ฉันทันตหัตถี ช้างตระกูลพรหมพงศ์ ประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ประดับพระเมรุมาศในหลวงรัชกาลที่ ๙

ฉัททันตหัตถี เป็นสัตว์หิมพานต์ตระกูลช้าง ลักษณะภายนอกเป็นช้างที่มีกายสีขาวเหมือนสีเงิน มีงาขาวสว่างเหมือนสีทอง มีหาง เท้า และสันหลังสีแดง [1] ฉัททันตหัตถี คือหนึ่งในประติมากรรมของสัตว์หิมพานต์ที่สร้างขึ้นมาพื่อประดับตกแต่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตระกูลแก้ไข

ฉัททันตหัตถีเป็นหนึ่งในช้างตระกูลพรหมพงศ์ 10 หมู่ ที่พระพรหมได้สร้างขึ้น ประกอบด้วย ฉัททันตหัตถี อุโบสถหัตถี เหมหัตถี มงคลหัตถี คันธหัตถี ปิงคัลหัตถี ดามพหัตถี บัณฑรหัตถี คังไคยหัตถี และกาลวกหัตถี [2]

ข้อมูลจากพระไตรปิฎกแก้ไข

ฉัททันต์ คำนี้มีคำแปลตามรากศัพท์ว่า ฟันทั้ง๖ ตระกูลฉัททันต์จึงเป็นช้างที่มีทั้งสิ้น ๖ งา จากมิลินทปัญหา ระบุว่า มีการกล่าวถึงพญาช้างโพธิสัตว์ทั้งสิ้น ๓ พระชาติ อันปรากฏอย่ในหมวดชาดกหลักๆ ๓ เรื่อง ได้แก่ สีลวนาคชาดก กาสาวชาดก ฉัททันตชาดก และยังปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกหมวดอื่นๆอีกประปราย

พญาช้างฉัททันต์ ประกอบด้วยลักษณะต่างๆ ได้แก่ สีกายเผือกผ่องดั่งเงินยวง ปากมีสีแดงเหมือนผ้ากัมพล เท้าทั้ง ๔ มีสีแดงดุจน้ำครั่ง นัยน์ตาทั้งคู่ดุจแก้วมณี พญาช้างฉัททันต์มีส่วนสูง ๘๘ ศอก ยาว ๑๒๐ ศอก งวงมีลักษณะคล้ายกับพวงเงินยาวได้ ๕๘ ศอก ส่วนงานั้นวัดโดยรอบได้ ๑๕ ศอก ส่วนยาว ๓๐ ศอก มีทั้งสิ้น ๖ งา งาทั้งหมดส่องรัศมีดุจสีทอง(สุวณฺณราชีหิ)

ลักษณะพิเศษแก้ไข

ฉัททันตหัตถีถือเป็นพญาช้าง เพราะมีกำลังสูงสุดเหาะไปในอากาศได้รวดเร็วมาก[3] โดยเดินทางรอบจักรวาล ออกจากพระราชวังแต่เวลาพอรุ่ง พอพระอาทิตย์ขึ้นก็กลับมาถึงวัง

อ้างอิงแก้ไข

อรรถกถา ฉัททันตชาดก

อรรถกถา สีลวนาคชาดก

อรรถกถา กาสาวชาดก

มิลืนทปัญหา ฉัททันตโชติปาลอารัพภปัญหา ที่ ๕