ฉบับร่าง:จอร์จ วอลเลซ

  • Symbol opinion vote.svg ความคิดเห็น: เขียนไม่ค่อยรู้เรื่องการแปลยังไม่ดีพอ ใช้ภาษาไม่ถึงกับไม่รู้เรื่องแต่อ่านแล้วงงมาก กรุณาแก้การแปลให้อ่านเข้าใจง่ายด้วยครับ Kaoavi はる (คุย) 21:23, 5 ธันวาคม 2565 (+07)

จอร์จ วอลเลซ
ภาพถ่ายของวอลเลซ
ผู้ว่าการรัฐแอละแบมา คนที่ 45
ดำรงตำแหน่ง
17 มกราคม ค.ศ. 1983 – 19 มกราคม ค.ศ. 1987
ผู้ว่าการแทน Bill Baxley
ก่อนหน้า Fob James
ถัดไป H. Guy Hunt
ดำรงตำแหน่ง
18 มกราคม ค.ศ. 1971 – 15 มกราคม ค.ศ. 1979[a]
ผู้ว่าการแทน Jere Beasley
ก่อนหน้า Albert Brewer
ถัดไป Fob James
ดำรงตำแหน่ง
14 มกราคม ค.ศ. 1963 – 16 มกราคม ค.ศ. 1967
ผู้ว่าการแทน James Allen
ก่อนหน้า John Patterson
ถัดไป เลอร์ลีน วอลเลซ
สุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งแห่งแอละแบมา
ดำรงตำแหน่ง
16 มกราคม ค.ศ. 1967 – 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1968
ผู้ว่าการ เลอร์ลีน วอลเลซ
ก่อนหน้า เลอร์ลีน วอลเลซ (สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง)
ถัดไป Martha Farmer Brewer (สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง)
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์แห่งรัฐแอละแบมา
จากเทศมณฑลบาร์เบอร์
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 1946 – ค.ศ. 1952
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด จอร์จ คอร์ลีย์ วอลเลซ จูเนียร์
25 สิงหาคม ค.ศ. 1919(1919-08-25)
คลีโอ รัฐแอละแบมา สหรัฐ
เสียชีวิต 13 กันยายน ค.ศ. 1998(1998-09-13) (79 ปี)
มอนต์โกเมอรี รัฐแอละแบมา สหรัฐ
ที่ไว้ศพ สุสานกรีนวู๊ด
พรรค เดโมแครต
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
อิสระอเมริกัน (ค.ศ. 1968)
คู่สมรส เลอร์ลีน เบิร์นส์
(สมรส 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1943 เสียชีวิต 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1968)
คอร์เนเลีย เอลลิส สนิเวรี
(สมรส 4 มกราคม ค.ศ. 1971 หย่า ค.ศ. 1978)
ลิซ่า เทรเลอร์
(สมรส 9 กันยายน ค.ศ. 1981 หย่า ค.ศ. 1987)
บุตร 4 คน รวมทั้ง จอร์จ
ลายมือชื่อ George Wallace Signature.svg
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้ สหรัฐ
สังกัด กองทัพบกสหรัฐ
ประจำการ ค.ศ. 1942–1945
ยศ สิบโท
หน่วย กองบินอากาศทหารบกสหรัฐ
การยุทธ์ สงครามโลกครั้งที่สอง

จอร์จ คอร์ลีย์ วอลเลซ จูเนียร์ (25 สิงหาคม ค.ศ. 1919 – 13 กันยายน ค.ศ. 1998)[1] เป็นนักการเมืองชาวอเมริกันที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐแอละแบมา คนที่ 45 เป็นเวลาสี่สมัย สมาชิกพรรคเดโมแครต เขาเป็นที่จดจำมากที่สุดสำหรับการแสดงความคิดเห็นถึงแนวคิดประชานิยมและมีความเห็นสมควรที่มีการแบ่งแยกสีผิวอย่างแข็งขัน[2][3][4] ในช่วงสมัยที่ดำรงตำแหน่ง เขาได้ส่งเสริม "การพัฒนาอุตสาหกรรม ภาษีต่ำ และโรงเรียนการค้า"[5] วอลเลซต้องการที่จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในฐานะคนจากพรรคเดโมแครตถึงสามครั้ง และครั้งหนึ่งในฐานะผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งจากพรรคอิสระอเมริกัน ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จในแต่ละครั้ง วอลเลซได้คัดค้านการยกเลิกแบ่งแยกสีผิวและสนับสนุนนโยบายจิมโครว์ในช่วงขบวนการสิทธิพลเมือง โดยได้ประกาศไว้ในคำกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเข้ารับตำแหน่ง ค.ศ. 1963 ได้บ่งบอกถึงจุดยืนของเขาจากคำกล่าวที่ว่า "แบ่งแยกตอนนี้ แบ่งแยกพรุ่งนี้ แบ่งแยกตลอดกาล".[6]

เขาเกิดในเมืองคลีโอ รัฐแอละแบมา วอลเลซได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยแอละแบมา และเข้ารับใช้ชาติในสังกัดกองบินอากาศทหารบกสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ภายหลังสงคราม เขาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์แห่งรัฐแอละแบมา และทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษารัฐ วอลเลซต้องการได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งจากเดโมแครตเป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแอละแบมา ค.ศ. 1958 ในช่วงแรกได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องเชื้อชาติที่พอสมควร วอลเลซได้รับจุดยืนที่เห็นสมควรที่มีการแบ่งแยกสีผิวอย่างหนักแน่น ภายหลังจากพ่ายแพ้จากการได้รับการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งใน ค.ศ. 1958 วอลเลซได้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐอีกครั้งใน ค.ศ. 1962 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง วอลเลซได้พยายามที่จะหยุดยั้งการรวมตัวกันทางเชื้อชาติของมหาวิทยาลัยแอละแบมา วอลเลซกลายเป็นที่อื้อฉาวระดับประเทศด้วยการไปยืนอยู่หน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยแอละแบมา เพื่อขัดขวางไม่ให้นักศึกษาผิวสีเข้าไปในมหาวิทยาลัย[7] วอลเลซได้ออกจากตำแหน่งหลังจากครบสมัยดำรงตำแหน่งที่จำกัด แต่เลอร์ลีน วอลเลซ ภรรยาของเขาได้ชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไป และสืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา แม้ว่าเขาจะกลายเป็นผู้ว่าการรัฐโดยพฤตินัย

วอลเลซได้เข้าท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับลินดอน บี. จอห์นสัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีขั้นปฐมภูมิพรรคเดโมแครต ค.ศ. 1964 แต่จอห์นสันมีชัยในการแข่งขัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ค.ศ. 1968 วอลเลซได้ดำเนินการรณรงค์หาเสียงของบุคคลที่สามในความพยายามบังคับให้มีการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างอิทธิพลทางการเมืองของผู้นำตอนใต้ที่เห็นสมควรที่มีการแบ่งแยกสีผิว วอลเลซได้เอาชนะห้ารัฐทางใต้แต่กลับล้มเหลวในการบังคับให้มีการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ใน ค.ศ. 2022 เขายังคงเป็นผู้สมัครการเลือกตั้งบุคคลที่สามรายล่าสุดที่ได้รับการโหวตจากวิทยาลัยการเลือกตั้งจากรัฐใด ๆ

วอลเลซได้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแอละแบมาใน ค.ศ. 1970 และลงสมัครการเลือกตั้งประธานาธิบดีขั้นปฐมภูมิพรรคเดโมแครต ค.ศ. 1972 โดยการรณรงค์หาเสียงสำหรับการแบ่งแยกสีผิว การรณรงค์หาเสียงของเขาเป็นผลทำให้ต้องยุติลงเมื่อเขาถูกลอบยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสในรัฐแมรี่แลนด์โดยอาร์เทอร์ เบรเมอร์ และวอลเลซกลายเป็นผู้ป่วยอัมพาตครึ่งท่อนใต้เอวสำหรับตลอดชีวิตที่เหลือของเขา

วอลเลซได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในฐานะผู้ว่าการรัฐใน ค.ศ. 1974 และเขาก็ประสบความล้มเหลวในความต้องการเสนอชื่อเข้ารับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากเดโมแครตอีกครั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีขั้นปฐมภูมิพรรคเดโมแครต ค.ศ. 1976 ในช่วงปลาย ค.ศ. 1970 วอลเลซได้ประกาศว่า เขากลายเป็นชาวคริสเตียนที่กำเนิดใหม่ และผ่อนคลายบรรเทาความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับเชื้อชาติ โดยละทิ้งการสนับสนุนการแบ่งแยกสีผิวในอดีตที่ผ่านมา วอลเลซได้ออกจากตำแหน่งใน ค.ศ. 1979 แต่กลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้งและได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งที่สี่และวาระสุดท้ายในฐานะผู้ว่าการรัฐใน ค.ศ. 1982 วอลเลซเป็นผู้ว่าการรัฐคนที่สี่[8] ที่ดำรงตำแหน่งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ โดยได้เข้าดำรงตำแหน่งเป็นเวลาถึง 5,848 วัน[9]

หมายเหตุแก้ไข

  1. Jere Beasley served as Acting Governor from June 5, 1972 to July 7, 1972 while Wallace recovered from an assassination attempt.

อ้างอิงแก้ไข

  1. Cornwell, Rupert (September 15, 1998). "Obituary: George Wallace". The Independent. สืบค้นเมื่อ August 23, 2019.
  2. "George C. Wallace". Encyclopædia Britannica. August 25, 2012. สืบค้นเมื่อ August 25, 2012.
  3. Newfield, Jack (July 19, 1971). "A Populist Manifesto: The Making of a New Majority". New York. pp. 39–46. สืบค้นเมื่อ January 6, 2015.
  4. Lesher, Stephan (1994). George Wallace: American Populist. Addison Wesley. p. 409. ISBN 978-0201622102.
  5. Eskew, Glenn T. (September 8, 2008). "George C. Wallace (1963–1967, 1971–1979, 1983–1987)". Encyclopedia of Alabama.
  6. "George Wallace, Segregation Symbol, Dies at 79". The New York Times. September 14, 1998.
  7. "George Wallace, Segregation Symbol, Dies at 79". The New York Times. September 14, 1998.
  8. "The Top 50 Longest Serving Governors in US History (Updated)". May 29, 2017.
  9. Ostermeier, Eric (May 29, 2017). "The Top 50 Longest Serving Governors in US History (Updated)". Smart Politics (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). University of Minnesota. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 1, 2021. สืบค้นเมื่อ April 2, 2021.

หมวดหมู่:ชาวอเมริกัน หมวดหมู่:บุคคลจากรัฐแอละแบมา หมวดหมู่:ทหารในสงครามโลกครั้งที่สอง หมวดหมู่:นักการเมืองอเมริกัน หมวดหมู่:นักการเมืองอเมริกันที่ถูกลอบสังหาร