จักรพรรดิเต้ากวัง

จักรพรรดิเต้ากวัง (จีน: 道光; พินอิน: Dàoguāng) พงศาวดารไทยเรียก เตากวาง[1] เป็นจักรพรรดิองค์ที่เจ็ดแห่งราชวงศ์ชิง และจักรพรรดิชิงองค์ที่ 6 ที่ปกครองประเทศจีนโดยชอบธรรม ครองสิริราชสมบัติจากปี ค.ศ. 1820 ถึงปี ค.ศ. 1850 รัชสมัยของพระองค์เกิด ภัยภายนอก กบฏภายใน นั่นคือ สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง และจุดเริ่มต้นของ กบฏไท่ผิง ที่เกือบจะล้มราชวงศ์ นักประวัติศาสตร์ โจนาธาน สเปนซ์ อธิบายเกี่ยวกับจักรพรรดิเต้ากวังว่ามีลักษณะ เป็นคนดีแต่ไร้ประสิทธิภาพ[2]

เต้ากวัง
003-The Imperial Portrait of a Chinese Emperor called "Daoguang".JPG
ฮ่องเต้องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์ชิง
ครองราชย์3 ตุลาคม ค.ศ. 1820 - 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1850
(29 ปี 145 วัน)
ก่อนหน้าจักรพรรดิเจียชิ่ง
ถัดไปจักรพรรดิเสียนเฟิง
จักรพรรดินีจักรพรรดินีเซี่ยวมู่เฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง
จักรพรรดินีเซี่ยวเฉฺวียนเฉิง
ราชวงศ์ชิง
พระราชบิดาจักรพรรดิเจียชิ่ง
พระราชมารดาจักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย
พระราชสมภพ16 กันยายน ค.ศ. 1782(1782-09-16)
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง
เหมียนหนิง หมิ่นหนิง
สวรรคต25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1850 (67 พรรษา)
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง

พระราชประวัติแก้ไข

จักรพรรดิเต้ากวังประสูติใน พระราชวังต้องห้าม ในปี ค.ศ. 1782 เป็นพระราชโอรสพระองค์รองในจักรพรรดิเจียชิ่ง เดิมมีพระนามว่า เหมียนหนิง (綿寧) (แปลว่า อาทิตย์อัสดง) แต่ภายหลังเปลี่ยนเป็น หมิ่นหนิง (旻宁) (แปลว่า ท้องฟ้า หรือ จักรวาล) เมื่อพระองค์กลายเป็นจักรพรรดิ อักษรตัวแรกของพระนามของพระองค์ถูกเปลี่ยนจาก เหมี่ยน เป็น หมิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงอักษรเหมี่ยนที่ค่อนข้างธรรมดา ความแปลกใหม่นี้ได้รับการแนะนำโดย พระอัยกาของพระองค์ จักรพรรดิเฉียนหลง ที่เชื่อว่าไม่ควรมีภาษาจีนที่ใช้กันทั่วไป เนื่องมาจากธรรมเนียมการตั้งพระนามต้องห้ามในราชวงศ์มาช้านาน

จักรพรรดิเต้ากวัง เสด็จพระราชสมภพจากอัครมเหสีที่มีชื่อว่า จักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย (孝淑皇后) แต่พระราชมารดาได้สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์วัย จักรพรรดิเจี่ยชิงพระราชบิดาจึงได้สถาปนาพระมเหสีองค์ใหม่ขึ้นเป็นจักรพรรดินีเซี่ยวเหอรุ่ย (孝和皇后) ซึ่งเป็นบุตรสาวของอูนาลา ขุนนางพวกเดียวกับเหอเซิน ที่ทรงไม่ไว้วางพระทัย แต่ทรงทำไปด้วยด้วยเหตุผลทางการเมือง นั่นทำให้จักรพรรดิเต้ากวังเมื่อยังทรงพระเยาว์ก็ไม่โปรดในตัวพระนางด้วยเช่นกัน แม้จะมีศักดิ์เป็นพระมารดาเลี้ยงก็ตาม แต่ได้ทรงเปลี่ยนทัศนะที่มีต่อพระนางใหม่ เมื่อครั้งหนึ่งที่ได้เสด็จไปไหว้บรรพกษัตริย์ที่สุสานราชวงศ์ชิงด้วยกัน และได้มีโจรกบฏกลุ่มหนึ่งมาจับตัวพระองค์และพระนางไปพร้อมกับสามัญชนกลุ่มหนึ่ง พวกกบฏบังคับให้พระองค์และพระนางบอกว่าใครเป็นใคร หากเงียบ ก็จะให้จ้วงแทงพระนางด้วยมีด พระนางก็ปิดปากเงียบไม่ยอมบอก นั่นจึงทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระนางมากและยอมรับพระนางในที่สุด

จักรพรรดิเต้ากวัง ขึ้นครองราชย์ภายหลังการสวรรคตอย่างกะทันหันของจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง ในปี พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820) ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานหลบร้อนไปยังเมืองเฉิงเต๋อ ซึ่งได้มีพระราชโองการแต่งตั้งไว้ในพินัยกรรม แต่เนื่องจากการที่สวรรคตในที่ห่างไกลเมืองหลวง จึงทำให้ เจ้าชายสี่ เหมี่ยนซิน พระราชโอรสพระองค์เล็กในพระนางเสี้ยวเหอของคัดค้านว่า เป็นพินัยกรรมปลอม และเตรียมการจะก่อกบฏ พระองค์จึงทรงวางแผนโยนไปให้พระนางเซี่ยวเหอตัดสินและได้ขอกำลังทหารส่วนหนึ่งมาคุ้มกัน ซึ่งพระนางเซี่ยวเหอได้ยอมรับว่า พินัยกรรมนั้นเป็นของจริง และได้พระราชทานอภัยโทษประหารเจ้าชายเหมี่ยนซินไว้

ในรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวัง ได้ทรงหาทางกำจัดขุนนางกังฉินและบรรดาขุนนางที่ไม่เอาการเอางาน จึงทำให้เหล่าขุนนางลับหลังจะนินทาพระองค์อยู่เสมอ ๆ และทำให้ขุนนางแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายต่างก็สนับสนุนพระราชโอรสอันเกิดจากพระมารดาที่เป็นชนเผ่าเดียวกับตน แต่พระองค์ก็ได้หาทางบริหารประเทศอย่างเต็มที่ ในรัชสมัยของพระองค์ประเทศเป็นปึกแผ่น ดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ภายในอ่อนแออันเกิดจากการฉ้อราฎร์บังหลวงที่เป็นระบบกันมานานแต่สมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ในรัชสมัยนี้พระองค์ได้ออกนโยบายให้ทุกคนในวังประหยัด โดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง และเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดคือ สงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่งกับสหราชอาณาจักรในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1839) และ พ.ศ. 2383 (ค.ศ. 1840) ยุคล่าอาณานิคม ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และนำมาสู่การสูญเสียเกาะฮ่องกงและการล่มสลายของราชวงศ์ชิงในภายหลัง

จักรพรรดิเต้ากวังมีอุปนิสัยส่วนพระองค์คือ โปรดปรานปืนเป็นพิเศษ ได้สวรรคตในปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) และผู้ครองราชย์สืบไปคือ เจ้าชายอี้จู่ภายหลังขึ้นครองราชย์ใช้พระนามว่า จักรพรรดิเสียนเฟิง

พระบรมวงศานุวงศ์แก้ไข

  • พระราชบิดา: จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง
  • พระราชมารดา: จักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย
  • พระอัครมเหสี (皇后)
  • หวงกุ้ยเฟย์ (皇貴妃)
    • จิงหวงกุ้ยเฟย์ (静皇貴妃) จากสกุลโป๋เอ่อร์จี้จี๋เท่อ (博爾濟吉特) ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็น จักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง (孝静成皇后)
    • จวงซุ่นหวงกุ้ยเฟย์ (莊順皇貴妃) จากสกุลอูยา (烏雅)
  • กุ้ยเฟย์ (貴妃)
    • ถงกุ้ยเฟย์ (彤貴妃) จากสกุลซูมู่หลู่ (舒穆魯)
    • เจียกุ้ยเฟย์ (佳貴妃) จากสกุลกัวเจีย (郭佳)
    • เฉิงกุ้ยเฟย์ (成貴妃) จากสกุลหนิ่วฮู่ลู่ (鈕祜祿)
  • เฟย์ (妃)
    • เหอเฟย์ (和妃) จากสกุลน่าลา (那拉)
    • เซียงเฟย์ (祥妃) จากสกุลหนิ่วฮู่ลู่ (鈕祜祿)
    • ฉางเฟย์ (常妃) จากสกุลเฮ่อเซ่อหลี่ (赫舍里)
  • ผิน (嬪)
    • เจินผิน (珍嫔) จากสกุลเฮ่อเซ่อหลี่(赫舍里)
    • เถียนผิน (恬嫔)จากสกุลฟู่ฉา (富察)
    • อวี้ผิน (豫嫔) จากสกุลซั่งเจีย (尚佳)
    • เชิงอวี้ผิน (称豫嫔)
    • ซุ่นผิน (順嬪) จากสกุลน่าลา (那拉)
    • เหิงผิน (恆嬪) จากสกุลไช่เจีย (蔡佳)
  • พระสนมขั้นกุ้ยเหริน (貴人)
    • พระสนมผิง (平貴人) จากสกุลจ้าว (趙)
    • พระสนมหลี่ (李貴人) จากสกุลหลี่ (李)
    • พระสนมน่า (那貴人) จากสกุลน่า (那)
    • พระสนมติ้ง(定貴人) จากสกุลซุน (孫)
  • พระสนมขั้นฉางไจ้ (常在)
    • พระสนมม้าน (蔓常在)
  • พระสนมขั้นตาอิ้ง (答应)
    • พระสนมมู่ (睦答應) จากสกุลเฮ่อเซ่อหลี่ (赫舍里)
    • นางข้าหลวง (官女子) จากสกุลหลิว (劉)
  • พระราชโอรส
    • เจ้าชายอี้เว่ย (奕緯,1808–1831) อิ่นจื้อจวิ้นอ๋อง (隐志郡王) สถาปนาหลังสิ้นพระชนม์;พระโอรสในพระอัครชายาเหอ
    • เจ้าชายอี้กัง (奕綱,1826–1827) ซุ่นเหอจวิ้นอ๋อง (顺和郡王) สถาปนาหลังสิ้นพระชนม์;พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าชายอี้จี้ (奕繼,1829–1830) ฮุ่ยจื้อจวิ้นอ๋อง (慧质郡王) สถาปนาหลังสิ้นพระชนม์;พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าชายอี้จู่ (奕詝,1831–1861) ภายหลังเป็นจักรพรรดิ;พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
    • เจ้าชายอี้ฉง (奕誴,1831–1889) ตุนฉินชินอ๋อง (惇勤親王,1846-1889);พระโอรสในพระอัครชายาเซียง
    • เจ้าชายอี้ซิน (奕訢,1833–1898) กงจงชินอ๋อง (恭忠親王,1850-1898);พระโอรสในจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าชายอี้เซฺวียน (奕譞,1840–1891) ฉุนเสียนชินอ๋อง (醇賢親王,1872-1891);พระโอรสในพระมเหสีจวงซุ่น
    • เจ้าชายอี้เหอ (奕詥,1844–1868) จงตวนจวิ้นอ๋อง (鍾端郡王,1850-1868);พระโอรสในพระมเหสีจวงซุ่น
    • เจ้าชายอี้ฮุ่ย (奕譓,1845–1877) ฝูจิ้งจวิ้นอ๋อง (孚敬郡王,1850-1877);พระโอรสในพระมเหสีจวงซุ่น
  • พระราชธิดา
    • เจ้าหญิงตวนหมิ่นกู้หลุนกงจวู่ (端悯固伦公主,1813–1819) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวเซิ่นเฉิง
    • เจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม (1825) พระธิดาของพระอัครชายาเซียง
    • เจ้าหญิงตวนซุ่นกู้หลุนกงจวู่ (端顺固伦公主,1825–1835) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
    • เจ้าหญิงโซ่วอันกู้หลุนกงจวู่ (寿安固伦公主,1826–1860) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวฉวนเฉิง
    • เจ้าหญิงโซ่วจังเหอซั่วกงจวู่ (寿臧和硕公主,1829–1856) พระธิดาของพระอัครชายาเซียง
    • เจ้าหญิงโซ่วเอินกู้หลุนกงจวู่ (寿恩固伦公主,1830–1859) พระธิดาของจักรพรรดินีเซี่ยวจิงเฉิง
    • เจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม (1840–1844) พระธิดาของพระราชเทวีถง
    • เจ้าหญิงโซ่วซีเหอซั่วกู้หลุนกงจวู่ (寿禧和硕公主,1841–1866) พระธิดาของพระราชเทวีถง
    • เจ้าหญิงโซ่วจวงกู้หลุนกงจวู่ (壽莊固倫公主,1842–1884) พระธิดาของพระมเหสีจวงซุ่น
    • เจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม (1844–1845) พระธิดาของพระราชเทวีถง

อ้างอิงแก้ไข

  1. พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2459). "พระราชพงษาวดาร กรุงรัตนโกสินทร รัชกาลที่ ๒ เรื่องราชทูตไปเมืองจีนครั้งที่ ๒". วชิรญาณ. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. Spence 1990, pp. 149, 166.
ก่อนหน้า จักรพรรดิเต้ากวัง ถัดไป
จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง    
จักรพรรดิจีน
(พ.ศ. 2363 — พ.ศ. 2393)
  จักรพรรดิเสียนเฟิง