิวัติเอง [9]

พวกเราอยู่นิ่งมานาน พร้อมให้โอกาส คสช. และรัฐบาล แก้ไขปัญหาการเมืองของประเทศ โดยเฝ้าดูด้วยความห่วงใยและให้กำลังใจมาโดยตลอด มิได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อกดดันให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น พวกเราก็พร้อมสนับสนุนคนดีจากทุกองค์กร สมาพันธ์ เครือข่าย กลุ่มพรรคการเมืองของเรา เข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ด้วยโครงสร้างประชาธิปไตยที่มีปัญหา กอปรกับความขัดแย้งที่ยังมีอยู่ พวกเราเห็นว่า อย่างไรการเมืองก็ต้องถึงทางตัน และต้องเกิดวิกฤติอย่างแน่นอน วงจรอุบาทว์แบบเดิมๆ กำลังกลับมาอีกครั้ง และน่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา กล่าวคือจะมีการเลือกตั้ง หรือไม่มีการเลือกตั้ง อย่างไรก็ต้องเกิดวิกฤติบ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านได้ลองวิธีของท่านแล้ว ลองดูวิธีของเราบ้าง เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราขอเข้าแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลุกลามบานปลาย

ที่กล้าออกมาพูดเช่นนี้ เพราะด้วยความรักชาติบ้านเมือง รักและเทิดทูนสถาบันหลักทั้ง 3 อยากเห็นพี่น้องประชาชนทุกคนอยู่ดีกินดี และอยากเห็นประเทศของเราพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยไม่ต้อง รอนานถึง 20 ปี ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้ เพียงแค่รู้จักคิดนอกกรอบ และมองยาวๆ อย่ามองการเมืองไทยเพียงแค่ 86 ปี โดยเฉพาะหลายคนที่ชอบมองการเมืองไทยในช่วง 30 - 40 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น ถามว่า ตั้งแต่การปฏิวัติ 2475 ของคณะราษฎรให้เป็นประชาธิปไตยอย่างที่เป็นอยู่ มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา ทำไมประเทศของเราถึงยังล้าหลัง และพี่น้องส่วนใหญ่กว่า 90 % ยังมีฐานะยากจน มีหนี้สินล้นพ้นตัว หลายประเทศเมื่อก่อนมาดูงานบ้านเรา ต่างพัฒนาหนีเราไปหมด มันเกิดอะไรขึ้น ลองมองไปในอนาคตอีก 10 ปี ประเทศไทยอาจพัฒนาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีการปกครองแบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เป็นรัฐสวัสดิการ ไม่มีพี่น้องผู้ยากจน เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก เป็นประเทศมหาอำนาจในภูมิภาค จุดเปลี่ยนของประเทศเกิดจากพวกเราคณะประชาชนฯ ไม่ใช่ คณะราษฎร

พวกเราไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ เพื่อเอาผิดผู้มีอำนาจทั้งในปัจจุบันหรือที่ผ่านมาทั้งสิ้น เอาเป็นว่า หากสถานการณ์บ้านเมืองเกิดวิกฤติขึ้นจริง ครั้งนี้พวกเราไม่อยากกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์เหมือนตลอดระยะเวลา 86 ปี ที่ผ่านมา ครั้งนี้พวกเราขอให้ทหารในหน่วยอยู่ในที่ตั้งไม่ต้องออกมาปฏิวัติ ครั้งนี้ประชาชนจะขอปฏิวัติเอง การเปลี่ยนแปลงขอให้เกิดขึ้นจากประชาชน ประชาชนจะเป็นผู้พิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เอง พวกเราขอเชิญพี่น้องทุกคน ทุกสี ทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งข้าราชการทหารตำรวจมาร่วมกับพวกเรา ขอแค่ท่านอยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขอแค่ท่านคิดดีต่อชาติบ้านเมืองก็มาร่วมกับพวกเราได้ ถือว่าเป็นการเตรียมแผนสำรอง เพื่อรองรับวิกฤติความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น เชิญมาร่วมกันพลิกแผ่นดิน ทำให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ยกพระพุทธศาสนาประจำชาติ คงความเป็นธรรมแก่พี่น้องต่างศาสนา เร่งแก้ปัญหาบ้านเมืองทุกปัญหาที่ผ่านมา ทั้งวิกฤติพระพุทธศาสนา ปัญหาความยากจน ปัญหาไร้ที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สิน ปัญหาความไม่เป็นธรรม ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาด้านชาติพันธุ์ ปัญหาด้านประวัติศาสตร์ ปัญหาคดีความทางการเมือง พร้อมยกย่องพี่น้องผู้เสียชีวิตทางการเมืองตั้งแต่อดีต และต่อยอดนโยบายที่ดีของทุกรัฐบาล พวกเราพร้อมจะนำพาประเทศเข้าสู่รัฐสวัสดิการ เข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ และก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำ พวกเราขอยืนยันว่า พวกเรามีความบริสุทธิ์ใจที่จะทำเพื่อชาติบ้านเมืองจริง และมิได้ต้องการออกมากดดัน คสช. หรือ รัฐบาล แต่อย่างใด ขอย้ำอีกครั้งว่าพวกเราไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่เตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันวิกฤติบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น

คณะผู้บริหารแก้ไข

เลขาธิการแก้ไข

รองเลขาธิการแก้ไข

  • พล.ท.เกียรติศักดิ์ ศรีวฤทธิ์
  • ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์
  • นายสมาน ศรีงาม
  • พล.ท.ชนินทร์ มหาตมัน
  • นายนคร ศีลพิพัฒน์
  • นายประภาส โงกสูงเนิน
  • นายสมพร มูสิกะ
  • นางสอิ้ง ไถวสินธ์
  • จ.ส.อ.บัวพันธ์ โภชะคัง
  • พล.ต.ศุภฤทธิ์ โรจนธรรม
  • นางลดาวัลย์ ปวีณชัย
  • อ.ชารีฟ ศรีเจริญ
  • พล.ต.ดร.พงศ์ภัทร์ วรงค์พรพรหม
  • นายประเสริฐ เลิศยโส
  • ดร.สาธุ อนุโมทามิ
  • ดร.กนก อภิรดี
  • ไม่เปิดเผยชื่อ (4)

ผู้ช่วยเลขาธิการแก้ไข

  • สมาชิกอาวุโส หรือ สมาชิกระดับผู้นำองค์กร สมาพันธ์ เครือข่าย และกลุ่มพรรคการเมือง (111)
  • ผู้อำนวยการสำนัก (9)

กรรมการแก้ไข

  • ผู้แทนสมาชิกจากองค์กร สมาพันธ์ เครือข่าย และกลุ่มพรรคการเมือง (450)
  • ผู้แทนสมาชิกส่วนกลาง (50)

โฆษกแก้ไข

  • ดร.ณพลเดช มณีลังกา

สภาที่ปรึกษาแก้ไข

ประธานสภาที่ปรึกษาแก้ไข

รองประธานสภาที่ปรึกษาแก้ไข

ที่ปรึกษาแก้ไข

  • ผู้ทรงคุณวุฒิ (148)

อ้างอิงแก้ไข