เปิดเมนูหลัก

ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ (28 ธันวาคม พ.ศ. 2457 — 17 สิงหาคม พ.ศ. 2543) หรือเดิม หม่อมหลวงพวงร้อย สนิทวงศ์ เป็นสตรีไทยคนแรกที่เป็นนักประพันธ์เพลง เมื่อ พ.ศ. 2480

พวงร้อย อภัยวงศ์
พวงร้อย อภัยวงศ์.jpg
เกิด28 ธันวาคม พ.ศ. 2457
เขตบางรัก, กรุงเทพมหานคร
เสียชีวิต17 สิงหาคม พ.ศ. 2543 (85 ปี)[1]
มีชื่อเสียงจากนักประพันธ์เพลงและศิลปินแห่งชาติ
คู่สมรสเชียด อภัยวงศ์
บุตรกสก อภัยวงศ์
มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ
พัชราภรณ์ บุนนาค
บิดามารดาหม่อมราชวงศ์สุวพันธุ์ สนิทวงศ์
ยี่สุ่น สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ท่านผู้หญิงพวงร้อยได้รับยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) เมื่อปี พ.ศ. 2529[2]

ประวัติแก้ไข

หม่อมหลวงพวงร้อย เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2457 เป็นบุตรีของหม่อมราชวงศ์สุวพันธุ์ สนิทวงศ์ และยี่สุ่น สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม มังกรพันธ์) เป็นพี่สาวต่างมารดากับหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ได้ประทานนามแก่เธอว่า"พวงร้อย" อันมีความหมายว่า "ไม้เลื้อย หนึ่งพวงมีร้อยดอก" เพื่อให้คล้องจองกับนามมารดาคือ "ยี่สุ่น"[3] ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ในครอบครัวของนักดนตรีจึงชอบดนตรี และเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก มีพี่น้องร่วมบิดามารดา คือ

  1. หม่อมหลวงสร้อยระย้า ยุคล
  2. หม่อมหลวงซัง สนิทวงศ์
  3. หม่อมหลวงพวงร้อย อภัยวงศ์
  4. หม่อมหลวงคงคา สนิทวงศ์

หม่อมหลวงพวงร้อย สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2477 และปริญญาตรีด้านเปียโนจากวิทยาลัยดนตรีทรีนิตี (Trinity College of Music) ลอนดอน สหราชอาณาจักร

หม่อมหลวงพวงร้อย มีศักดิ์เป็นพระอัยยิกาน้อยฝ่ายพระชนนีในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

ชีวิตส่วนตัวแก้ไข

หม่อมหลวงพวงร้อย สมรสกับเชียด อภัยวงศ์ น้องชายของควง อภัยวงศ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2485 มีบุตรธิดา 3 คน คือ

  1. กสก อภัยวงศ์
  2. มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ
  3. พัชราภรณ์ บุนนาค

การประพันธ์เพลงแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2480 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ได้ทรงสร้างภาพยนตร์เรื่อง "ถ่านไฟเก่า" และทรงนิพนธ์เพลงประกอบคือ บัวขาว และ ในฝัน ขึ้น และมอบหมายให้หม่อมหลวงพวงร้อย เป็นผู้ประพันธ์ทำนองเมื่อมีอายุได้ 23 ปี เพลงบัวขาว กลายเป็นเพลงอมตะที่สร้างชื่อเสียงให้กับท่านเป็นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2522 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียของยูเนสโก ประเทศฟิลิปปินส์ ได้คัดเลือก "เพลงบัวขาว" เป็น "เพลงแห่งเอเชีย" นักร้องยอดนิยมของฮ่องกง "ฟรานซิส ยิป" ได้นำเพลงนี้ไปขับร้องบันทึกแผ่นเสียง

หม่อมหลวงพวงร้อยมีผลงานประพันธ์ทำนองและคำร้องเพลงมากมาย จำนวน 124 เพลง [4] รวมทั้งบทเพลงปลุกใจ เพื่อถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เช่น เพลงดุจบิดามารดร เพลงแด่ ต.ช.ด. เพลงชายชาญทหารไทย ใน พ.ศ. 2516 ท่านได้เปลี่ยนลักษณะการแต่งเพลง ที่มักจะใส่คำไม่ลงโน้ต มาใช้คำที่มีวรรณยุกต์ตรงกับโน้ตเพลงมากขึ้น บทเพลงที่ท่านแต่งจึงมีความไพเราะ สละสลวย มีการผสมผสานการร้องแบบดนตรีไทยเดิมกับดนตรีสากล

หม่อมหลวงพวงร้อย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ จึงใช้คำนำหน้าท่านผู้หญิง ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2543 สิริอายุ 85 ปี

รายชื่อเพลงแก้ไข

(ส่วนหนึ่ง)

100 ปีชาตกาลท่านผู้หญิงพวงร้อยแก้ไข

โดยมีกฤษฎา ล่ำซำ รองประธานกรรมการของธนาคารกสิกรไทย ในนามบริการเดอะวิสคอมจัดงานแสดงดนตรี “ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย : An Exclusive Orchestral Concert” และ นิทรรศการ “๑๐๐ ปี คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม” เป็นปีที่ 2 เพื่อเชิดชูเกียรติ ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ ในโอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ทั้งนี้ ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในงาน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ภายในงานนิทรรศการ “๑๐๐ ปี คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม” มีการจัดแสดงประวัติ ผลงาน ของสะสมและเครื่องดนตรี โดยได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนจากทายาทท่านผู้หญิงพวงร้อย และหอสมุดแห่งชาติในการเอื้อเฟื้อข้อมูล ถือเป็นจุดกำเนิดเพลงอมตะของท่านผู้หญิงพวงร้อยหลายบทเพลง ผลงานของท่านในระยะแรกนั้น เป็นผลงานที่ประพันธ์ในการประกอบภาพยนตร์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และประกอบการแสดงต่างๆ อาทิ เพลง บัวขาว, เงาไม้, จันทร์เอ๋ย, ลมหวน ต่อมา ท่านผู้หญิงจึงเริ่มประพันธ์บทเพลงปลุกใจ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรักชาติตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงบทเพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงประจำสถาบัน และบทเพลงในวาระพิเศษต่างๆ

ส่วนการแสดงดนตรีนั้น แบ่งเป็นช่วงต่างๆ คือ การ “ร้อง เต้น เล่นละคร” เป็นการขับร้องเพลงโดยศิลปินแนวหน้าระดับประเทศ จินตลีลาประกอบเพลงวอลทซ์ และการแสดงละคร โดยนำเพลงของ ท่านผู้หญิงพวงร้อย มาร้อยเป็นเรื่องราว บรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อำนวยเพลงและเรียบเรียงขึ้นใหม่โดย ทฤษฎี ณ พัทลุง และมี มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ ลูกสาวท่านผู้หญิงพวงร้อย ในฐานะนักเปียโนรับเชิญกิตติมศักดิ์ และยังมีศิลปินมาร่วมร้องได้แก่ ธนชัย อุชชิน, ธีรนัยน์ ณ หนองคาย, กิตตินันท์ ชินสำราญ, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พิจิกา จิตตะปุตตะ, ดวงพร พงศ์ผาสุก, สาธิดา พรหมพิริยะ, กรกันต์ สุทธิโกเศศ

การแสดงครั้งนี้มีการบรรเลง “เพลงวันเพ็ญ” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “วันเพ็ญ” ซึ่งมี หม่อมปริม บุนนาค นางเอกจากเรื่องวันเพ็ญ ในวัย 90 ปี มาร่วมชมการแสดง “เพลงเปลี่ยวใจ” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ปิดทองหลังพระ” ซึ่งมีการฉายภาพยนตร์ที่หายากมาให้ได้รับชม และไฮไลต์เพลง “ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย” ซึ่งทฤษฎี ณ พัทลุง นำ 18 บทเพลงของท่านผู้หญิงมาเรียบแรง โดยให้ศิลปิน นักแสดง นักร้องประสานเสียง นักดนตรี กว่า 120 คน มาร่วมบรรเลง[5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ท่านผู้หญิงพวงร้อย (สนิทวงศ์) อภัยวงศ์ ศิลปินแห่งชาติ
  2. รำลึก 100 ปีชาตกาล คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม
  3. บ้านน้าเพลงไทย. พวงร้อย อภัยวงศ์. เรียกดูเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2556
  4. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. สตรีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, พ.ศ. 2547. 360 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-9527-87-9
  5. ร้อยรำลึก ๑๐๐ ปีชาตกาลคีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข