ฉบับร่าง:วรยศ ศุขสายชล

วรยศ ศุขสายชล
เกิด31 ธันวาคม พ.ศ. 2488 (75 ปี)
บ้านคลองบางขุนศรี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
อาชีพนักดนตรี ครูดนตรี นักประพันธ์เพลง
ผลงานเด่น
ทฤษฎีเสียงเครื่องสายไทย (17 เสียง) เพลงตะเลงรัญจวน เถา
คู่สมรสกิตติมา ศุขสายชล
บิดามารดาเขียน ศุขสายชล
สะสม ศุขสายชล
รางวัลการประกวดเครื่องสายไทย ระดับประชาชน กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2530

วรยศ ศุขสายชล (เกิด 31 ธันวาคม พ.ศ. 2488) หรือชื่อที่เป็นที่รู้จักในวงการดนตรีไทยว่า "ครูวรยศ"[1][2] เป็นนักดนตรี นักประพันธ์เพลง ศิลปิน ชาวไทยผู้มีความสามารถในการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายไทย ในแนวทางการแสดงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ใช้สำหรับการบรรเลงร่วมกับวงดนตรีไทยทั้งแนวอนุรักษ์และร่วมสมัย[3] วรยศประพันธ์เพลงดนตรีไทยสำหรับการแสดงเดี่ยวและการบรรเลงรวมวงดนตรีไทย และค้นคว้าพัฒนาระบบทฤษฎีเสียงเครื่องสายไทย[4] วรยศได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นแบบการถ่ายทอดบทเพลงของศิลปินกรมศิลปากร[5] ร่วมแสดงผลงานดนตรีไทยระดับชาติ[6] มีผลงานการบันทึกเสียงเพลงไทยแนวอนุรักษ์และร่วมสมัยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติแก้ไข

วัยเด็กแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล เกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2488 มีชื่อเดิมว่า จงกล เป็นบุตรลำดับที่ 7 ของ เขียน ศุขสายชล กับ สะสม ศุขสายชล โดยมีพี่น้องจำนวน 7 คน คือ ประสงค์ ไพเราะ ลิขิต อารีย์ พินิจ ชาญ และ ไพลิน ครอบครัวของวรยศ เป็นตระกูลนักดนตรีในย่านคลองบางขุนศรี เขตธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร [7] [8]

การศึกษาแก้ไข

วรยศ ศุขสายชลเริ่มเข้าศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดบางเสาธง จากนั้นศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดปราสาท สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ด้านดนตรี เริ่มเรียนฆ้องวงใหญ่กับบิดา เขียน ศุขสายชล ซึ่งเป็นทหารในสังกัดกองดุริยางค์ทหารเรือ และเป็นศิษย์คนหนึ่งของจางวางทั่ว พาทยโกศล เมื่ออายุประมาณ 12 - 13 ปี จากนั้นฝึกหัดเครื่องดนตรีอื่นในวงปี่พาทย์ จนสามารถบรรเลงออกงานกับคณะปี่พาทย์ของครอบครัวได้ ขณะเดียวกันได้ฝึกหัดขลุ่ยและขิมกับบิดา และฝึกหัดขับร้องกับมารดา จนเมื่ออายุ 17 ปี ได้เริ่มฝึกหัดซอด้วงกับบิดาอย่างจริงจัง เพราะมีความชื่นชอบซอด้วงเป็นพิเศษ เมื่อบิดาเห็นว่ามีความสามารถ จึงพาไปฝากเป็นศิษย์กับ จิตร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ครูเครื่องสาย ต่อมาบิดาได้พาไปฝากเป็นศิษย์ หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) อดีตข้าราชการในสังกัดกรมพิณพาทย์หลวง และกรมศิลปากร โดยฝึกหัดตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง และได้ฝึกหัดทั้งซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ครบทั้ง 3 ซอ ภายหลังได้เรียนเพลงชุดเครื่องสายปี่ชวาจาก เทียบ คงลายทอง ข้าราชการแผนกดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร และได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการประยุกต์ทำนองปี่สำหรับปรับใช้กับซออีกด้วย[5] [2]

ประสบการณ์ทางดนตรีแก้ไข

ผลงานทางวิชาชีพแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล เริ่มเข้ารับราชการที่กองดุริยางค์ทหารเรือ เมื่อ พ.ศ. 2507 ในตำแหน่งกำลังพลนักดนตรี (ซอด้วง) และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการเครื่องสายไทยอย่างเต็มตัวเมื่ออายุ 18 ปี โดยได้เข้าร่วมการประกวดเดี่ยวซอด้วง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม เมื่อ พ.ศ. 2509 ได้รับรางวัลชนะเลิศ จนถึง พ.ศ. 2517 ได้ลาออกจากราชการในชั้นยศจ่าเอกมาบรรจุเป็นพนักงานประจำวงดนตรีไทยโรงงานสุราบางยี่ขันจนถึง พ.ศ. 2528 และผันตัวมาเป็นนักดนตรีอิสระ พร้อมทั้งรับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนเครื่องสายไทยในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้แก่ วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา[9] วิทยาลัยครูสวนสุนันทา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[1]

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2530 ได้รวบรวมสมาชิกก่อตั้งคณะ "วัยหวาน" เข้าร่วมการประกวดวงเครื่องสายไทย ระดับประชาชน ในรายการประกวดเฉลิมพระเกียรติพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ จัดโดย กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศ[10]

วรยศ ศุขสายชล เคยได้รับเชิญจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมงานการแสดงดนตรีระดับชาติที่สำคัญ เช่น

ในด้านการอนุรักษ์เพลงไทย เคยมีผลงานการบันทึกเสียงร่วมกับคณะดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายคณะ เช่น "ดุริยประณีต" "ดุริยพันธุ์" "เสริมมิตรบรรเลง"[13] ฯลฯ รวมถึงมีผลงานการบันทึกเสียงออกอากาศทางสถานีวิทยุหลายแห่ง เช่น สถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ ฯลฯ ปรากฏผลงานการบันทึกเสียงในฐานข้อมูลห้องสมุดระดับชาติ เช่น หอสมุดดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ห้องสมุดดนตรีไทยสมเด็จพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล[14] ฯลฯ ในด้านดนตรีไทยร่วมสมัย เคยได้ร่วมงานบันทึกเสียงกับ บรูซ แกสตัส และ บุญยงค์ เกตุคง คณะ "ฟองน้ำ" และร่วมงานกับ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร คณะ "กังสดาล"[3]

นอกจากนี้ยังได้รับเชิญจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทย เช่น "การประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคงของชาติ ครั้งที่ 3" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี[15] การประกวดรายการ "ประชันลีลาบรรเลง เพลงคีตศิลป์" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฯลฯ และได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษแก่หน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ฯลฯ

ผลงานค้นคว้าทางวิชาการแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล มีงานค้นคว้าทางวิชาการที่สำคัญคือ ทฤษฎีเสียงเครื่องสายไทย โดยอธิบายระบบเสียงในดนตรีไทยผ่านการวิเคราะห์จากเสียงขับร้องและเสียงซอ ตั้งชื่อทฤษฎีดังกล่าวว่า "วรยศ" ตามชื่อผู้ค้นคว้า[4] โดยแบ่งระดับเสียงดนตรีไทยใน 1 ระยะคู่แปดออกเป็น 17 เสียงย่อย (Microtone)[4] นอกจากนี้ยังได้ทำการค้นคว้าพัฒนาต่อยอดขิมและซอ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านคุณภาพเสียงและวิธีการบรรเลง โดยปรับเปลี่ยนการใช้วัสดุและปรับขยายสัดส่วนเครื่องดนตรี เพื่อให้ได้ช่วงพิสัยเสียง (Pitch) ที่กว้างมากยิ่งขึ้น และคิดกลวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งการบรรเลงดนตรีไทยแนวอนุรักษ์และแนวร่วมสมัย

การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชนแก้ไข

การประพันธ์และเรียบเรียงเพลงแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล มีผลงานการประพันธ์เพลงจำนวน 5 เพลง ได้แก่ "ตะเลงรัญจวน เถา" "พม่าแปลง เถา" "เทพประนมกร ทางเปลี่ยน" "แขกมอญบางช้าง ทางเปลี่ยน" และ "ท่อนนำตับจูล่ง" มีผลงานการเรียบเรียงเพลงจำนวน 8 เพลง ได้แก่ "วิลันดาโอด" "สิงโตคำรณ" "อาลีบาบา" "พม่าคะเมีย" "แขกเชิญเจ้า" "คางคกปากสระ" "ระบำแขก" และ "ซำเซ" รวมถึงมีผลงานการเรียบเรียงทางเดี่ยวสำหรับเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายหลายเครื่องมือ ทั้งซอด้วง ซออู้ ซอสามสาย ขิม และจะเข้ โดยผลงานที่เป็นที่รู้จักคือ การเรียบเรียงทางเดี่ยวซอด้วง "นกขมิ้น" ซึ่งได้ถ่ายทอดให้กับ ธีระ ภู่มณี อดีตข้าราชการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้รับรางวัลชนะเลิศฆ้องทองคำพระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2528[5] [16]

การบันทึกเสียงแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล มีผลงานการบันทึกเสียงดนตรีที่สำคัญ ได้แก่

อัลบั้มเดี่ยว

  • "เดี่ยวซอด้วง" ในซีรีย์อัลบั้ม ชุด 13 "สยามสังคีต ดนตรีไทยฉบับบรมครู" โดย เสรี หวังในธรรม (Remaster) (โอเชี่ยนมีเดีย, 2544)
  • "เดี่ยวซออู้ - เดี่ยวซอสามสาย" ในซีรีย์อัลบั้ม ชุด 14 "สยามสังคีต ดนตรีไทยฉบับบรมครู" โดย เสรี หวังในธรรม (Remaster) (โอเชี่ยนมีเดีย, 2544)

อัลบั้มที่มีส่วนร่วมในการบันทึกเสียง

  • อัลบั้ม "แหยม" (Siamese Jam) วงกังสดาล (ไพซิสมิวสิค, 2532)
  • "เพลงเรื่องพญาพายเรือ" จากอัลบั้ม "Shiva’s Drum" วงฟองน้ำ (Pacific (TAO), 2531)
  • "ชื่นใจ" จากอัลบั้ม "อ้อน" ของ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร (Epic Records, 2536)[3]
  • เดี่ยวซอด้วง "ทยอยเดี่ยว" จากอัลบั้ม "สุดจิตต์ 80 กะรัต" ในโอกาสครบรอบอายุ 80 ปี ของ สุดจิตต์ ดุริยประณีต (มูลนิธิดุริยประณีต, 2551)
  • เดี่ยวซอด้วง ซออู้ "สารถี" ในซีรีย์อัลบั้ม ชุด 19 "สารถีนานาลีลา 1" โดย เสรี หวังในธรรม (โอเชี่ยนมีเดีย, 2558)

การแสดงดนตรีแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล มีผลงานการจัดแสดงดนตรีรูปแบบคอนเสิร์ตจำนวน 6 ครั้ง ได้แก่

ปี พ.ศ. ชื่อการแสดง วงดนตรี รายการ สถานที่จัดแสดง อ้างอิง
2539 วงวัยหวาน เครื่องสายไทย จุฬาวาทิต ครั้งที่ 62 เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [17]
2541 คณะศิษย์ศุขสายชล เครื่องสายไทย จุฬาวาทิต ครั้งที่ 75 เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [18]
2554 ครูวรยศ ศุขสายชล เครื่องสายผสม จุฬาวาทิต ครั้งที่ 162 เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [19]
2562 สายสดับแบบฉบับครูวรยศ เครื่องสายไทย จุฬาวาทิต ครั้งที่ 208 อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [20]
2562 สายเสียงทิพย์ สำเนียงซอ ครูวรยศ ศุขสายชล เครื่องสายไทย ดนตรีไทยไร้รสหรือ ชุด ดนตรีไทยพรรณนา โรงละครแห่งชาติ [21]
2562 สุนทรียภาพในดนตรีไทย เครื่องสายผสม Siam Music Festival ศูนย์ศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป (สยามพารากอน)

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

[22]

การถ่ายทอดองค์ความรู้แก้ไข

วรยศ ศุขสายชล เป็นครูต้นแบบการถ่ายทอดการบรรเลงเครื่องสายไทยทั้งการศึกษาในระบบและแบบตามอัธยาศัย โดยเริ่มถ่ายทอดวิธีการสอนซอและขิมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2526 โดยมีศิษย์ที่สำคัญคือ ธีระ ภู่มณี อดีตข้าราชการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร[2] นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับถ่ายทอดที่เป็นศิลปินและนักวิชาการดนตรี อาทิ กฤษฎาธาร จันทะโก กันต์ อัศวเสนา นิติธร หิรัญหาญกล้า นัฐชา โพธิ์ศรี พชร ธารีเพียร เลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี วันชัย เอื้อจิตรเมศ วรพล มาสแสงสว่าง วิชัย เหล่าประเสริฐ วีรศิลป์ ห่วงประเสริฐ สรารัตน์ ไชยวงศ์ สุรพงษ์ บ้านไกรทอง สุวรรณี ชูเสน อำนาจ บุญอนนท์ ฯลฯ และเคยได้เข้าถวายเทคนิคการสีซอแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี[23]

ภายหลังเมื่อ พ.ศ. 2542 ได้ก่อตั้งโรงเรียนดนตรี "ตักกศิลา" เพื่อสอนและให้ความรู้ด้านดนตรีไทยแก่เยาวชนและบุคคลผู้สนใจทั่วไป[2]

ชีวิตส่วนตัวแก้ไข

วรยศ ศุขสายชล สมรสกับ กิตติมา ศุขสายชล มีบุตรธิดา 3 คน คือ อุบล กมลรัตน์ และ วัชระ

เกียรติประวัติแก้ไข

  • พ.ศ. 2535 ได้รับเกียรติเป็นศิลปินอาวุโสคึกฤทธิ์ จากมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ. 2541 ได้รับโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้มีอุปการคุณต่อมหาวิทยาลัยบูรพา

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 วันชัย เอื้อจิตรเมศ. 2537. อาศรมศึกษาครูวรยศ ศุขสายชล. อาศรมศึกษาในวิชาเฉพาะ, สาขาวิชาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Wanchai Uejitmet. 2561. ประวัติครูวรยศ ศุขสายชล [ออนไลน์]. แห่ลงที่มาจาก: https://issuu.com/wanchai_uejitmet [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564]
  3. 3.0 3.1 3.2 อานันท์ นาคคง. 2556. การศึกษาวงดนตรีไทยร่วมสมัยและผลงานดนตรีไทยร่วมสมัยในสังคมไทยปัจจุบัน. รายงานวิจัย, สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม.
  4. 4.0 4.1 4.2 Kanasva. 2560. ทฤษฎีวรยศ: ระบบเสียงดนตรีไทย [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://kanasva.com/vorayot-thai-music-modes/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564]
  5. 5.0 5.1 5.2 เลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี, อานันท์ นาคคง และวรการ ธรรมสังคีติ. 2552. ธีระ ภู่มณี คิดครวญหวนหา [CD-ROM]. คณะศิษย์ธีระ ภู่มณี (ผู้ผลิต) ครอบครัวภู่มณี (ผู้เผยแพร่).
  6. 6.0 6.1 วัฒนธรรม, กระทรวง. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. 2560. ร้อยใจดนตรีไทย น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน. กรุงเทพมหานคร: กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.
  7. ชีวประวัติและผลงานของครูเขียน ศุขสายชล ศิลปิน 5 แผ่นดิน. 2527. กรุงเทพมหานคร: บพิธการพิมพ์.
  8. สาธิต ดอนฉิมพลี. 2560. การศึกษาการสืบทอดความรู้ทางดนตรีของครูเขียน ศุขสายชล. วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชามานุษยดุริยางควิทยา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  9. วันชัย เอื้อจิตรเมศ. 2563. 50 ปี เครื่องสายไทยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา การเรียนการสอนเครื่องสายไทยจากยุควิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. สุริยวาทิต. (มกราคม - ธันวาคม 2563): 42 - 46.
  10. ประชาสัมพันธ์, กรม และกรุงไทย, ธนาคาร. 2530. พิธีพระราชทานรางวัลการประกวดดนตรีไทย สำหรับประชาชน. กรุงเทพมหานคร: กรมประชาสัมพันธ์.
  11. นักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย, สมาคม. 2527. การบรรเลงบทเพลงเชิดชูนักแต่งเพลงไทย ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภาการ.
  12. มหิดล, มหาวิทยาลัย. 2531. มหกรรมเดี่ยวเพลงไทยชัยมงคล. กรุงเทพมหานคร: รักสิบป์.
  13. เพลงไทยเดิม : ทั้งโน้ตและเนื้อ. 2521. กรุงเทพมหานคร: ไทยเขษม. [ที่ระลึกในวาระคล้ายวันเกิดครบ 80 ปี นายเสริม ศาลิคุปต]
  14. มหิดล, มหาวิทยาลัย. 2552.ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://sirindhornmusiclibrary.li.mahidol.ac.th/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564]
  15. ประสานงานเพื่อความมั่นคง, สหพันธ์ กสิกรไทย, ธนาคาร และหลวงประดิษฐไพเราะ, มูลนิธิ. พิธีพระราชทานรางวัลการประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคงของชาติ ครั้งที่ 3. 2530. กรุงเทพมหานคร: (ม.ป.ท.).
  16. มหิดล, มหาวิทยาลัย.  2528.  งานเสด็จพระราชดำเนินประชันดนตรีไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 1 และประกวดขับร้อง และบรรเลงเพลงไทย ฆ้องทองคำ ครั้งที่ 2.   นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
  17. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์. 2539. จุฬาวาทิตครั้งที่ 62 เครื่องสายไทย วงวัยหวาน. [สูจิบัตร]
  18. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์. 2541. จุฬาวาทิตครั้งที่ 75 วงเครื่องสายไทย คณะศิษย์ศุขสายชล. [สูจิบัตร]
  19. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2554. จุฬาวาทิตครั้งที่ 162 วงเครื่องสายผสมครูวรยศ ศุขสายชล. [สูจิบัตร]
  20. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2562. จุฬาวาทิต ครั้งที่ 208 "สายสดับแบบฉบับครูวรยศ" [สูจิบัตร]
  21. ศิลปากร, กรม. สำนักการสังคีต. โรงละครแห่งชาติ. 2562. การแสดงดนตรีไทยรายการดนตรีไทยไร้รสหรือ ชุด ดนตรีไทยพรรณนา "สายเสียงทิพย์ สำเนียงซอ ครูวรยศ ศุขสายชล" [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://ntt.finearts.go.th/Gallery/Gallery.aspx?id=7 [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564]
  22. MCGP PARAGON. 2562. Siam Music Festival: สุนทรียภาพในดนตรีไทย [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://www.facebook.com/media/set/?vanity=mcgpparagon&set=a.10158586697213502 [สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564]
  23. ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย. 2532. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี กับการอนุรักษ์มรดกไทย. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

หมวดหมู่:บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2488 หมวดหมู่:บุคคลจากกรุงเทพมหานคร หมวดหมู่:ศิลปินชาวไทย หมวดหมู่:นักดนตรีไทย หมวดหมู่:นักแต่งเพลงชาวไทย หมวดหมู่:บุคคลจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา