ด่านเบิ่ว (เวียดนาม: đàn bầu) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายของประเทศเวียดนามและถือเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน นอกจากนี้ด่านเบิ่วยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเป็นเครื่องดนตรีที่ชนิดเครื่องสายที่มีเพียงสายเดียวเท่านั้น สายจะถูกตรึงด้วยตะปูและผู้เล่นจะใช้มือหนึ่งข้างในการดีดเพื่อสร้างเสียง ฉะนั้นการเล่นด่านเบิ่วจึงถูกเล่นแบบโมโนคอร์ดหรือเล่นแบบคอร์ดเดียว โดยอาศัยความสามารถของผู้เล่นในการสร้างเสียงที่แตกต่างออกมาให้กลมกลืน ด่านเบิ่วจึงถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องอาศัยความชำนาญของผู้เล่นเป็นอย่างมาก

ด่านเบิ่ว
Vietnamese musical instrument Dan bau 2.jpg
ชายชาวเวียดนามกำลังเล่นด่านเบิ่ว

ประวัติแก้ไข

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาด่านเบิ่วนั้น พบว่ามีการจดบันทึกและกล่าวถึงไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1770 เป็นต้นมา แต่อย่างไรก็ตาม นักวิชาการหลายคนเชื่อและสันนิษฐานไว้ว่าด่านเบิ่วมีความเก่าแก่มากกว่านั้น โดยอาจมีอายุมากกว่าหนึ่งพันปีหรือมากกว่านั้นเลยทีเดียว

ตำนานของด่านเบิ่วมักมีการเล่าขานกันว่า มีต้นกำเนิดมาจากหญิงตาบอดคนหนึ่งที่เล่นเครื่องดนตรีชิ้นนี้เพื่อยังชีพแก่ครอบครัวของนางในช่วงที่สามีต้องไปออกศึกสงคราม และไม่ว่าตำนานดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ก็มีหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่าด่านเบิ่วมีที่มาจากนักดนตรีตาบอด จนกระทั่งในเวลาปัจจุบัน ด่านเบิ่วได้ถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญของดนตรีพื้นบ้านเวียดนามเลยทีเดียว และด้วยการเล่นที่ต้องอาศัยความชำนาญนี้เอง ทำให้จำนวนคนที่สามารถเล่นด่านเบิ่วได้ทั้งหมดมีจำนวนไม่มากนัก แต่ด่านเบิ่วก็ยังถือว่าเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมเล่นกันในประเทศเวียดนาม ในบางครั้งก็ถูกนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกับการแสดงต่างๆ เช่น การขับบทกลอน เป็นต้น ในยุคสมัยใหม่ด่านเบิ่วได้ถูกปรับปรุงให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยมีการนำมาเล่นร่วมกับดนตรีร่วมสมัยอย่าง ดนตรีป็อปของเอเชียและดนตรีร็อกอีกด้วย

ลักษณะแก้ไข

ในสมัยโบราณ ด่านเบิ่วหนึ่งชิ้นจะประกอบด้วยส่วนประกอบทั้งหมด 4 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ กระบอกไม้ไผ่อันเล็ก ๆ (เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 มิลลิเมตร) หนึ่งอัน, กะลามะพร้าวผ่าครึ่งหนึ่งอัน, แผ่นไม้ขนาดสี่เหลี่ยม (ยาวประมาณ 100-120 เซนติเมตร กว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร) และสายเอ็นหนึ่งเส้น โดยแผ่นไม้และกระบอกไม้ไผ่จะถูกยึดติดกันเป็นมุมฉาก สายเอ็นนั้นจะถูกขึงไว้กับกระบอกไม้ไผ่และยึดไว้กับปลายของแผ่นไม้ ส่วนกะลามะพร้าวจะถูกทำให้ยึดติดกับแท่งไม้อ่อนเพื่อเป็นการสะท้อนให้เสียงก้องกังวานขึ้น

โครงสร้างโดยคร่าวแก้ไข

ในปัจจุบันนี้แผ่นไม้ถูกปรับเปลี่ยนให้มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น โดยมีส่วนประกอบสองส่วนด้วยกันคือแผ่นไม้อ่อนและแผ่นไม้แข็ง ซึ่งประกอบด้วยไม้แข็งในส่วนของด้านข้าง และไม้อ่อนในส่วนของตรงกลาง นอกจากนี้สายของด่านเบิ่วในปัจจุบันได้มีการใช้สายเช่นเดียวกับกีตาร์ไฟฟ้าแทนสายเอ็นแบบดั้งเดิม และกะลามะพร้าว ได้มีการใช้ไม้ที่ออกแบบเป็นรูปร่างต่าง ๆ เช่น เขาควาย ปากน้ำเต้า แทนกะลาผ่าครึ่ง แต่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเพราะใช้เพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น ส่วนกระบอกไม้ไผ่อันเล็กได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีรูปทรงที่สวยงามขึ้น คือมีสีดำบ้างน้ำตาลบ้าง มีปลายหางที่โค้งงอสวยงาม และสามารถจับโยกเพื่อปรับความหย่อนตึงของสายได้

การเล่นแก้ไข

หากมองเพียงผิวเผินการเล่นด่านเบิ่วอาจดูง่ายดายเนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีที่มีเพียงสายเส้นเดียว แต่ที่จริงแล้ว การเล่นด่านเบิ่วต้องอาศัยทั้งความละเอียดและความชำนาญของผู้เล่นเป็นอย่างมากจึงจะได้เสียงที่ไพเราะออกมา ในการเล่นด่านเบิ่ว ผู้เล่นจะใช้มือซ้ายจับแท่งไม้ที่ทำจากไม้ไผ่กระบอกเล็กเป็นคันโยกเพื่อปรับความหย่อนตึงของสาย ส่วนมือขวาจะใช้ดีดสาย โดนนิ้วชี้และนิ้วโป้งจับตัวดีดที่คล้ายแผ่นดีดสายของกีตาร์ในการดีดให้เกิดเสียง ด้วยสาเหตุที่มีเพียงสายเดียวแต่สามารถทำเสียงได้หลายเสียง หลายตัวโน้ต ทำให้ต้องอาศัยความชำนาญของผู้เล่นในการลงน้ำหนักทั้งดีดสาย ดึงสายและหย่อนสาย เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก