ทางรถไฟสายพระพุทธบาท

ทางรถไฟสายพระพุทธบาท[5] หรือ ทางรถไฟสายท่าเรือ–พระพุทธบาท บ้างเรียก รถไฟกรมพระนรา เป็นทางรถไฟราษฎร์หรือทางรถไฟเอกชนสายหนึ่ง ดำเนินกิจการโดยบริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด[6] และบริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัดของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

ทางรถไฟสายพระพุทธบาท
Prabat Tramway 1997.jpg
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบรถไฟ/รถราง
สถานะยกเลิก
ที่ตั้งอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
ปลายทางท่าเรือ
พระพุทธบาท
จำนวนสถานี7
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อพ.ศ. 2444[1]
ปิดเมื่อ16 กรกฎาคม พ.ศ. 2485[1]
เจ้าของบริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด (พ.ศ. 2444–2472)[2][3]
บริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัด (พ.ศ. 2474–2485)[4]
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง20 กม. (12.43 ไมล์)[1][4]
รางกว้าง60 หรือ 75 เซนติเมตร[1]

รถไฟสายนี้เป็นรถไฟหรือรถรางขนาดเล็กเดินรถระหว่างอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นระยะทางราว 20 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางสำหรับผู้ไปนมัสการพระพุทธบาทวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี ถือเป็นเส้นทางรถไฟสำหรับท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้านาย และมิได้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ[1]

ประวัติแก้ไข

ทางรถไฟสายพระพุทธบาทก่อตั้งโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ไม่ปรากฏข้อมูลว่าทางรถไฟสายนี้ก่อสร้างหรือเดินรถเมื่อใด แต่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นช่วง พ.ศ. 2444[1] เพราะปรากฏการจัดตั้งบริษัท รถรางพระพุทธบาท ทุนจำกัด โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์พร้อมหุ้นส่วน ได้แก่ พระยาอภิรักษ์ราชอุทยาน เจ้าหมื่นเสมอใจราช พระนรสาตร์สารกรรม หลวงดำรงธรรมสาร หลวงอุดรภัณฑพานิช และจีนหนี รวมเจ็ดคนได้รับพระบรมราชานุญาตจัดตั้งบริษัทและได้รับพระราชทานอำนาจพิเศษ[2]

ในปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารเคยเสด็จโดยรถรางพระที่นั่งสายพระพุทธบาท เพื่อไปนมัสการพระพุทธบาทและพระราชทานกฐิน ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร[1]

ทว่าตลอดระยะเวลาดำเนินกิจการ ได้เกิดปัญหาหลายครั้ง เช่น วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2445 มีการออกตั๋วเงินโดยเอาทรัพย์สมบัติของบริษัทเป็นประกัน โดยอ้างว่าต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ[7] 6 มกราคม พ.ศ. 2449 บริษัทยื่นบัญชีประจำปีต่อกระทรวงเกษตราธิการล่าช้า หากไม่ส่งอาจถูกถอนอำนาจพิเศษ[8] กระทั่งวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2449 จึงนำส่งบัญชี[9] และในที่สุด วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2472 มีประกาศโปรดเกล้าฯ ให้ถอนพระบรมราชานุญาตพิเศษ ด้วยเหตุเพิกเฉย ละเลย ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและประกาศพระราชทานพิเศษหลายครั้ง[3]

พ.ศ. 2474 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงมอบหมายให้หม่อมเจ้านิตยากร วรวรรณพระโอรส ทำสัญญาสัมปทานกับกรมรถไฟหลวงเพื่อเดินรถระหว่างท่าเรือ–พระพุทธบาทอีกครั้งในนามบริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2494[4]

อย่างไรก็ตามรถไฟราษฎร์สายนี้ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เป็นเส้นทางระยะสั้น, การเดินทางไปพระพุทธบาทจะมีเฉพาะช่วงเทศกาล และการตัดถนนพหลโยธินทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้บริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัดจึงขายหัวรถจักรแก่บริษัท ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย จำกัดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2485[1]

การเดินรถแก้ไข

 
แผนที่เส้นทางรถไฟ

รถไฟสายพระพุทธบาทเป็นรถไฟขนาดเล็ก แต่เดิมใช้หัวรถจักรไอน้ำความเร็วเพียง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะมีสถานีสำหรับเติมน้ำและฟืนคือ สถานีท่าเรือ, เขาเลี้ยว และพระพุทธบาท ต่อมาใช้หัวหัวรถจักรดีเซลความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง[1] ตู้โดยสารแบ่งเป็นสองระดับคือชั้นธรรมดา กับชั้นพิเศษที่มีสำหรับเจ้านายหรือบุคคลสำคัญ ภายในประดับตกแต่งสวยงาม มีหน้าต่างกว้างบานใหญ่ติดผ้าม่านอย่างหรู ชายคาติดครุยและตุ้มโดยรอบ เก้าอี้ผ้าผิวมัน และทางเดินปูด้วยพรม[1] รถไฟขาไปจะออกจากสถานีพระพุทธบาทในเวลา 06.00 น. ถึงสถานีท่าเรือเวลา 07.00 น. และขากลับจะออกจากสถานีท่าเรือเวลา 15.00 น. และจอดค้างคืนที่สถานีพระพุทธบาท[1]

รถไฟแต่ละขบวนจะมีพนักงาน 4 คน แบ่งเป็น พนักงานขับรถและช่างไฟ (ผู้เติมน้ำและฟืน) อย่างละคน พนักงานขายตั๋วและตรวจตั๋วอีกสองคน[1] การซื้อขายตัวจะมีเฉพาะสถานีท่าเรือและพระพุทธบาทเท่านั้น หากขึ้นลงระหว่างทางต้องซื้อตั๋วบนรถ ค่าโดยสารคิดเป็นช่วง สถานีละ 5 สตางค์ แต่ช่วง พ.ศ. 2475 มีอัตราค่าโดยสารสถานีละ 25 สตางค์[1]

เส้นทางแก้ไข

เส้นทางรถไฟมีระยะทาง 20 กิโลเมตร มีสถานีรายทางทั้งหมด 7 สถานี ได้แก่

ชื่อสถานี หมายเหตุ
ท่าเรือ ตั้งอยู่ตรงข้ามธนาคารออมสินสาขาท่าเรือหลังเก่า
บางโขมด
บ่อโศก มีซากสถานีอยู่
หนองคณฑี
เขาเลี้ยว
เจ้าพ่อเขาตก
พระพุทธบาท ปัจจุบันคือโรงเจฮกเอี๊ยง

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.00 1.01 1.02 1.03 1.04 1.05 1.06 1.07 1.08 1.09 1.10 1.11 1.12 สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง. "ทางรถไฟสายท่าเรือ–พระพุทธบาท". สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2561. Check date values in: |accessdate= (help)
  2. 2.0 2.1 "พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษแก่บริษัทรถรางพระพุทธบาททุน จำกัด" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 18 (26): 410. 29 กันยายน 2444. Check date values in: |date= (help)
  3. 3.0 3.1 "ประกาศ ถอนพระบรมราชานุญาตซึ่งได้พระราชทานแก่บริษัทรถรางพระพุทธบาททุนจำกัด" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 367. 2 มีนาคม 2472. Check date values in: |date= (help)
  4. 4.0 4.1 4.2 "แจ้งความกรมรถไฟหลวง เรื่องสร้างและเดิรรถไฟราษฎร์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 48 (0 ง): 679. 31 พฤษภาคม 2474. Check date values in: |date= (help)
  5. "พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตต์ที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี พุทธศักราช 2482" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 56 (0 ก): 688. 24 กรกฎาคม 2482. Check date values in: |date= (help)
  6. "แจ้งความเจ้าพนักงานจดทะเบียนบริษัท เรื่อง บริษัทรถรางพระพุทธบาททุนจำกัด" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 35 (0 ง): 485. 26 พฤษภาคม 2461. Check date values in: |date= (help)
  7. "ประกาศ เรื่อง บริษัทรถรางพระพุทธบาททุนจำกัดจะออกตั๋วรับเงินโดยเอาทรัพย์สมบัติของบริษัทเป็นประกัน (ดิเบนเซอ)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 19 (27): 536. 5 ตุลาคม 2445. Check date values in: |date= (help)
  8. "ประกาศกระทรวงเกษตราธิการ ว่าด้วยให้บริษัทรถรางพระพุทธบาท ท.จ.ก. ยื่นบาญชีงบปีจำนวน ร.ศ. 124 ในภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก 125" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 23 (41): 1061. 6 มกราคม 2449. Check date values in: |date= (help)
  9. "แจ้งความกระทรวงเกษตราธิการ เรื่อง บริษัทรถรางพระพุทธบาทได้ยื่นบาญชี จำนวน ศก 125 แล้ว" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 23 (44): 1126. 27 มกราคม 2449. Check date values in: |date= (help)