เปิดเมนูหลัก

ถนนสี่พระยา (อักษรโรมัน: Thanon Si Phraya) ถนนสายหนึ่งในพื้นที่เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ถือเป็นถนนสายรองของพื้นที่ เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนเจริญกรุงกับถนนพระรามที่ 4 ความยาวทั้งหมด 1,645 เมตร มีจุดเริ่มต้นที่แขวงบางรัก ที่ด้านหน้าโรงแรมรอยัลออร์คิดเชอราตัน ใกล้กับศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่แยกสามย่านอันเป็นจุดตัดระหว่างถนนพระรามที่ 4 กับถนนพญาไท โดยทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างแขวงสี่พระยากับแขวงมหาพฤฒาราม

ชื่อถนนสี่พระยามีที่มาจากการที่ขุนนางซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยา 4 คน ได้แก่ พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง (ม.ร.ว.ลพ สุทัศน์), พระยาพิพัฒโกษา (เซเรสติโน ซาเวียร์), พระยานรฤทธิ์ราชหัช (ทองดี โชติกเสถียร) และพระยานรนารถภักดี (สุด บุนนาค) รวมถึงหลวงมนัศมานิต (เถียน โชติกเสถียร) ได้ร่วมกันซื้อที่ดินระหว่างถนนสุรวงศ์กับคลองผดุงกรุงเกษมและสร้างผ่านที่ดินเชื่อมต่อกับถนนเจริญกรุง คือ วัดหัวลำโพงไปตกท่าน้ำ คือ ท่าน้ำสี่พระยา พระยาทั้ง 4 คนได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "ถนนสี่พระยา" เมื่อ พ.ศ. 2449 ตามที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ กรมพระสมมตอมรพันธ์ ทรงกราบบังคมทูลถวายความเห็น แต่มีพระราชกระแสว่า ถนนสี่พระยานี้เจ้าของมิได้ตัดเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่ทำเพื่อผลประโยชน์ โดยทรงเทียบว่าไม่เหมือนกับวัดสามพระยา แต่ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามดังกล่าว และเสด็จพระราชดำเนินเปิดถนนสี่พระยาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน

ถนนสี่พระยาเป็นถนนที่แยกออกจากตรอกกัปตันบุช (ซอยเจริญกรุง 30) ซึ่งอยู่ระหว่างตรอกฮ่องกงกับที่ทำการไปรษณีย์กลางบางรัก ไปจนถึงวัดหัวลำโพง พื้นที่บริเวณนี้ในอดีตเป็นแหล่งการค้าขายสำคัญที่ต่อเนื่องมาจากย่านเยาวราช, สำเพ็ง และตลาดน้อย ในเขตสัมพันธวงศ์ เป็นที่ตั้งของบริษัทห้างร้านใหญ่ ๆ หลายแห่ง เช่น ห้างเซ็นทรัลสาขาแรก (บริเวณปากตรอก), โรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ (โรงพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย), สถานทูตโปรตุเกส (สถานทูตแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร ตัวอาคารสถานทูตเป็นสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม), อาคารศุลกสถาน (โรงภาษีที่เก็บภาษีจากเรือสินค้าต่างชาติ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบปัลลาดีโอ), ที่ทำการหอการค้าไทย (แรกเริ่มก่อตั้ง คือ บริษัทเอ็กซอนโมบิล) เป็นต้น และยังมีบ้านเรือนของชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวตะวันตกอีกมากด้วย ปัจจุบันหลายหลังก็ยังปรากฏอยู่[1]

อ้างอิงแก้ไข

  1. อรณี แน่นหนา. นามนี้มีที่มา. กรุงเทพฯ : ประพันธ์สาส์น, 2545. 216 หน้า. หน้า 52–53. ISBN 9789742308483

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°43′52″N 100°31′17″E / 13.731094°N 100.521347°E / 13.731094; 100.521347