เปิดเมนูหลัก

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือชื่อที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า ชูวิทย์ กุ่ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคเพื่อไทย เจ้าของธุรกิจสวนเสือตระการ[1] ประธานสโมสรฟุตบอลอุบล ไทเกอร์ และเขาเป็นแกนนำกลุ่มชักธงรบของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ในจังหวัดอุดรธานี

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 11 ธันวาคม พ.ศ. 2505 (56 ปี)
อุบลราชธานี ประเทศไทย
พรรคการเมือง เพื่อไทย
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2505 บิดาชื่อ นายคิมหมง แซ่เต็ง ส่วนมารดาชื่อ นางเสี่ยมเค็ง แซ่เต็ง จบการศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร ระดับชั้นประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ จากวิทยาลัยครูอุบลราชธานี ระดับปริญญาตรี และปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

การทำงานแก้ไข

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เรื่อยมากระทั่งในปี พ.ศ. 2538 จึงได้หันเข้ามาสู่งานการเมืองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคความหวังใหม่ และในปี พ.ศ. 2544 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย (ตามลำดับ)

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่ง ได้แก่ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (เสนาะ เทียนทอง) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ชูชีพ หาญสวัสดิ์) รองประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ทำหน้าที่เลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์) และในปี พ.ศ. 2545 เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์)

ต่อมาชูวิทย์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินออกหมายเรียกเนื่องจากอาจมีส่วนรู้เห็นกับการเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากเป็นแกนนำของกลุ่มร่วมกับสุพล ฟองงาม แต่ท้ายที่สุดก็ได้มีการตัดสินคดีลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย[2] โดยมิได้เกี่ยวข้องกับเขาแต่อย่างใด

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข