ฉบับร่าง:การฆาตกรรมครอบครัวบุญทวี

การฆาตกรรมครอบครัวบุญทวีหรือคดีฆ่ายกครัวบุญทวีเป็นคดีปล้นฆ่าครอบครัวบุญทวีโดยการรัดคอเเละเเขวนคอกับราวบันได โดยผู้ก่อเหตุคือนายเรืองศักดิ์ ทองกุล หรือศักดิ์ปากรอและมีเพื่อนของเรืองศักดิ์คือนายสงกรานต์หรือจ้อง แก้วอุบลเป็นคนดูต้นทาง โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2540[1] ซึ่งเรืองศักดิ์ ทองกุลถูกตัดสินประหารชีวิตส่วนสงกรานต์ซึ่งเป็นคนดูต้นทางถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเเต่ศาลฎีกาได้ลดโทษเรืองศักดิ์เหลือจำคุกตลอดชีวิตและเขาได้พ้นโทษจากเรือนจำในปีพ.ศ.2553 ก่อนจะถูกลอบยิงที่ถนนร่วมไทย 2[2]เเละเสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาลสะเดาเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558[3]

การฆาตกรรมครอบครัวบุญทวี
สถานที่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 8 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ประเทศไทย
วันที่25 เมษายน พ.ศ. 2540
เป้าหมายครอบครัวบุญทวี
ประเภทการรัดคอ,การจับตัวประกัน,การฆาตกรรมหมู่,บุกรุกบ้าน,การฆ่ายกครัว,การปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์,การฆาตกรรมเด็ก
อาวุธผ้าปูที่นอน,ปืนขนาด.38,เชือกผูกรองเท้า,เน็กไท,สายไฟ,ผ้าขาวม้า,ผ้า,เชือก
ตาย5
ผู้ก่อเหตุเรืองศักดิ์ ทองกุล
สงกรานต์ แก้วอุบล
เหตุจูงใจต้องการเงิน 1 ล้านบาทที่นายประภาสขายที่ดินมาได้

การฆาตกรรมแก้ไข

ในวันที่26 เมษายน พ.ศ.2540 นางกิ้มอิ้น บุญทวี อายุ 71 ปีซึ่งเป็นเเม่ของนายประภาส บุญทวีได้เดินออกจากบ้านพักไปที่บ้านของประภาส บุญทวี อายุ 42 ปี เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสถานีอนามัยตำบลปากระวะเพราะทุกวันหยุดลูกชายของประภาสจะมาหาที่บ้านของกิ้นอิ้นแต่วันนี้ลูกชายของประภาสกลับก็ไม่ได้มาที่บ้านในช่วงสายนางกิ้มอิ้นจึงเดินไปที่บ้านของประภาส นางกิ้มอิ้นได้เปิดประตูของบ้านของประภาสเเต่ประตูไม่ได้ล็อกพร้อมตะโกนร้องเรียก หลังจากเปิดประตูเข้าไปในบ้านนางกิ้มอิ้มก็พบกับนายประภาสเเละลูกของประภาส3คนถูกเเขวนคอกับราวบันไดทางขึ้นชั้น2[4] หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเเละพบกับศพ4ศพของนายประภาส บุญทวีอายุ 42 ปีซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและลูกชาย3คนของนายประภาสประกอบด้วยเด็กชายกัมปนาท บุญทวีอายุ 13 ปี,เด็กชายปราบ บุญทวีอายุ 12 ปีและเด็กชายชัชวาลย์ บุญทวี อายุ 10 ปีในสภาพศพถูกเเขวนคอกับราวบันได[5]และได้พบศพของนางเจียมจิต บุญทวีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอำเภอควนเนียงภายในห้องนอนใหญ่ที่ชั้น2ในสภาพศพถูกรัดคอด้วยเน็กไท[6]และมีเชือกมัดมือและมัดเท้าและปิดปาก ซึ่งผลการชันสูตรศพของผู้เสียชีวิตทั้ง5คนระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกทำร้ายร่างกายก่อนจะฆาตกรรมและไม่พบเศษอาหารและยาพิษหรือยานอนหลับในกระเพาะอาหารของเหยื่อทั้ง 5 ราย[7] [8]

การสืบสวนเเละการจับกุมแก้ไข

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบห้องนอน3ห้องของชั้น2ภายในที่เกิดเหตุได้พบร่องรอยของการรื้อค้นและผ้าปูที่นอนถูกฉีกเป็นเส้นซึ่งบางส่วนนำมาใช้ในการก่อเหตุและทรัพย์สินภายในห้องได้หายไปหลายรายการ ส่วนในครัวมีอาหารพร้อมรับประทานตั้งโต๊ะไว้ 1 ชุดและไม่พบร่องรอยการต่อสู้ที่ตัวศพ ส่วนศพทั้ง 5 ศพแพทย์สันนิษฐานว่าได้เสียชีวิตมาแล้วประมาณ10-15 ชั่วโมงซึ่งจากหลักฐานที่พบซึ่งประกอบกับเวลาที่เสียชีวิต จึงคาดว่าเวลาที่เสียชีวิตเป็นช่วงหัวค่ำของวันที่ 25 เมษายนในขณะที่คนในครอบครัวกำลังจะทานข้าวเย็นแต่ได้ถูกคนร้ายซึ่งคาดว่าเป็นคนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีบุกเข้ามาก่อเหตุฆาตกรรม หลังจากที่เจ้าหน้ามี่ตำรวจสอบปากคำญาติของนายประภาสทำให้ทราบว่านายประภาสนอกจากจะทำงานที่สาธารณสุขของจังหวัดแล้วยังเป็นนายหน้าค้าที่ดินซึ่งมีฐานะร่ำรวยและมีที่ดินส่วนตัวและที่ดินมรดกจำนวนมาก[9] หลังจากเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ได้มีผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่งเข้าพบกับชุดสืบสวนพร้อมกับให้เบาะแสโดยอ้างว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้เห็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นคนหนึ่งซึ่งคนในย่านนั้นรู้จักดีในชื่อว่าไอ้แหวงหรือชื่อจริงคือนายสว่าง สุวรรณมณีซึ่งตำรวจได้กระจายกำลังออกติดตามและเชิญตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้มาสอบสวนซึ่งสว่างได้ยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุสว่างเข้าไปใกล้กับละแวกบ้านของประภาสจริงแต่ไม่ได้ไปที่บ้านประภาสเพราะว่ามีนัดตั้งวงดื่มเหล้ากับกลุ่มคนรู้จักที่ริมทะเลซึ่งไม่ห่างจากที่เกิดเหตุมาก หลังจากตำรวจได้พยายามตรวจสอบคำให้การของสว่างอย่างละเอียดจึงได้พบกับพยานที่ยืนยันตรงกันหลายปากว่าสิ่งที่สว่างบอกตำรวจเป็นเรื่องจริงทำให้สว่างจึงรอดพ้นจากการตกเป็นผู้สงสัยในคดีฆาตกรรมครอบครัวบุญทวี แต่สว่างเคยก่อคดีฆาตกรรมนายสน บุญล้วนที่อำเภอสิงหนครซึ่งเป็นน้าเขยของตัวเองเมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2539 ทำให้สว่างถูกแจ้งข้อหาฆ่าคนตายในคดีฆาตกรรมนายสน บุญล้วน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ปูได้พรมแกะรอยคนร้ายในละแวกบ้านหลังเกิดเหตุและพบกับชายอายุ 70 ปีซึ่งเป็นพยานได้ในข้อมูลกับตำรวจว่า"ตอนเย็นวันนั้นผมจะเข้าไปคุยที่บ้านหมอ ผมเห็นชายวัยรุ่น 2 คน ซึ่งวัยรุ่นคนหนึ่งมีสีผิวสีคล้ำเเละมีส่วนสูงประมาณ 168 เซนติเมตรและอีกคนสูงราว 170 เซนติเมตรได้จับเด็กๆ มัดมือมัดเท้า แต่ยังไม่แขวนคอซึ่งตอนนั้นหมอยังไม่กลับบ้านและคนผิวคล้ำหันมาเห็นผมซึ่งเขายังยิ้มให้ผมด้วย ผมกลัวมากจึงเดินเลี่ยงกลับบ้านโดยไม่กล้าบอกใคร" ซึ่งจากเบาะแสที่ได้เเละร่องรอยการรื้อค้นทำให้ตำรวจได้ให้น้ำหนักมาในเรื่องฆ่าชิงทรัพย์[10] จึงพยายามสอบถามจากคนรอบข้างกระทั่งได้ข้อมูลจากญาติและเพื่อนสนิทว่าสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงพร้อมกับจี้เล็กๆของนางเจียมจิต บุญทวีหายไปและพระเครื่องจำนวนหลายร้อยองค์ซึ่งเป็นพระเครื่องที่ประภาสจัดสร้างร่วมกับเจ้าอาวาสวัดป่าขาดซึ่งประภาสมักนำมาให้คนรู้จักได้หายไปหมดทุกองค์[11] ต่อมาในวันที่ 18 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งที่มีพระเครื่องของประภาสที่หายไปในวันเกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้ให้การว่าได้รับพระเครื่องมาจากนายเรืองศักดิ์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลจนทราบว่าศักดิ์ ปากรอเป็นฉายาของนายเรืองศักดิ์ ทองกุลซึ่งเป็นน้องชายของผู้ใหญ่บ้านในในอำเภอธารโต[12]ต่อมาตำรวจได้เบาะแสว่าเรืองศักดิ์ไปพักอยู่กับน้าสาวที่ตัวเมืองสงขลาซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังบ้านหลังนั้นเเต่เรืองศักดิ์ได้ออกจากบ้านไปตั้งเเต่เมื่อ6ชั่วโมงที่เเล้ว ซึ่งน้าสาวของศักดิ์ได้ให้เบาะแสกับตำรวจว่าเรืองศักดิ์ไปที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อไปขออยู่กับน้าอีกคน[13] ในวันที่21 พฤษภาคมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปที่บ้านน้าชายของเรืองศักดิ์เเต่ยังไม่พบเรืองศักดิ์จนกระทั่งเรืองศักดิ์ศักดิ์นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างกลับมาซึ่งในมือถือหนังสือพิมพ์ ตำรวจจึงเข้าจับกุมเรืองศักดิ์พร้อมของกลางเป็นพลอยแดง 9 เม็ด นิล 5 เม็ดและเข็มกลัดตราสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขซึ่งเรืองศักดิ์สารภาพว่าเป็นคนร้ายเเละมีผู้ร่วมก่อเหตุชื่อสงกรานต์[14]

ผู้ก่อเหตุแก้ไข

เนติราษฎร์ นพวงศ์
เรืองศักดิ์ ทองกุล
เกิดเรืองศักดิ์ ทองกุล
5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2518[15]
ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ประเทศไทย
เสียชีวิต22 กุมพาพันธ์ พ.ศ 2558 (อายุ 39 ปี)
อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ประเทศไทย
สาเหตุเสียชีวิตบาดเเผลกระสุนปืนลูกโม่ที่หน้าอก
สัญชาติไทย
ชื่ออื่นศักดิ์ ปากรอ
การศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3
อาชีพมือปืนรับจ้าง,มือปืนคุ้มกันนักการเมือง,เพาะพันธุ์ไม้ส่ง (หลังจากพ้นโทษ)
มีชื่อเสียงจากการฆาตกรรมครอบครัวบุญทวี
บุตร1
บทลงโทษประหารชีวิตเปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิตเเต่ได้รับการลดโทษเหลือ 13 ปี
รางวัลนำจับ
200,000บาท
สถานะการจับกุม
ถูกจับกุม
คู่หูสงกรานต์ แก้วอุบล (ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต)
ระยะเวลาลอยนวล
40วัน
รายละเอียด
ผู้เสียหาย12-13+
ตาย7-8+
วันที่ถูกจับ
21 พฤษภาคม พ.ศ.2540
จำคุกที่เรือนจำกลางบางขวาง
เรือนจำกลางสงขลา

เรืองศักดิ์ ทองกุลหรือศักดิ์ ปากรอ(เกิด 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2518 - 22 กุมพาพันธ์ พ.ศ 2558)มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านปากรอ ตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เรืองศักดิ์มีนิสัยร่าเริงเเละพูดโน้มน้าวในคนเก่ง เรืองศักดิ์เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่เรียนต่อเทคนิคไม่จบ เเต่เรืองศักดิ์ชอบเเสดงตัวเป็นผู้มีการศึกษาสูง ซึ่งเรืองศักดิ์ไม่มีอาชีพเป็นหลักเเหล่งและชอบพักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์และชอบมั่วสุมกับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ซึ่งก่อนการก่อเหตุฆาตกรรมครอบครัวบุญทวีเรืองศักดิ์ได้ก่อคดีปล้นเเละชิงทรัพย์หลายครั้งซึ่งทุกครั้งที่ก่อเหตุเรืองศักดิ์จะจับเหยื่อมัดมือเเละมัดเท้าและเรืองศักดิ์ยังมีประวัติในการกระทำความผิดตั้งเเต่เรืองศักดิ์อายุ17-18ปีและเรืองศักดิ์ยังเป็นน้องชายของผู้ใหญ่บ้านในในอำเภอธารโต[16][17][18]

ประวัติแก้ไข

เมื่อเรืองศักดิ์อายุ5ขวบ เรืองศักดิ์ได้ถูกโจรปล้นบ้านในขณะที่เรืองศักดิ์อยู่บ้านคนเดียวและถูกจับมัดด้วยมุ้งเเล้วขังไว้ในบ้าน จนกระทั่งพ่อแม่กลับจากทำนาในช่วงเย็นพ่อเเม่จึงแก้มัดให้ ต่อมาเมื่อเรืองศักดิ์อายุ 16 ปี เรืองศักดิ์ทะเลาะกับเพื่อนบ้านเรื่องวัวของเพื่อนบ้านมากินผักที่ปลูกไว้ เรืองศักดิ์จึงใช้เชือกผูกคอวัวแล้วชักรอกวัวขึ้นไปแขวนคอวัวบนต้นไม้จนตาย[19]เเละเรืองศักดิ์ยังเคยไปเข้าร่วมกับโจรสลัดปล้นเรือประมงซึ่งเรืองศักดิ์ได้จับเหยื่อมัดและโยนลงทะเล[20] เรืองศักดิ์จึงมีความชำนาญด้านการใช้เงื่อนเป็นพิเศษ[21]ซึ่งก่อนหน้าที่จะเหตุฆาตกรรมครอบครัวบุญทวีนี้เรืองศักดิ์ยังได้ก่อเหตุปล้นฆ่าและเชือดคอพนักงานสาวของโรงรับจำนำในจังหวัดพัทลุงเเละการข่มขืนเเละสังหารเด็กหญิงอายุ14ปีด้วยการเเขวนคอในอำเภอปากพะยูนและเรืองศักดิ์กับพรรคพวกยังได้ปล้นสถานีบริการน้ำมันในอำเภอปากพะยูนรวมถึงเรืองศักดิ์ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีปล้นฆ่าผู้ใหญ่บ้านในอำเภอปากพะยูน[22] ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นห้องพักของเขาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พบกับภาพโปสเตอร์ที่จับเด็กมาเขวนกับราวตากผ้าโดยใช้ไม้หนีบที่ขาของเด็กและโปสเตอร์ของวงดนตรีเมกาเดธ[23]

คำสารภาพแก้ไข

ระหว่างการรอผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจชุดคลี่คลายคดีที่นำโดยพลตำรวจโทวีระศักดิ์ มีนะวาณิชย์ได้เบิกตัวเรืองศักดิ์ ทองกุลมาสอบปากคำ ซึ่งเรืองศักดิ์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรมครอบครัวบุญทวี ทำให้พลตำรวจโทวีระศักดิ์ต้องเปลี่ยนวิธีเป็นการใช้หลักจิตวิทยาโดยการพูดกับเรืองศักดิ์ว่า"ใจถึง ใจกล้า" ทำให้เรืองศักดิ์ยอมรับสารภาพด้วยสีหน้าท่าทางที่ภาคภูมิใจ เรืองศักดิ์ได้สารภาพว่าวางเเผนก่อเหตุมาเเล้ว2ครั้งเเต่ครั้งเเรกผู้ร่วมก่อเหตุไม่กล้าซึ่งการก่อเหตุครั้งที่สองเรืองศักดิ์ได้พาสงกรานต์หรือจ้อง เเก้วอุบลซึ่งเรืองศักดิ์รู้จักสงกรานต์ระหว่างที่เรืองศักดิ์พักอาศัยอยู่ในหอพักใกล้โรงเรียนซึ่งเรืองศักดิ์ชักชวนสงกราต์เเต่ไม่บอกว่าสงกรานต์จะไปไหน[24] เมื่อเวลาประมาณ 15.00 นาฬิกาของวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2540 เรืองศักดิ์เเละสงกรานต์ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในบ้านและคอยอยู่หน้าบ้านเพราะเรืองศักดิ์รู้จักประภาสเป็นอย่างดีเเละยังเคยติดต่อซื้อที่ดินเเละเล่นพนันวัวลานด้วยกันเพื่อชิงทรัพย์เพราะทราบข่าวว่าประภาสเพิ่งขายวัวชนและได้เงินมา 1 ล้านบาท หลังจากนั้นเด็กชายชัชวาลย์และเด็กชายปรนนท์ซึ่งเป็นลูกของนายประภาสได้เห็นเรืองศักดิ์ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาเรืองศักดิ์จึงได้แกล้งขอน้ำดื่มและให้เด็กชายปรนนท์จไปตักน้ำมาให้ ในขณะที่เด็กชายปรนนท์กำลังจะส่งขันน้ำให้ เรืองศักดิ์จึงชักปืนขนาด .38 จี้ที่ศีรษะของเด็กชายปรนนท์แล้วล็อกตัวก่อนจะมัดมือมัดเท้าและมัดปากแล้วนำไปขังภายในห้องชั้นสองซึ่งสงกรานต์ลากตัวเด็กชายชัชวาลย์ขึ้นไปรวมในห้องเดียวกับกับเด็กชายปรนนท์และมัดเท้ามัดมือและมัดปากโดยให้สงกรานต์เป็นคนคุมเด็กภายในห้อง หลังจากนั้นเรืองศักดิ์ได้ลงมาคอยประภาสที่หน้าบ้าน พอนายประภาสกลับที่บ้าน เรืองศักดิ์จึงเดินเข้าไปยกมือไหว้ทักทายประภาส โดยเรืองศักดิ์อ้างว่าจะมาขอปรึกษาเรื่องรถหาย ประภาสจึงชวนเรืองศักดิ์เข้าไปนั่งในบ้านเรืองศักดิ์จึงชักปืนออกมาจ่อที่ศีรษะและตะโกนเรียกสงกรานต์ให้ใช้เชือกมัดมือไพล่หลังแล้วนำตัวไปขังไว้รวมกับลูกชายและต่อมาเด็กชายกัมปนาทขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้านเรืองศักดิ์จึงจับตัวเด็กชายกัมปนาทแล้วมัดมือมัดเท้าและปากไปไว้ในห้องเดียวกันต่อมานางเจียมจิตรกลับมาบ้านเรืองศักดิ์ใช้ปืนจี้และจับนางเจียมจิตรมัดมือมัดเท้าไปขังไว้ในห้องนอนชั้นสองพร้อมกับข่มขู่ให้บอกที่ซ่อนเงินแต่นางเจียมจิตรไม่ยอมบอก[25] เรืองศักดิ์จึงพยายามจะข่มขืนเจียมจิตรแต่เจียมจิตรขัดขืน เรืองศักดิ์จึงใช้เน็กไทของประภาสรัดคอแล้วจับหัวของเจียมจิตรกระแทกกับเตียงเหล็กจนเลือดออกแล้วบีบคอเจียมจิตรจนเสียชีวิตหลังจากนั้นเรืองศักดิ์เเละสงกรานต์ได้รื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านเเล้วมาใส่ถุงพลาสติกหลังจากรื้อค้นเสร็จได้นำกรรไกรเเละมีดมาปอกสายไฟเพื่อช็อตประภาสเเละลูกทั้งหมด2ครั้งเเต่ไม่สามารถช็อตได้เพราะบ้านของประภาสติดตั้งระบบเซฟทีคัทจึงเปลี่ยนวิธีโดยนำประภาสเเละลูกเรียงกันที่หน้าห้องนอนโดยเริ่มจากเเขวนคอประภาสด้วยเชือกผูกรองเท้าเเล้วผลักออกจากชั้น2เเต่เชือกขาดทำให้ประภาสวิ่งหนีเเต่ก็ถูกเรืองศักดิ์จับตัวได้เเล้วถูกจับกลับมาเเขวนคอกับราวบันไดอีกครังจนเสียชีวิตก่อนจะเเขวนคอลูก3คนของประภาสกับราวบันไดจนเสียชีวิตเเล้วหลบหนีไป[26] ซึ่งจากการสอบสวนสงกรานต์ซึ่งสงกรานต์ได้รับสารภาพว่าได้ร่วมมือกับเรืองศักดิ์ฆ่าครอบครัวของประภาส ซึ่งสงกรานต์กับเรืองศักดิ์ได้ไปดูลาดเลาก่อนก่อเหตุเพียงวันเดียวและเรืองศักดิ์บอกว่าบ้านนี้รวยมีเงินจากการขายที่ดินและยังได้ยินคนในบ่อนพนันวัวพูดว่าประภาสขายที่ดินได้เงินล้านกว่าบาท ส่วนสาเหตุที่ต้องฆาตกรรมเนื่องจากทั้งหมดจำหน้าได้จึงต้องฆ่าปิดปาก[27]

การพิจารณาคดีเเละคำตัดสินแก้ไข

ศาลจังหวัดสงขลาได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตเรืองศักดิ์เเละจำคุกตลอดชีวิตสงกรานต์ หลังจากศาลอ่านคำพิพากษา หน้าของสงกรานต์ได้ซีดเผือดไปเพราะรู้ว่าตัวเองต้องได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเรืองศักดิ์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำตัดสินเเละยังยิ้มบางๆอีกด้วย ต่อมาวันที่26 สิงหาคม พ.ศ.2541 ศาลอุทรณ์ภาค3ได้พิพากษายืนให้ประหารชีวิตเรืองศักดิ์เเละจำคุกตลอดชีวิตสงกรานต์ซึ่งเรืองศักดิ์ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เรืองศักดิ์จึงฎีกาเพื่อลดโทษ[28] ต่อมาศาลฎีกาได้เเก้คำตัดสินของศาลอุทธรณ์จากให้ประหารชีวิตเรืองศักดิ์เป็นให้จำคุกตลอดชีวิตเรืองศักดิ์ เนื่องจากคำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของเรืองศักดิ์เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงลดโทษเรืองศักดิ์1ใน3ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา78 จึงลดโทษจากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต[29][30]

หลังจากพ้นโทษแก้ไข

หลังจากที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเรืองศักดิ์และได้ถูกส่งตัวไปยังเรือนจำกลางบางขวาง ก่อนจะได้รับอภัยโทษหลายครั้งจนถูกย้ายมายังเรือนจำกลางสงขลาและพ้นโทษในปีพ.ศ.2553หลังจากนั้นเรืองศักดิ์ก็ได้เปลี่ยนตนเองเป็นเนติราษฎร์ นพวงศ์และเข้าอยู่ในซุ้มมือปืนรับจ้างในอำเภอสิงหนครและยังทำหน้าที่ดูแลนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ของอำเภอสิงหนคร[31] ต่อมาเนติราษฎร์จะย้ายที่อยู่ของตนเองไปยังอำเภอสะเดา และมีลูกชาย1คน ซึ่งเนติราษฎร์ได้ย้ายที่อยู่ของตนเองเพื่อทำหน้าที่คุ้มกันผู้อิทธิพลในพื้นที่ตำบลสำนักขาม โดยได้ประกอบอาชีพทำสวนเพื่อเพาะพันธุ์ไม้ส่งไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้เนติราษฎร์เคยถูกลอบยิงมาแล้วหนึ่งครั้งแต่ก็รอดชีวิตมาได้[32] รวมทั้งเนติราษฎร์ยังเคยถูกจับกุมได้คดีบุกรุกป่าสงวนในอำเภอสะเดา หลังจากนั้นเนติราษฎร์จึงมาทำธุรกิจบ่อดินลูกรังที่ตำบลปริก[33] ต่อมาในวันที่22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558ในขณะที่เนติราษฎร์กำลังเดินออกจากบ้านมาขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้าน คนร้ายอย่างน้อย2คนขับรถเก๋งสีขาวมาจอดหน้าบ้านก่อนจะลดกระจกเเล้วยิงใส่เนติราษฎร์2นัดที่หน้าอกก่อนที่คนร้ายจะขับรถหนีไป ซึ่งญาติของเนติราษฎร์ได้นำตัวเนติราษฎร์ส่งโรงพยาบาลสะเดาเเต่เนติราษฎร์ได้เสียชีวิตระหว่างการนำตัวส่งโรงพยาบาล[34] ซึ่งตำรวจได้คาดว่าเหตุจูงใจในการฆาตกรรมน่าจะเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือการเข้าไปขัดผลประโยชน์เกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อำเภอสะเดา[35][36] แต่ในปัจจุบันยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้[37]

อ้างอิงแก้ไข

  1. รอยยิ้มสังหาร 5 ศพ สิงหนคร
  2. ยิงดับศักดิ์ ปากรอมือฆ่า5ศพบุญทวี ตร.มุ่งปม ขัดแย้งกับ ผู้อิทธิพล ที่สะเดา
  3. ย้อน 4 คดี "ฆ่ายกครัว"
  4. กฎแห่งกรรมมีจริง! “ศักดิ์ ปากรอ” อดีตผู้ต้องหาฆ่าแขวนคอ 5 ศพ ถูกดักยิงดับอนาถหน้าบ้านพัก (ชมคลิป)
  5. ย้อนรอย'ฆ่ายกครัว'สุดเหี้ยม เลือดเย็น-ดุดัน-ทรพี-โรคจิต
  6. ย้อน 4 คดี "ฆ่ายกครัว"
  7. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 1)
  8. ย้อนคดีสุดเหี้ยม ฆ่าเรียง 5 ศพ เชือกแขวน ยิ้มสะท้าน 'ศักดิ์ ปากรอ'
  9. ศักดิ์ 5 ศพถึงชุดพราง 8 ศพ : วงค์ ตาวัน
  10. 25 เม.ย. 2540 ย้อนคดีโหด กับบทเรียนกงกรรมนอกคุก
  11. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 1)
  12. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 2)
  13. 25 เม.ย. 2540 ย้อนคดีโหด กับบทเรียนกงกรรมนอกคุก!!
  14. ย้อนคดีสุดเหี้ยม ฆ่าเรียง 5 ศพ เชือกแขวน ยิ้มสะท้าน 'ศักดิ์ ปากรอ'
  15. คดีฆ่า “ศักดิ์ ปากรอ” ตำรวจมุ่งปมขัดแย้งผู้มีอิทธิพลและธุรกิจมืดด่านชายแดน (ชมคลิป)
  16. จากไอ้ศักดิ์5ศพถึง2ผัวเมียทมิฬ แขวนคอฆ่า2ดญ. สยองซ้ำสงขลา
  17. หนังสือพิพม์ไทยรัฐปีที่48 ฉบับที่14366 วันพฤหัสบดีที่22 พฤษภามคม พ.ศ.2540 ราคา8.00 บาท
  18. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 2)
  19. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 2)
  20. ศักดิ์ 5 ศพถึงชุดพราง 8 ศพ : วงค์ ตาวัน
  21. 25 เม.ย. 2540 ย้อนคดีโหด กับบทเรียนกงกรรมนอกคุก!!
  22. รอยยิ้มสังหาร 5 ศพ สิงหนคร
  23. หนังสือพิพม์ไทยรัฐปีที่48 ฉบับที่14366 วันพฤหัสบดีที่22 พฤษภามคม พ.ศ.2540 ราคา8.00 บาท
  24. ศักดิ์ 5 ศพถึงชุดพราง 8 ศพ : วงค์ ตาวัน
  25. 25 เม.ย. 2540 ย้อนคดีโหด กับบทเรียนกงกรรมนอกคุก!!
  26. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 2)
  27. ย้อนคดีสุดเหี้ยม ฆ่าเรียง 5 ศพ เชือกแขวน ยิ้มสะท้าน 'ศักดิ์ ปากรอ'
  28. แกะรอยจากพระเครื่อง จับมือฆ่า 5 ศพครอบครัว 'บุญทวี' (ตอน 2)
  29. ย้อน 4 คดี "ฆ่ายกครัว"
  30. ย้อนคดีสุดเหี้ยม ฆ่าเรียง 5 ศพ เชือกแขวน ยิ้มสะท้าน 'ศักดิ์ ปากรอ'
  31. มือปืนบุกยิง ปิดตำนาน "ศักดิ์ ปากรอ"
  32. ยิงดับ"ศักดิ์ ปากรอ"อดีตผู้ต้องหาคดีฆ่าแขวนคอ5ศพ
  33. ยิงดับ 'ศักดิ์ ปากรอ' ปิดฉากมือฆ่ายกครัว 5 ศพ เมื่อ 18 ปีก่อน
  34. ย้อนคดีสุดเหี้ยม ฆ่าเรียง 5 ศพ เชือกแขวน ยิ้มสะท้าน 'ศักดิ์ ปากรอ'
  35. กฎแห่งกรรมมีจริง! “ศักดิ์ ปากรอ” อดีตผู้ต้องหาฆ่าแขวนคอ 5 ศพ ถูกดักยิงดับอนาถหน้าบ้านพัก (ชมคลิป)
  36. คดีฆ่า “ศักดิ์ ปากรอ” ตำรวจมุ่งปมขัดแย้งผู้มีอิทธิพลและธุรกิจมืดด่านชายแดน (ชมคลิป)
  37. รอยยิ้มสังหาร 5 ศพ สิงหนคร

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข