ฉบับร่าง:สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
ภาพรวมหน่วยงาน
ก่อตั้ง28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 (3 ปี)
สำนักงานใหญ่120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 7 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
ฝ่ายบริหารหน่วยงาน
  • นาวาอากาศตรี อมร ชมเชย, เลขาธิการ
  • พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์, รองเลขาธิการ
เว็บไซต์www.ncsa.or.th

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (ย่อว่า สกมช.; อังกฤษ: National Cyber Security Agency, NCSA) เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น มีหน้าที่เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงภัยคุกคามทางไซเบอร์อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

ประวัติแก้ไข

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ตาม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มีพลโทปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เป็นเลขาธิการ สมช. คนแรก[1] โดยกำหนดให้มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) และคณะกรรมการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.)

อำนาจหน้าที่แก้ไข

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 22 ให้สำนักงานรับผิดชอบงานธุรการ งานวิชาการ งานการประชุม และงานเลขานุการของคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และคณะกรรมการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และให้มีหน้าที่อำนาจดังต่อไปนี้

  1. เสนอแนะและสนับสนุนในการจัดทำนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแผนปฏิบัติการเพื่อการรกัษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามมาตรา 9 ต่อ กมช.
  2. จัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง (4) เสนอต่อ กกม. เพื่อให้ความเห็นชอ
  3. ประสานงานการดาเนินการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศตามมาตรา 53 และมาตรา 54
  4. ประสานงานและให้ความร่วมมือในการตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ในประเทศและต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์และกาหนดมาตรการท่ีใช้แก้ปัญหาเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  5. ดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการตอบสนองและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ตามท่ีได้รับมอบหมายจาก กมช.
  6. เฝ้าระวังความเสี่ยงในการเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ติดตาม วิเคราะห์และประมวลผล ข้อมูลเก่ียวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์
  7. ปฏิบัติการ ประสานงาน สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน การปฏิบัติตามนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แผนปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือตามคำสั่งของ กมช.
  8. ดำเนินการและให้ความร่วมมือหรือช่วยเหลือในการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยง จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบหรือเกิดแก่โครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศ
  9. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการสร้าง ความตระหนักด้านสถานการณ์เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ร่วมกันเพื่อให้มีการดาเนินการเชิงปฏิบัติการ ท่ีมีลักษณะบูรณาการและเป็นปัจจุบัน
  10. เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของประเทศ รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับความเสี่ยงและเหตุการณ์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชน
  11. เป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเกี่ยวกับการรกัษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชน ท้ังในประเทศและต่างประเทศ
  12. ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานท้ังในประเทศและต่างประเทศในกิจการ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก กมช.
  13. ศึกษาและวิจัยข้อมูลที่จำเป็นสาหรับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเก่ียวกับมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งดำเนินการอบรมและฝึกซ้อมการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานที่เก่ียวข้องเป็นประจำ
  14. ส่งเสริม สนับสนุน และดาเนินการในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนดำเนินการฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าท่ีเก่ียวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  15. รายงานความคืบหน้าและสถานการณ์เก่ียวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรค เสนอต่อ กมช. เพื่อพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ ตามระยะเวลาท่ี กมช. กำหนด
  16. ปฏิบัติงานอื่นใดอันเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศตามที่ กมช. หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ทำเนียบผู้บริหารแก้ไข

รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1. นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563
2. พลเอก ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 - 30 กันยายน พ.ศ. 2565
3. นาวาอากาศตรี อมร ชมเชย 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 - ปัจจุบัน

คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.)แก้ไข

ตามมาตรา 5 กำหนดให้มี คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกย่อว่า กมช. ประกอบด้วย

  1. นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
  2. กรรมการโดยตำแหน่ง
    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    • ปลัดกระทรวงการคลัง
    • ปลักกระทรวงยุติธรรม
    • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
    • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ[2]
    • นายปริญญา หอมเอนก
    • พลเอก มโน นุชเกษม
    • พันตำรวจเอก ญาณพล ยั่งยืน
    • นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ
    • นายวิเชฐ ตันติวานิช
    • นายแพทย์บดินทร์ ทรัพย์สมบูรณ์
    • รองศาสตราจารย์ปณิธาน วัฒนายากร
  4. เลขาธิการ กมช. เป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยให้มีหน้าที่และอำนาจกำหนดไว้ในมาตรา 9

คณะกรรมการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.)แก้ไข

ตามมาตรา 12 กำหนดให้มี คณะกรรมการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกย่อว่า กกม.ประกอบด้วย

  1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน
  2. กรรมการโดยตำแหน่ง
    • ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
    • ปลัดกระทรวงคมนาคม
    • ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    • ปลัดกระทรวงพลังงาน
    • ปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
    • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
    • ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
    • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
    • ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
    • ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
    • เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    • เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
  3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ[3]
    • พลตรี ปนิวัธน์ ทรัพย์รุ่งเรือง
    • นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์
    • นายรอม หิรัญพฤกษ์
    • พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์
  4. เลขาธิการ กมช. เป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยให้มีหน้าที่และอำนาจกำหนดไว้ในมาตรา 13

คณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กบส.)แก้ไข

ตามมาตรา 25 กำหนดให้มี คณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกย่อว่า กบส. ประกอบด้วย

  1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน
  2. กรรมการโดยตำแหน่ง
    • ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
    • อธิบดีกรมบัญชีกลาง
    • เลขาธิการ ก.พ.
    • เลขาธิการ ก.พ.ร.
  3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ[3]
    • นายชัยชนะ มิตรพันธ์
    • รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์ สงวนพงษ์
    • รองศาสตราจารย์เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์
    • พลเอก ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ
    • นางแก้วใจ นาคสกุล
  4. เลขาธิการ กมช. เป็นกรรมการและเลขานุการ

โดยให้มีหน้าที่และอำนาจกำหนดไว้ในมาตรา 27

อ้างอิงแก้ไข

  1. เปิดตัวสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
  2. https://ratchakitcha.soc.go.th/pdfdownload/?id=17114808
  3. 3.0 3.1 "สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ". www.ncsa.or.th.