ยานรบหุ้มเกราะที่ 6 "ทีเกอร์" (เยอรมัน: Panzerkampfwagen VI „Tiger“) หรือเรียกว่า ทีเกอร์ไอน์ (เยอรมัน: Tiger I) ฝ่ายสัมพันธมิตรเรียก ไทเกอร์วัน เป็นรถถังหนักของกองทัพบกเยอรมันซึ่งถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ยานรบหุ้มเกราะที่ 6 "ทีเกอร์" แบบ E
Panzerkampfwagen VI "Tiger" Ausf. E
Bundesarchiv Bild 101I-299-1805-16, Nordfrankreich, Panzer VI (Tiger I).2.jpg
ยานเกราะทีเกอร์ไอน์ในภาคเหนือของฝรั่งเศส มีนาคม 1944
ชนิด รถถังหนัก
สัญชาติ  ไรช์เยอรมัน
บทบาท
ประจำการ 1942–1945
สงคราม สงครามโลกครั้งที่สอง
ประวัติการผลิต
บริษัทผู้ผลิต Henschel
มูลค่า 250,800 ไรชส์มาร์ค[2][b]
ช่วงการผลิต 1942–1944
จำนวนที่ผลิต 1,347[a]
ข้อมูลจำเพาะ (RfRuK VK 4501H Ausf.E, Blatt: G-330)
น้ำหนัก 54 ตัน[3]
57 ตัน (แบบ E)[4] (น้ำหนักพร้อมรบ)[5]
ความยาว 6.316 เมตร (เฉพาะตัวถัง)
8.45 เมตร (รวมปืนใหญ่)
ความกว้าง 3.56 เมตร
ความสูง 3.00 เมตร
ลูกเรือ 5 นาย (ผู้บังคับ, พลปืน, พลบรรจุ, พลขับ, ผู้ช่วยพลขับ)

เกราะ 25–120 มม. (0.98–4.7 นิ้ว)[6][7]
อาวุธหลัก ปืนใหญ่ 8.8 ซม. หนึ่งกระบอก
พร้อมกระสุนเจาะเกราะ
อาวุธรอง ปืนกล 7.92 มม สองกระบอก
ที่ 4,500 รอบ
ที่ 4,800 รอบ (แบบ E)[8]
เครื่องยนต์ ไมบัค HL230 P45 V-12
700 PS (690 แรงม้า, 515 กิโลวัตต์)
กำลัง/น้ำหนัก 13 PS (9.5 กิโลวัตต์) / ตัน
กันสะเทือน เหล็กบิด (Torsion bar)
ความสูงจากพื้นรถ 0.47 เมตร
พิสัยปฏิบัติการ 195 กิโลเมตร (วิ่งถนน)[4]
110 กิโลเมตร (ข้ามภูมิประเทศ)[4]
ความเร็ว 45.4 กม/ชั่วโมง (ความเร็วสูงสุด)[9]
20-25 กม/ชั่วโมง (ข้ามภูมิประเทศ)[4]

ยานเกราะทีเกอร์ไอน์ถูกสร้างในช่วงปลายปี ค.ศ. 1942 ในช่วงต้นปฏิบัติการบาร์บารอสซา เพื่อตอบโต้ยานเกราะที-34 และคลีเมนต์ โวโรชีลอฟของโซเวียต ยานเกราะทีเกอร์ไอน์ถือเป็นยานเกราะแบบแรกของกองทัพเยอรมันที่ติดตั้งกระบอกปืนขนาด 88 มม. โดยกระบอกปืนนี้ได้ถูกทดสอบมาก่อนว่ามีประสิทธิภาพสูงในการยิงต่อต้าน รถถัง และเครื่องบิน ทีเกอร์ไอน์ถูกนำไปใช้ในในการรบแนวหน้าของเยอรมันในช่วงสงคราม โดยปกติแล้วทีเกอร์ไอน์ถูกนำมาแยกเป็นหน่วยยานเกราะอิสระ ซึ่งทำให้หน่วยทีเกอร์ไอน์สามารถปฏิบัติการได้อย่างค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าทีเกอร์ไอน์เป็นที่น่าเกรงขามต่อศัตรูเป็นอย่างมากก็ตาม ทว่า ในขณะเดียวกัน ทีเกอร์ไอน์ก็เป็นยานเกราะที่มีลักษณะซับซ้อนในการสร้าง ต้นทุนสูง และใช้เวลาในการผลิตยาวนาน อีกทั้งทีเกอร์ไอน์มักจะประสบปัญหาเครื่องจักรกลติดขัดบ่อยครั้งจึงทำให้ยานเกราะชนิดนี้ถูกยกเลิกการผลิตไป มีเพียงจำนวน 1,347 คันเท่านั้นที่ถูกผลิตขึ้นมาระหว่างเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1942 ถึงสิงหาคม ค.ศ. 1944 กองทัพเยอรมันได้ผลิตยานเกราะทีเกอร์ซไวขึ้นมาแทนที่

ยานเกราะนี้ถูกตั้งชื่อเล่นโดยแฟร์ดีนันท์ พอร์เชอ เดิมทีเรียกแต่เพียง "ทีเกอร์" เท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการผลิตยานเกราะทีเกอร์ซไว จึงมีการเพิ่มตัวเลขโรมันไว้ด้านหลังชื่อเพื่อป้องกันความสับสน ยานเกราะทีเกอร์ไอน์มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ พันท์เซอร์คัมพฟ์วาเกิน เฟา เอาส์ฟือรุง ฮา (Panzerkampfwagen VI Ausführung H") แต่อย่างไรก็ตาม ยานเกราะนี้ได้ถูกนำมาออกแบบใหม่อีกครั้งเป็นรุ่นที่ดีขึ้น เรียกว่า เอาส์ฟือรุง เอ (Ausführung E) ในเดือนมีนาคม 1943 และมีลักษณะการออกแบบปืนใหญ่ของ SdKfz 181 เช่นเดียวกัน

ในปัจจุบันนี้มีทีเกอร์ไอน์ไม่กี่คันเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้โดยถูกนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์และงานแสดงทั่วโลก ตัวอย่างของยานเกราะที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดคือพิพิธภัณฑ์ยานเกราะ Bovington ทีเกอร์ไอน์ 131 ซึ่งเป็นยานเกราะคันเดียวที่ยังคงสามารถใช้ได้อยู่ในปัจจุบันนี้

การออกแบบแก้ไข

ยานเกราะทีเกอร์มีลักษณะแนวคิดการออกแบบที่แตกต่างจากรถยานเกราะรุ่นแรกๆทั่วไปของเยอรมัน โดยรถยานเกราะของเยอรมันในรุ่นเริ่มต้นมีความสมดุลในการขับเคลื่อน เกราะป้องกันและการทำลายล้าง จึงทำให้บางครั้งพ่ายแพ้ต่อรถยานเกราะของฝ่ายศัตรูเพราะเป็นรถถังที่ไม่มีจุดเด่นเลย

ยานเกราะทีเกอร์ไอน์เป็นตัวอย่างที่แสดงเห็นถึงแนวคิดการออกแบบแบบใหม่ที่เน้นไปในด้านการทำลายล้างและเกราะป้องกันโดยแลกกับความสามารถในการขับเคลื่อน แนวคิดการออกแบบสำหรับยานเกราะขนาดหนักได้เริ่มต้นในปี 1937 โดยที่ยังไม่มีแผนงานในด้านการผลิต ความสามารถในการเจาะเกราะของทีเกอร์มีแนวคิดมาจากประสิทธิภาพยานเกราะของโซเวียตรุ่น T-34 ซึ่งเป็นยานเกราะหลักของโซเวียตในการต่อต้านเยอรมันในปี 1941 ถึงแม้ว่าลักษณะการออกแบบภายนอกมีลักษณะเหมือนยานเกราะขนาดกลางรุ่น Panzer IV ทว่า ทีเกอร์มีน้ำหนักมากกว่ายานเกราะขนาดกลางนี้ถึงสองเท่าตัว เพราะทีเกอร์มีเกราะป้องกันที่หนากว่ามาก ปืนที่ใหญ่กว่า น้ำหนักของน้ำมัน ความสามารถในการพกพาจำนวนกระสุนปืน น้ำหนักของเครื่องยนต์ และลักษณะที่ถูกสร้างให้หนาแน่นกว่า

อ้างอิงแก้ไข

  1. Jentz & Doyle 1993, pp. 11–13.
  2. Zetterling 2000, p. 61.
  3. Jentz & Doyle 2000, p. 177.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 Jentz & Doyle 2000, p. 179.
  5. Green, Michael; Brown, James D. (15 February 2008). "Tiger Tanks at War" (in อังกฤษ). Voyageur Press. p. 20.
  6. Jentz & Doyle 1993, pp. 8, 16.
  7. Hart 2007, p. 17.
  8. Jentz & Doyle 2000, p. 182.
  9. Jentz & Doyle 2000, p. 181.

เชิงอรรถแก้ไข

  1. Although 1,350 is a common figure, World War II magazine reported the figure of 1,355 in their January 1994 edition (p.16). Jentz gives a revised number of 1,347, including the prototype, the result of the most detailed investigation of the primary sources ever undertaken.[1]
  2. Without weapons, optics, or radio. 399,800 combat ready.

  วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Tiger I