เปิดเมนูหลัก

จุมพล มั่นหมาย หรืออดีต พลตำรวจเอก จุมพล มั่นหมาย อดีตรองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลงานด้านนครบาล อดีตผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร[1]อดีต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นิตยสาร Cop's Magazine เกิดเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2493 ที่อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นบุตรชายของ พล.ต.ท.จุฑา และนางขวัญใจ มั่นหมาย

จุมพล มั่นหมาย
Chumpol Manmai.jpg
ภาพจุมพลขณะรับราชการตำรวจ
เกิด23 กันยายน พ.ศ. 2493 (69 ปี)
อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
จบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 82
โรงเรียนตำรวจนครบาล รุ่น 34
โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 26
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 4212
มีชื่อเสียงจากผู้ต้องหาคดีพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลานและประพฤติชั่วร้ายแรง (?-พ.ศ. 2560)
สถานะทางคดี
คุมขัง
คู่สมรสฐนกร มั่นหมาย
บิดามารดาพล.ต.ท.จุฑา มั่นหมาย
ขวัญใจ มั่นหมาย

การศึกษาจบระดับมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่นที่ 82, โรงเรียนตำรวจนครบาลรุ่น 34 , โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่นที่ 26 รุ่นเดียวกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ศึกษาเพิ่มเติม สาขาพัฒนาบริหารศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), หลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูง รุ่นที่ 15, วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 4212

จุมพล มั่นหมาย เริ่มต้นชีวิตราชการจากการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่อำเภออรัญประเทศ ก่อนที่จะย้ายเข้าสู่พื้นที่นครบาล ในตำแหน่ง สารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ (สวป.สน.บางซื่อ) จากนั้นย้ายไปอยู่กองปราบปราม จนเป็นรองผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.)

หลังจากได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจตรี (พล.ต.ต.) แล้วจุมพล มั่นหมายเลื่อนจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผช.ผบช.ภ.1) และได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจโท (พล.ต.ท.) แล้วเลื่อนเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) ก่อนที่จะย้ายมาดูแลงานด้านการข่าวและปราบปราม ด้วยการเป็นผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และได้ใกล้ชิดกับการเมืองมากขึ้น ด้วยการเป็นรักษาการ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ , ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ คนที่ 12 (มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2549 ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) , ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหาร 11) , ที่ปรึกษา (สบ 10) (ทำหน้าที่หัวหน้าที่ปรึกษาด้านความมั่นคง) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผลงานที่สำคัญ ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวที่เคยผ่านมาแล้ว เช่น คดีเพชรซาอุ, คดีฆ่า 2 แม่ลูกครอบครัวศรีธนะขันธ์, คดีสังหารนายแสงชัย สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2552 จุมพล มั่นหมาย ถูกจับตาว่าอาจจะได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ โดยมีชื่อถูกเสนอเคียงคู่มากับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ และได้รับการสนับสนุนจากทางนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านความมั่นคง, นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกลุ่มของทางนายเนวิน ชิดชอบด้วย แต่สุดท้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลือกที่จะเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ นายอภิสิทธ์จึงแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป เป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยาวนานกระทั่งเกษียณอายุราชการ พร้อมกับจุมพล มั่นหมายในปี พ.ศ. 2553

ชีวิตส่วนตัวจุมพล มั่นหมาย มีฉายาที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กจุ๋ม" สมรสกับนางฐนกร มั่นหมาย ด้านสังคม ปัจจุบันเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ปี พ.ศ. 2554 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุจุมพล มั่นหมาย กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง[2]

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้จุมพล มั่นหมายดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ[3]

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งดำเนินคดีรุกป่า ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560[4]และสำนักพระราชวังลงโทษไล่ออกจากราชการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ฐานประพฤติชั่วร้ายแรง ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง[5] และได้ถูกจับกุมพร้อมพวกในช่วงเวลาต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนางฐนกรซึ่งเป็นภรรยารวมอยู่ โดยทุกคนยกเว้นจำเลยได้รับการประกันตัว

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

ถูกเรียกคืนเนื่องจากประพฤติชั่วร้ายแรงมาก

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข