ประเทศพัฒนาแล้ว

ประเทศพัฒนาแล้ว หมายถึงประเทศที่มีการพัฒนาในระดับที่สูงเมื่อวัดตามมาตรฐานบางประการ แต่การยึดเอามาตรฐานใดเป็นหลัก หรือการจัดกลุ่มให้ประเทศใดอยู่ในกลุ่มพัฒนาแล้วนั้นยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ โดยทั่วไปมาตรวัดทางเศรษฐกิจมักเป็นที่ยอมรับ เช่นการใช้รายได้ต่อหัวเป็นหลัก และให้ประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวสูงอยู่ในกลุ่มพัฒนาแล้ว ในระยะหลังมีการใช้ดัชนีการพัฒนามนุษย์ ซึ่งเป็นการรวมเอามาตรวัดทางเศรษฐกิจรวมกับมาตรวัดอื่น ๆ เช่นดัชนีอายุขัย และการศึกษา เพื่อเป็นตัววัดการพัฒนาของประเทศต่าง ๆ มากขึ้น จึงมีการจัดกลุ่มประเทศที่มีค่าดัชนีการพัฒนามนุษย์สูงอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

  ประเทศพัฒนาแล้ว
  Data unavailable

The latest classifications sorted by the IMF[1] and the UN[2]
แผนที่โลกแสดงประเทศแบ่งตาม GDP per capita (2008)

ดัชนีการพัฒนามนุษย์แก้ไข

 
แผนที่โลกแสดงดัชนีการพัฒนามนุษย์ ในปี พ.ศ. 2557
  สูงมาก
  สูง
  ปานกลาง
  ต่ำ
  ไม่มีข้อมูล

ดัชนีการพัฒนามนุษย์ เป็นดัชนีการวัดและเปรียบเทียบ ความยากจน การรู้หนังสือ การศึกษา อายุขัย การคลอดบุตร และปัจจัยอื่น ๆ ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นวิธีการวัดความอยู่ดีกินดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและเยาวชน หลายคนใช้ดัชนีการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาตินี้ในการระบุว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ดัชนีดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) โดยนักเศรษฐศาสตร์ชาวปากีสถานชื่อ มาฮฺบับ อุล ฮาค และองค์การสหประชาชาติได้ในดัชนีดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) เป็นต้นมา

ดัชนีการพัฒนามนุษย์วัดความสำเร็จโดยเฉลี่ยของแต่ละประเทศในการพัฒนามนุษย์สามด้านหลัก ๆ ได้แก่

  • การมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดี ซึ่งวัดได้จากอายุขัย
  • ความรู้ ซึ่งวัดได้จากการรู้หนังสือ (มีน้ำหนักเป็นสองในสามส่วน) และอัตราส่วนการเข้าเรียนสุทธิที่รวมกันทั้งระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา (มีน้ำหนักเป็นหนึ่งในสามส่วน)
  • มาตรฐานคุณภาพชีวิต ซึ่งวัดได้จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product - GDP) ต่อหัวและความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (purchasing power parity - PPP)

ค่าเฉลี่ยรายได้หลังหักภาษีของสมาชิก OECDแก้ไข

อันดับ ประเทศ รายได้หลังหักภาษี $
2011[4]
การเปลี่ยนแปลง[5] การหักภาษี[6][7] รายได้รวม $
2011[8]
1   สหรัฐ 42,035 242   26.0% 54,450
2   ไอร์แลนด์ 41,170 531   18.9% 50,764
3   ลักเซมเบิร์ก 37,997 -1,477   28.1% 52,847
4   สวิตเซอร์แลนด์ 35,471 -57   29.4% 50,242
5   ออสเตรเลีย 34,952 835   22.3% 44,983
6   สหราชอาณาจักร 33,513 -1,272   25.1% 44,743
7   แคนาดา 32,662 -648   22.7% 42,253
8   นอร์เวย์ 31,101 913   29.3% 43,990
9   เกาหลีใต้ 31,051 1,341   12.3% 35,406
10   เนเธอร์แลนด์ 29,269 -544   37.8% 47,056
11   ออสเตรีย 29,008 -177   33.4% 43,555
12   สวีเดน 28,301 480   25.0% 37,734
13   เดนมาร์ก 27,974 -335   38.6% 45,560
14   ญี่ปุ่น 27,763 724   21.0% 35,143
15   ฝรั่งเศส 27,452 93   28.0% 38,128
16   สเปน 26,856 -466   21.9% 34,387
17   ฟินแลนด์ 25,747 146   29.8% 36,676
18   เบลเยียม 25,642 25   42.2% 44,364
19   เยอรมนี 24,174 379   39.9% 40,223
20   อิตาลี 23,194 -562   30.8% 33,517
21   กรีซ 21,352 -2,039   18.8% 26,295
22   โปรตุเกส 17,170 -2,044   24.5% 22,742
23   เช็กเกีย 15,115 -191   23.0% 19,630
24   สโลวาเกีย 14,701 -328   22.9% 19,068
25   โปแลนด์ 14,389 189   28.3% 20,069
26   ฮังการี 12,843 52   35.0% 19,437

รายชื่อประเทศพัฒนาแล้วในรายการอื่นแก้ไข

ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าของ IMFแก้ไข

 
  ประเทศที่ IMF ยกย่องว่ามีสภาพเศรษฐกิจก้าวหน้า

35 ประเทศที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศยกย่องว่ามี "สภาพเศรษฐกิจก้าวหน้า" ได้แก่:[9]

สมาชิก Development Assistance Committeeแก้ไข

 
ประเทศสมาชิก Development Assistance Committee

ประเทศสมาชิก OECD ที่เป็นสมาชิก DAC มีดังต่อไปนี้:

17 ประเทศในทวีปยุโรป:

2 ประเทศในทวีปเอเชีย:

2 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ:

2 ประเทศในโอเชียเนีย:

1 เข้าร่วม DAC ในปี 1961 ถอนตัวในปี 1974 และกลับมาเข้าร่วมอีกครั้งในปี 1991

สมาชิก Paris Clubแก้ไข

 
ประเทศสมาชิก Paris Club

15 ประเทศในทวีปยุโรป:

3 ประเทศในทวีปเอเชีย:

3 ประเทศในทวีปอเมริกา:

1 ประเทศในโอเชียเนีย:

สมาชิกที่มีรายได้สูงของธนาคารโลกแก้ไข

 
สมาชิกที่มีรายได้สูงของธนาคารโลกในปี 2016

37 ประเทศและดินแดนในทวีปยุโรป:

19 ประเทศและดินแดนในทวีปอเมริกาเหนือ:

14 ประเทศและดินแดนในทวีปเอเชีย:

7 ประเทศและดินแดนในโอเชียเนีย:

3 ประเทศในทวีปอเมริกาใต้:

1 ประเทศในทวีปแอฟริกา:

สมาชิก OECD ที่มีรายได้สูงแก้ไข

สมาชิก OECD ที่มีรายได้สูง ได้แก่:

24 ประเทศในทวีปยุโรป:

3 ประเทศในทวีปเอเชีย:

2 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ:

2 ประเทศในโอเชียเนีย:

ดัชนีคุณภาพชีวิตในปี 2005แก้ไข

ผลวิจัยเกี่ยวกับมาตรฐานการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตโดย Economist Intelligence Unit ในรูปแบบดัชนีคุณภาพชีวิตครอบคลุม 111 ประเทศ โดยในปี 2005 ประเทศที่ติด 30 อันดับแรกได้แก่:[10]

ดัชนีประเทศที่ดีที่สุดในโลกของ Newsweek ในปี 2010แก้ไข

ในปี 2010 Newsweek ได้เผยแพร่ดัชนีแสดง "ประเทศที่ดีที่สุดในโลก" โดยใช้เกณฑ์ "การศึกษา, สุขภาพ, คุณภาพชีวิต, เศรษฐกิจพลังงาน, และสภาพแวดล้อมทางการเมือง" ใน 100 ประเทศ โดยในปีนั้น 30 อันดับแรกคือ:[11]

30 อันดับแรกในหัวข้อ คุณภาพชีวิต ได้แก่:

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "World Economic and Financial Surveys World Economic Outlook Database—WEO Groups and Aggregates Information". IMF.org. International Monetary Fund. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 22 December 2019. สืบค้นเมื่อ 12 May 2020.
  2. Least Developed Countries Archived 17 พฤษภาคม 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (2018 list Archived 21 ธันวาคม 2019 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน)
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.7 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ UNDP2020
  4. Gross wage - Compulsory deduction.
  5. Disposable income in 2011 - Disposable income in 2010.
  6. OECD Tax Database - Table S.2 - Average net personal compulsory payment rate (single, no children, 100% AW)
  7. Figure for Greece was not available in 2011, hence the figure for 2010 has been used instead.
  8. OECD Statistics -> Data by theme -> Labour -> Earnings -> Average annual wages
  9. IMF Advanced Economies List. World Economic Outlook, October 2012, p. 180
  10. The world in 2005: The Economist Intelligence Unit's quality-of-life index, The Economist. Accessed on line January 8, 2007.
  11. The world's best countries: 2010 index, Newsweek. Accessed on line August, 15 2010.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข