การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแก้ไข

ทศวรรษที่ 1920แก้ไข

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมีเรื่องต่าง ๆ ที่จะต้องสะสางจำนวนมาก รวมทั้งเรื่องเส้นแบ่งพรมแดนที่แน่นอนของประเทศต่าง ๆ ซึ่งถูกจัดสรรโดยประเทศผู้ชนะสงคราม ทำให้ในช่วงแรกนั้นสันนิบาตจึงไม่ได้มีบทบาทมากนัก ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1920 สันนิบาตขยายตัวใหญ่ขึ้นและกลายมาเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมนานาชาติ ดูได้จากการที่ประเทศผู้ไม่เป็นสมาชิกของสันนิบาต เช่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ให้ความร่วมมือกับทางสันนิบาตมากขึ้น ส่วนประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักรต่างก็ดำเนินกิจการการทูตผ่านทางสันนิบาต และใช้สันนิบาตเป็นเครื่องมือพัฒนาความสัมพันธ์ เหตุการณ์พิพาทที่สันนิบาตมีส่วนเกี่ยวข้องในทศวรรษนี้ ได้แก่

  • กรณีพิพาทหมู่เกาะโอลันด์ - หมู่เกาะนี้อยู่ตรงกลางระหว่างประเทศสวีแดนและฟินแลนด์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาสวีเดน แต่หมู่เกาะนี้ถูกจักรวรรดิรัสเซียยึดครองในปี ค.ศ. 1809 และรวมเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลฟินแลนด์ ต่อมาเมื่อจักรวรรดิรัสเซียล่มสลาย ฟินแลนด์จึงประกาศเอกราช และรวมหมู่เกาะนี้ไว้ในอาณาเขตของตน แต่ประชากรส่วนใหญ่อยากเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสวีเดน เมื่อปัญหาลุกลามในปี ค.ศ. 1921 สันนิบาตจึงเข้าไกล่เกลี่ยและตกลงว่ายอมให้หมู่เกาะโอลันด์เป็นอาณาเขตของฟินแลนด์ โดยมีข้อแม้ว่าชาวเกาะจะต้องได้รับการคุ้มครอง และบริเวณดังกล่าวจะต้องเป็นเขตปลอดทหาร กรณีพิพาทนี้ถือเป็นกรณีแรกที่สันนิบาตสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสำเร็จ
 
การแบ่งดินแดนไซลีเซียเหนือออกเป็นสองส่วน
  เขตแดนเยอรมนี
  ไซลีเซียเหนือที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนี
  เขตแดนโปแลนด์
  ไซลีเซียเหนือที่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์
  • ปัญหาเรื่องดินแดนไซลีเซียเหนือ - ประเทศโปแลนด์ถูกสร้างขึ้นมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ผู้มีเชื้อชาติโปลได้มีประเทศเป็นของตนเอง หลังจากถูกชาติอื่นปกครองมานาน ประเทศโปแลนด์มีพรมแดนติดกับเยอรมนี และมีภูมิภาคหนึ่งชื่อว่าไซลีเซียเหนือ ซึ่งมีประชากรเชื้อชาติเยอรมันกับโปลคละกัน เนื่องด้วยกลุ่มชาวโปลมีความกังวลว่าตนจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศโปแลนด์ใหม่ และจะต้องรวมเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีเหมือนเดิมแทน จึงเกิดจลาจลขึ้นสองครั้ง จึงมีการจัดทำประชามติขึ้นในปี 1921 เพื่อตัดสิน ผลออกมาว่าประชากรราว 60% ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนี แต่กลุ่มโปลไม่ยอมรับและก่อจลาจลครั้งที่สาม สันนิบาตชาติจึงเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และตกลงกันว่าบริเวณที่ประชากรส่วนใหญ่ลงคะแนนต้องการเข้าเป็นเยอรมันในประชามติก็ให้เข้า ส่วนบริเวณที่ประชากรลงคะแนนให้โปแลนด์ก็ให้เป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์ แม้เยอรมันจะได้พื้นที่ในไซลีเซียเหนือมากกว่าโปแลนด์ แต่โปแลนด์กลับได้บริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมมากกว่า ข้อตกลงนี้ส่งผลให้เกิดสันติภาพในบริเวณจนกระทั่งเริ่มสงครามโลกครั้งที่สอง
  • พรมแดนของประเทศแอลเบเนีย - เป็นสิ่งที่คั่งค้างตั้งแต่การประชุมสันติภาพที่ปารีสในปี 1919 ทำให้แอลเบเนียมีสภาพดังนี้คือ กองทัพกรีกปฏิบัติการทางทหารทางตอนใต้ของอัลเบเนีย ขณะที่กองกำลังของยูโกสลาเวียเข้ามาสู้กับชาวเผ่าทางภาคเหนือ สันนิบาตจึงเข้ามาตัดสินให้พรมแดนของอัลเบเนียเป็นดังเดิมก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เป็นประโยชน์ต่อยูโกสลาเวีย
  • เหตุการณ์ที่เกาะคอร์ฟู - เกิดขึ้นในปี 1923 ในระหว่างที่สันนิบาตชาติตัดสินพรมแดนใหม่ระหว่างอัลเบเนียกับกรีซ พลทหารห้านายชาวอิตาลีได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูสถานการณ์ แต่โดนลอบสังหารเสียก่อน ส่งผลให้ผู้นำอิตาลี มุสโสลินี โกรธมาก และเรียกร้องให้รัฐบาลกรีซจ่ายค่าชดใช้เสียหาย แต่รัฐบาลกรีกปฏิเสธและให้เหตุผลว่าจะต้องพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดว่าเป็นชาวกรีกให้ได้เสียก่อน มุสโสลินีจึงส่งทหารเข้ามายึดเกาะคอร์ฟูและสังหารพลเมืองสิบห้าคน รัฐบาลกรีซขอความช่วยเหลือจากสันนิบาตชาติ แต่เนื่องจากอิตาลีเป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลของสันนิบาต จึงไม่สามารถทำอะไรได้ และในที่สุดสันนิบาตแนะนำให้กรีซจ่ายเงินชดใช้แก่อิตาลี แม้ว่าไม่สามารถพบตัวผู้กระทำผิด จากนั้นอิตาลีจึงถอนกำลังออกจากเกาะ เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าสันนิบาตชาติไม่มีอำนาจเพียงพอในการปกครองประเทศมหาอำนาจ
  • จังหวัดโมซุล - เป็นข้อพิพาทระหว่างอิรักและตุรกีเหนือจังหวัดโมซุลในปี 1926 ซึ่งเคยเป็นจังหวัดหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมันมาก่อน ตุรกีอ้างสิทธิเหนือจังหวัดนี้ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ ส่วนบริเตนก็สนับสนุนให้เป็นของอิรักเพราะตนเป็นผู้ได้รับมอบอาณัติเหนืออิรัก สันนิบาตส่งคณะกรรมการไปศึกษาพบว่าประชากรไม่มีความรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของตุรกีหรืออิรัก แต่ถ้าให้เลือกจะเลือกเป็นส่วนหนึ่งของอิรัก ในปี 1925 คณะมนตรีสันนิบาตตัดสินให้จังหวัดโมซุลเป็นดินแดนของอิรัก แม้จะมีข้อขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ในที่สุดแล้วทั้งบริเตน อิรัก และตุรกี ต่างก็เซ็นสนธิสัญญายอมรับผลการตัดสินของสันนิบาตชาติ
  • ดินแดนซาร์ - เป็นดินแดนที่อยู่ระหว่างเยอรมนีและฝรั่งเศส ถูกยึดมาจากเยอรมนีหลังสงคราม โดยสนธิสัญญาแวร์ซายส์มอบอำนาจให้สันนิบาตดูแลเป็นเวลาสิบห้าปี หลังจากนั้นก็ให้มีประชามติว่าประชากรอยากเป็นฝรั่งเศสหรือเยอรมัน ซึ่งผลออกมาประชากร 90.3% ต้องการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาซีเยอรมนีในปี 1935 และได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีของสันนิบาตโดยทันที
  • ความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกรีซ-บัลแกเรียในปี 1925 - เริ่มต้นจากการที่มีความขัดแย้งทางทหาร นำไปสู่การต่อสู้ระหว่างสองประเทศ สามวันหลังเกิดเหตุการณ์กองทัพกรีซบุกบัลแกเรีย แต่รัฐบาลบัลแกเรียสั่งให้พลทหารของตนขัดขืนอย่างพอเป็นพิธี และให้อพยพพลเมืองหนึ่งหมื่นห้าพันคนออกจากบริเวณพรมแดน เมื่อเรื่องไปถึงสันนิบาตชาติ ได้ตัดสินว่ากรีซมีความผิด และให้ถอยกองทัพออกจากบัลแกเรีย รวมทั้งจ่ายค่าเสียหายด้วย ส่วนกรีซก็ชี้ให้เห็นถึงความเป็นสองมาตรฐานของสันนิบาต ที่เมื่ออิตาลีเป็นผู้บุกรุกในเหตุการณ์เกาะคอร์ฟู สันนิบาตกลับไม่สามารถช่วยกรีซ ซึ่งเป็นประเทศที่โดนบุกรุกได้

ทศวรรษที่ 1930แก้ไข

เป็นช่วงที่สันนิบาตประสบปัญหาประเทศมหาอำนาจกลายเป็นผู้รุกรานประเทศอื่นเสียเอง ทำให้สันนิบาตไม่มีอำนาจพอที่จะไกล่เกลี่ยปัญหา ส่งผลให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สองในเวลาต่อมา