ซากากิ (ญี่ปุ่น: โรมาจิSakaki) เป็นบทที่ 10 ของตำนานเก็นจิ ผลงานของ มุระซะกิ ชิคิบุ จากทั้งหมด 54 บท

กิ่งซะคะกิ
ดอกซะคะกิ
ศาลเจ้าโนะโนะมิยะ ใน ซะงะโนะ เกียวโต


ที่มาของชื่อบท ซะคะกิแก้ไข

ซะคะกิ (sakaki) มีชื่อทางพันธุศาสตร์ว่า Cleyera japonica เป็นไม้ ใบกว้าง สีเขียวเป็นมัน เขียวตลอดปี ขยายพันธุ์ในที่ๆมีอากาศอบอุ่น พบที่ญี่ปุ่น เกาหลี และจีนแผ่นดินใหญ่ มีดอกสีขาวนวล กลิ่นหอม เจริญเติบโตเป็นผลสีแดงและจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่จัด ต้นมีทั้งสูงได้ถึง 10 เมตร และเป็นพุ่ม ญี่ปุ่นถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ใช้กิ่งและใบใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และใช้เป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าในลัทธิชินโต

ในตำนานเก็นจิ บท ซะคะกิ ฉากที่น่าจดจำเกี่ยวกับกิ่งซะคะกิคือ ตอนที่เก็นจิเดินทางไปหาอดีตพระชายาโระคุโจ ซึ่งติดตามบุตรี อะกิโคะโนะมุ ผู้ได้รับเลือกให้เป็น ไซกู และไปพำนักที่ศาลเจ้าโนะโนะมิยะ กลางทุ่งซะงะโนะ ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี ก่อนเดินทางไปศาลเจ้าใหญ่ที่เมืองอิเสะ เมื่อเก็นจิได้พบอดีตพระชายาแห่งโระคุโจผ่านมู่ลี่ไม้ไผ่ เขายื่นกิ่งซะคะกิ ลอดใต้มู่ลี่ส่งให้นางพลางกล่าวว่า


「 変らぬ色をしるべにてこそ、 斎垣も越えはべりにけれ。さも心憂く」


ด้วยใจที่ยังไม่เปลี่ยนแปร เหมือนซะคะกิ ที่ไม่เคยเปลี่ยนสี นำเราข้ามผ่านเขตรั้วอันศักดิ์สิทธิ์มาหา แต่ท่านช่างใจร้ายไม่ยอมพบหน้าเรา


นางตัดพ้อเขาเป็นร้อยกรอง ว่า


「神垣は しるしの杉もなきものを   いかにまがへて折れる榊ぞ」[1]


"Kami-gaki ha shirushi no sugi mo naki mono wo  ika ni magahe te wore ru sakaki zo"


เขตแดนศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ หาได้มีสตรีที่ท่านมอบใจ ไฉนส่งกิ่งซะคะกิให้ อนงค์นางไร้เยื่อใยไม่ปรารถนารับมาชม


และกิ่งซะคะกินี้เอง กลายเป็นที่มาของชื่อบท ซะคะกิ

ศาลเจ้าโนะโนะมิยะแก้ไข

ศาลเจ้าโนะโนะมิยะ หรือ โนะโนะมิยะจินจะ ( 野宮神社 Nonomiyajinja ) ตั้งอยู่ในซะงะโนะ ซึ่งอยู่ในเขตอุเคียวคุหรือด้านตะวันตกของเกียวโต ( 京都市右京区) เป็นศาลเจ้าลัทธิชินโต บูชา เทวี อะมะเทะระสุโอมิคะมิ (天照皇大神) เทวีแห่งดวงอาทิตย์ เป็นศาลเจ้าที่ ไซกู ต้องมาพำนักเตรียมตัว ก่อนจะเดินทางไปรับหน้าที่หญิงพรมจาริณีศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าใหญ่แห่งเมืองอิเสะ เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนจักรพรรดิทุกครั้ง ต้องเปลี่ยนคนที่จะมาดำรงตำแหน่ง ไซกู ด้วยทุกครั้งเช่นกัน ไซกู นั้น จะได้รับการเลือกสรรจากพระราชธิดา หรือ องค์หญิง ที่ยังไม่ได้อภิเษก และเมื่อได้รับเลือก ก่อนที่จะเดินทางไปอิเสะ ต้องพำนักที่ศาลเจ้าโนะโนะมิยะเป็นเวลา 1 ปี เพื่อทำพิธีชำระปัดเป่าให้บริสุทธิ์ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปรับหน้าที่ ณ ศาลเจ้าใหญ่เมืองอิเสะ และจะกลับเมืองหลวงไม่ได้ จนกว่าจะมีการผลัดแผ่นดินใหม่[2]

ศาลเจ้าโนะโนะมิยะ ในสมัยโบราณ จะไม่ตั้งเป็นศาลถาวร แต่จะสร้างใหม่ทุกๆครั้งที่จะมี ไซกู คนใหม่มาพำนัก ปัจจุบันได้รับการสร้างเป็นศาลเจ้าถาวรแล้ว สิ่งที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของศาลนี้คือ โทริอิไม้สีดำทั้งเปลือก ไม่ตบแต่ง ขัดเกลา ทาสี หรือเคลือบเงา อีกทั้งในปัจจุบันยังมีการจำลองขบวนแห่ไซกู ในเดือนตุลาคมของทุกๆปีอีกด้วย[3]

ซะคะกิ ฉบับ ละครโนห์แก้ไข

ตำนานเก็นจิ บท ซะคะกิ นี้ ได้รับการดัดแปลงเป็นละครโนห์ ( Noh ) โดยใช้ชื่อว่า โนะโนะมิยะ ( Nonomiya ) หรือ ศาลเจ้าแห่งทุ่งซะงะโนะ (The Shrine in the Fields ) ที่แต่งขึ้นโดย เซะอะมิ ( Zeami ) นักแสดงและผู้ประพันธ์บทละครโนห์ ผู้มีชีวิตในช่วงปี ค.ศ. 1363 - 1443[4] ปัจจุบันแสดงอย่างแพร่หลายโดยสำนักโนห์ทุกคณะ

ตัวละครหลักในบทแก้ไข

  • เก็นจิ  : ยศ อุไดโช อายุ 23 ถึง 25
  • อดีตพระชายาแห่งโระคุโจ ( โระคุโจโนะมิยะสุโดะโคะโระ )  : อายุ 30 ถึง 32
  • อะกิโคะโนะมุ  : ตำแหน่ง ไซกู ( องค์หญิงผู้ดำรงค์ตำแหน่งหญิงพรมจาริณีศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลเจ้าใหญ่เมืองอิเสะ ) บุตรีของอดีตพระชายาโระคุโจ อายุ 14 ถึง16
  • คิริสึโบะอิน  : จักรพรรดิผู้สละราชย์ พระราชบิดาของเก็น สวรรคตเมื่อเก็นจิอายุได้ 23 ปี
  • ฟุจิตสึโบะ  : อดีตจักรพรรดินี อายุ 28 ถึง 30
  • องค์รัชทายาท  : โอรสของฟุจิตสึโบะ ( บุตรชายลับๆของเก็นจิ ) อายุ 5 ถึง 7 ปี
  • จักรพรรดิสุซะคุ  : จักรพรรดิรัชกาลปัจจุบัน พระโอรสของคิริสึโบะอิน และยังเป็นพี่ชายต่างมารดาของเก็นจิ
  • พระราชชนนี  : พระชายาโคกิเด็ง บุตรีของอุไดจิน
  • อุไดจิน  : เสนาบดีฝ่ายขวา ตาของจักรพรรดิสุซะคุ บิดาของพระราชชนนีโคกิเด็ง และ โอะโบะโระซึกิโยะ
  • เฮียวบุเคียวโนะมิยะ  : องค์ชายเจ้ากรมกลาโหม บิดาของมุระซะกิ อายุ 38 ถึง 40
  • โอเมียวบุ  : นางกำนัลของฟุจิทสึโบะ
  • โอะโบะโระซึกิโยะ  : ธิดาคนที่ 6 ของอุไดจิน นางในราชสำนักตำแหน่งไนชิโนะคะมิ (นางสนองพระโอษฐ ) อีกนัยหนึ่งคือพระสนมของ จักรพรรดิสุซะคุ
  • สะไดจิน  : เสนาบดีฝ่ายซ้าย ลาออกจากตำแหน่งเมื่ออายุ 59 ขณะที่เก็นจิอายุ 25
  • มุระซะกิ  : ภรรยาของเก็นจิ พำนักที่ปีกซ้ายของคฤหาสน์บนถนนนิโจ อายุ 15 ถึง 17
  • โชนะกอน  : พี่เลี้ยงของมุระซะกิ
  • อะสะงะโอะ  : ธิดาของโมะโมะโซโนะชิคิบุเคียวโนะมิยะ ( องค์ชายแห่งตำหนักโมะโมะโซะโนะ เจ้ากรมราชพิธี ) ได้รับตำแหน่ง ไซอิน ( หญิงสูงศักดิ์ผู้ดำรงค์ตำแหน่งหญิงพรมจาริณีศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลเจ้าคะโมะ ) แทนพระธิดาของคิริสึโบะอิน ที่ต้องออกจากตำแหน่งเพราะพระราชบิดาสวรรคต
  • จูโจ  : นางกำนัลรับใช้ท่านหญิงอะสะงะโอะ
  • จูนะกอน  : นางกำนัลรับใช้ท่านหญิงโอะโบะโระซึกิโยะ
  • ฟุจิวะระ โนะ โชโช  : น้องชายของพระชายาตำหนักโชเคียว ( โชเคียวเด็ง )
  • เบ็น  : นางกำนัลรับใช้ ฟุจิตสึโบะ
  • โทโนะจูโจ  : สหายสนิทและพี่ชายภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเก็นจิ
  • โคไบ  : บุตรชายคนรองของโทโนะจูโจ อายุ 8 หรือ 9 ปี ขณะที่เก็นจิอายุ 25

เรื่องย่อแก้ไข

ตั้งแต่อะโอะอิตายไป เก็นจิไม่ไปพบอดีตพระชายาแห่งโระคุโจอีกเลย นางจึงตัดสินใจจะตามบุตรีไปอิเสะ ต้นเดือนกันยายน วันเดินทางออกจากเมืองหลวงของนางใกล้เข้ามา เก็นจิจึงไปหานางที่ศาลเจ้าชั่วคราวในซะงะโนะ ดอกไม้ในฤดูใบไม้ร่วงต่างโรยราสิ้น เสียงแมลงหรีดหริ่งระงม สายลมพัดผ่านทิวสนแสนเปล่าเปลี่ยว รั้วที่ลอมตัวศาลเจ้านั้นข่มให้ โทริอิไม้สีดำ ดูเด่นเป็นสง่า เก็นจิพยายามขอพบอดีตพระชายาแต่นางปฏิเสธ เข้าเกลี้ยกล่อมจนสามารถเข้าพบนางผ่านม่านมู่ลี่ไม้ไผ่บัง แล้วยื่นกิ่งซะคะกิลอดใต้ม่านส่งให้นาง พลางกล่าวว่า

ด้วยใจที่ยังไม่เปลี่ยนแปร เหมือนซะคะกิ ที่ไม่เคยเปลี่ยนสี นำเราข้ามผ่านเขตรั้วอันศักดิ์สิทธิ์มาหา แต่ท่านช่างใจร้ายไม่ยอมพบหน้าเรา

หลังจากนั้นทั้งสองพูดคุยปรับความเข้าใจกันตลอดทั้งคืน ความขมขื่นของอดีตพระชายาค่อยเบาบางจางลง

กลางเดือนกันยายน อดีตพระชายาแห่งโระคุโจติดตามบุตรีเดินทางสู่อิเสะ ชีวิตของอดีตพระชายานั้น เมื่อยามรุ่นสาว นางได้รับการคาดหมายว่า จะขึ้นเป็นจักรพรรดินี เพราะนางเป็นชายาเอกของเองค์รัชทายาทเมื่ออายุ 16 ทว่าเมื่ออายุ 20 ปี องค์รัชทายาทก็มาด่วนสิ้น และขณะนี้ ยามอายุได้ 30 จำต้องจากเมืองหลวงไปสู่ดินแดนอิเสะที่ห่างไกล ทุกนาทีช่างเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ


เมื่อขบวนของนางเดินทางผ่านหน้าคฤหาสน์ของเก็นจิ เขาส่งโคลงกลอนเหน็บมากับกิ่งซะคะกิ แล้วเก็บตัวอยู่ลำพัง จมอยู่ในห้วงคำนึงอันแสนเศร้า

คิริสึโบะอินประชวรหนัก หลังจากฝากคำสั่งเสียกับพระโอรสน้อยแล้ว พระองค์ทรงเรียกเก็นจิเข้าเฝ้า ฝากให้เก็นจิดูแลปกป้องพระโอรสน้อยให้ดี พระองค์มอบวังที่ประทับให้เป็นสมบัติขององค์รัชทายาทน้อย จากนั้นพระองค์ก็สูสวรรคาลัยอย่างสงบในต้นเดือนพฤศจิกายน ยังความโศกเศร้าเสียใจใหญ่หลวงแก่ฟุจิตสึโบะและเก็นจิเหนือกว่าผู้ใด พระชายาทั้งหลายต่างมารวมกันที่ตำหนักที่ประทับ ประกอบพิธีทำบุญ 49 วัน

หลังการสิ้นพระชนม์ ฟุจิตสึโบะออกจากวังกลับไปอยู่ตำหนักเดิมของนางแถบซันโจ นางทำบุญ และฝักใฝ่ในศาสนาเพื่อหวังจะหลีกเลี่ยงจากความเสน่หาของเก็นจิ และระมัดระวังตัวที่จะไม่พบกับเขา แต่ทว่าเก็นจิก็หาหนทางพบนางตามลำพังจนได้ นางสงบไปด้วยความเจ็บปวด เก็นจิอยูที่นั่นจนรุ่งสาง โดยโอเมียวบุ และ เบ็น ซ่อนเขาไว้ในตู้เก็บเสื้อผ้า แลทั้งสองก็เฝ้าดูแลฟุจิตสึโบะ เฮียวบุเคียวโนะมิยะ พี่ชายของนางมาเยี่ยมอาการป่วยและส่งคนไปเรียกพระมาปัดรังควานเป็นการด่วน

เก็นจิทุกข์ใจจากการหลบหน้าของฟุจิตสึโบะ เขาไปวัดอุรินอิน ที่พี่ชายของมารดาบวชอยู่ หลเก็บตัวอยู่ในกุฏิของพระ 2-3วัน สนทนาธรรมกับพระหลายรูป สีสันของใบไม้ร่วงงดงามยิ่ง เขาตั้งใจศึกษาพระธรรม เมื่อเขากลับเข้าเมืองหลวง ผู้คนต่างๆ แม้สามัญชนต่างคอยเพื่อมาชมบารมี


ฟุจิตสึโบะทำบุญใหญ่ครบรอบวันสวรรคตของคิริสึโบะอินในเดือนพฤศจิกายน ทำพิธีสวดพำเบ็ญกุศลใหญ่ วันแรกอุทิศให้พระราชบิดา วันที่สองอุทิศให้พระราชมารดา วันที่สามอุทิศให้พระสวามีผู้ล่วงลับ ดฮียวบุเคียวโนะมิยะ และ เก็นจิถวายเครื่องบูขาสงฆ์ วันสุดท้าย ฟุจิตสึโบะประกาศว่า นางจะออกบวชเป็นชี อย่างกะทันหัน ท่ามกลางความตกตะลึงและเสียใจของทุกคน

อิทธพลของพระชนนีโคกิเด็งยิ่งกล้าแข็งขึ้นทุกวัน สะไดจินประท้วงด้วยการลาออกจากตำแหน่ง สถานภาพทั้งเก็นจิและโทโนะจูโจเริ่มสั่นคลอน พวกเขาจึงไม่ใคร่จะเข้าวัง ต่างพากันบรรเลงสังคีต แต่งโคลงกลอน วันหนึ่งในคิมหันตฤดูที่ฝนพร่างลงบางเบา โทโนะจูโจนำกรุกวีจีนออกมาให้เก็นจิอ่าน ทั้งคู่เชิญนักปราชญ์ราชบัณฑิตมาเล่นทายบทกวีกัน


โอะโบะโระซึกิโยะ ออกจากวังไปพักที่บ้านบิดานางเป็นครั้งคราว เก็นจิมักจะลอบพบและมีความสัมพันธ์กับนางอยู่เนืองๆ ในคืนพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่าอย่างน่ากลัว อุไดจิน ไปหาโอะโบะโระซึกิโยะที่ห้องอย่างกะทันหันด้วยความเป็นห่วงบุตรี โอะโบะโระซึกิโยะรีบร้อนออกจากม่านกั้นมาพบบิดาด้วยความตื่นตระหนกสีหน้าแดงซ่าน อุไดจินฉงนใจเมื่อเห็นผ้าผูกเอวของผู้ชาย (เก็นจิ) พันอยู่กับชายผ้าของนาง จากนั้นเขาค้นจนเจอสาส์นรักที่เก็นจิเขียน อุไดจินโมโหมาก จึงไปร้องเรียนต่อบุตรีของเขา พระราชชนนีโคกิเด็ง จนเป็นเรื่องอื้อฉาวไปทั่ว[5]

ศึกษาเพิ่มเติมแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข