จิรันดร ยูวะนิยม

จิรันดร ยูวะนิยม (14 ธันวาคม 2511 - ) เจ้าของรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาชีวเคมี ประจำปี พ.ศ. 2546 มีความสนใจและได้ทำวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้างสามมิติของโปรตีน การศึกษาเทคนิคการหาโครงสร้างสามมิติโดยอาศัยการหักเหรังสีเอกซ์ของผลึกตัวอย่าง (X-ray crystallography) การประยุกต์ความรู้ทางโครงสร้างของโปรตีนเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เป็นบุตรคนแรกในจำนวนสามคน ของนายกรุงศรี และนางภาคินี ยูวะนิยม สมรสกับนางฉันธนา (ลาภศิริวงศ์) ยูวะนิยม มีบุตรหนึ่งคนคือ นายวริทธิ์ ยูวะนิยม

ประวัติการศึกษาแก้ไข

จิรันดร ยูวะนิยม หรือที่รู้จักกันในนาม ดร.จิรันดร ยูวะนิยม สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนประถมและมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีสาขาเคมี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และระดับปริญญาเอก สาขาชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Ann arbor) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ศึกษาต่อเนื่องตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย จนจบการศึกษาระดับปริญญาเอก เมื่อปี พ.ศ. 2540

ระหว่างการศึกษา ได้รับรางวัลเรียนดีและกิจกรรมดีเด่นต่างๆ มาโดยตลอด ได้รับคัดเลือกไปร่วมกิจกรรม Research Science Institute ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ณ รัฐ New York ได้รับรางวัล ศ.ดร. แถบ นีละนิธิ และ Horace H. Rackham Graduate School Predoctoral Fellowship รวมถึง Dominic D. Dziewiatkowski Outstanding Ph.D. Dissertation Award

ประวัติการทำงานแก้ไข

เข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ ที่ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและนักวิจัยประจำหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศโครงสร้างและการทำงานของโปรตีน (ปัจจุบันคือหน่วยวิจัยเทคโนโลยีโปรตีนและเอนไซม์) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน

ผลงานวิจัยแก้ไข

ดร.จิรันดร ยูวะนิยม มีความสนใจและได้ทำวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้างสามมิติของโปรตีนตลอดมา โดยได้ทุนจาก Horace H. Rackham Graduate School ไปศึกษาเทคนิคการหาโครงสร้างสามมิติ โดยอาศัยการหักเหรังสีเอกซ์ของผลึกตัวอย่าง (X-ray crystallography) ณ Cold Spring Harbor Laboratory รัฐ New York และเป็นผู้หาโครงสร้างสามมิติแรกของเอนไซม์ dual-specificity phosphatase ซึ่งมีความสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ และเป็นผลงานสำหรับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Science (เล่มที่ 272 หน้า 1328) ได้รับทุน WHO/TDR Training Grant จากองค์การอนามัยโลก ไปทำวิจัยที่บริษัทยา F. Hoffmann-La Roche ณ เมือง Basel ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในช่วงปี พ.ศ. 2542-2543 โดยได้ศึกษาโครงสร้างของเอนไซม์พลาสเมปซิน (plasmepsins I and II) ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งในการพัฒนายารักษาโรคมาเลเรีย และได้รับทุนวิจัย Target Research Unit Network จาก Thailand-Tropical Diseases Research Programme (TARUN/T-2) เพื่อศึกษาเอนไซม์ในกลุ่มพลาสเมปซินนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยังได้ร่วมมือกับกลุ่มวิจัยอื่นๆ ในการศึกษาโครงสร้างสามมิติของโปรตีน ที่ทำหน้าที่ตรวจจับและควบคุมการตอบสนองต่อสาร organic peroxide ในเชื้อแบคทีเรีย การศึกษาโครงสร้างสามมิติของเอนไซม์ไดไฮโฟเลทรีดักเทส-ไธมิดิเลทซินเทส (dihydrofolate reductase-thymidylate synthase) จากเชื้อ Plasmodium falciparum ซึ่งเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในการพัฒนายารักษาโรคมาเลเรีย ซึ่งผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติชั้นนำของโลก Nature Structural Biology (เล่มที่ 10 หน้า 357)

นอกจากนั้น ดร.จิรันดร ยังมีความสนใจในการประยุกต์ความรู้ทางโครงสร้างของโปรตีนเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ การศึกษาการเปลี่ยนความจำเพาะของเอนไซม์โดยวิธีวิศวกรรมโปรตีน และได้ร่วมกับ รศ.ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น รศ.ดร. พลังพล คงเสรี และ ดร. เปรมวดี วงษ์แสงจันทร์ จัดตั้งกลุ่มวิจัยเพื่อความเป็นเลิศโครงสร้างและการทำงานของโปรตีน ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ศ.ดร.ม.ร.ว. ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นหน่วยวิจัยเทคโนโลยีโปรตีนและเอนไซม์ เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในระดับสากล และเป็นประโยชน์กับประเทศไทยสืบต่อไป

เกียรติคุณและรางวัลแก้ไข

  • รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ สาขาชีวเคมี ของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ. 2546
  • รับพระราชทาน รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการวิจัย ประจำปีการศึกษา 2547