ค็อกเทล (วงดนตรี)

วงดนตรีร็อคชาวไทย

ค็อกเทล (อังกฤษ: Cocktail) เป็นวงดนตรีสัญชาติไทย จากกรุงเทพมหานคร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545 [1] เป็นศิลปินแนวดนตรีคลาสสิก ป็อปร็อก โดยมีต้นกำเนิดจากการรวมวงดนตรีหลาย ๆ วงในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในระดับมัธยมปลายมาออกจำหน่ายอัลบั้มโดยมีชื่อว่า ค็อกเทล จึงใช้ชื่อนี้ในการแสดงดนตรีเรื่อยมา ปัจจุบัน ค็อกเทล ออกจำหน่ายอัลบั้มแล้วทั้งสิ้น 8 อัลบั้ม 3 อีพี รวมแล้วมากกว่า 90 เพลง

ค็อกเทล
สมาชิกวงค็อกเทล: (ซ้ายบน) ชวรัตน์, (ขวาบน) ฟิลิปส์, (ซ้ายล่าง) เกริกเกียรติ, (ขวาล่าง) ปัณฑพล
สมาชิกวงค็อกเทล: (ซ้ายบน) ชวรัตน์, (ขวาบน) ฟิลิปส์, (ซ้ายล่าง) เกริกเกียรติ, (ขวาล่าง) ปัณฑพล
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่เกิดไทย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
แนวเพลงออลเทอร์นาทิฟร็อก, ร็อก, ออร์เคสตรา, อินดีร็อก, ป็อป, เฮฟวีเมทัล (ช่วงแรก)
ช่วงปีพ.ศ. 2545–2568
ค่ายเพลงมอร์มิวสิค (พ.ศ. 2545–2553)
จีนี่ เรคคอร์ด (พ.ศ. 2553–2564)
ยีนแล็บ (พ.ศ. 2564–2568)
สมาชิกปัณฑพล ประสารราชกิจ
ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย
เกริกเกียรติ สว่างวงศ์
ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์
วิวัฒน์ สว่างวรรณรัตน์
ชรัณ ตัณฑนันทน์
อดีตสมาชิกดู อดีตสมาชิก
เว็บไซต์facebook.com/cheerscocktail

ประวัติ แก้

ช่วงแรกของวงและอัลบั้มแรก ค็อกเทล (พ.ศ. 2545–2546) แก้

ค็อกเทล เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2545 ขณะที่ ปัณฑพล ประสารราชกิจ ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 6 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา[2] โดยปัณฑพล ได้เริ่มแต่งเพลงแรก คือ "ยิ้มให้ฉันหน่อย" จากนั้นจึงร่วมมือกันในการเริ่มทำอัลบั้มกับ วิศรุต เตชะวรงค์ (บู๊ Sky Kick Ranger) ปัณฑพล ยืมเงินของบิดาและมารดา 85,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการทำอัลบั้ม และเริ่มเชิญชวนเพื่อนในโรงเรียนคนอื่น ๆ มาร่วมทำอัลบั้มกับเขา หลังจากนั้น ปัณฑพล ได้แต่งเพลง "ซ้ำซ้อน" ขึ้นมาเพิ่ม ขณะที่ วิศรุต ได้แต่งเพลง "หลบหน้า" "อยาก" และ "รักไม่ลงตัว" ขึ้นมาเพิ่ม เริ่มบันทึกเสียงในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 โดยแบ่งเป็น 2 วง ได้แก่ วงฟอร์เต ซึ่งได้ชื่อมาจากคำว่า เสียงดัง ในภาษาอิตาลี ซึ่งมีสมาชิกคือ ปัณฑพล รวมกับสมาชิกวงดนตรีของวิศรุตที่มีอยู่แล้ว โดยมีสัดส่วนการออกเพลง 6 เพลง ขณะที่อีก 4 เพลง เป็นของวงฟรีฟา ซึ่งได้ชื่อมาจากการผสมกันของชื่อวงฟรายเดย์ และโซฟาที่สมาชิกของวงชื่นชอบ แรกเริ่มคำว่า ค็อกเทล นั้นไม่ใช่ชื่อวง แต่เป็นชื่ออัลบั้มที่เสนอขึ้นโดยวิศรุต เนื่องจากเป็นชื่อที่มีความหมายของการผสมกันของเครื่องดื่ม เปรียบเหมือนกับงานดนตรีของวงที่เป็นการรวมตัวของนักเรียน และด้วยอีกเหตุหนึ่ง คือ ข้อสอบการอ่านภาษาอังกฤษ (Reading Comprehension) ที่โรงเรียนออกในช่วงนั้น ออกเกี่ยวกับเรื่องค็อกเทลด้วย[3]

อัลบั้มของพวกเขาได้ออกจำหน่ายสำเร็จในงานกีฬาสีของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ต่อมาได้มีการวางจำหน่ายในร้านดีเจสยาม และ น้องท่าพระจันทร์ เป็นอัลบั้มที่เริ่มทำให้วงเป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียนมัธยมปลาย และสร้างกลุ่มแฟนที่สนใจผลงานขึ้นมาได้บ้างในเวลานั้น อัลบั้มนี้มีเพลงที่เป็นที่รู้จักอย่าง "ซ้ำซ้อน" "หลบหน้า" และ "เศษซากความฝัน" ลักษณะของอัลบั้มใกล้เคียงความเป็นอัลบั้มรวบรวมมากกว่างานของค็อกเทลวงเดียว กล่าวคือเป็นการรวมตัวกันของนักดนตรีมัธยมปลายภายในโรงเรียนเตรียมอุดมหลาย ๆ วง โดยเพลง "หลบหน้า" และ "Nobody" เป็นเสียงร้องของวิศรุต

อัลบั้ม 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ (พ.ศ. 2546–2549) แก้

หลังจากนั้นค็อกเทลก็ได้ออกอีพี อินไซด์ (Inside) ในปี พ.ศ. 2546 เพื่อรองรับความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากอัลบั้มแรก สมาชิกหลายคนในช่วงอัลบั้มแรกได้แยกย้ายกันไปศึกษาต่อกันในระดับอุดมศึกษา แต่สมาชิกที่ยังเหลืออยู่ 4 คน ได้แก่ โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ (ร้องนำ), บู๊ - วิศรุต เตชะวรงค์ (กลอง), หลง - วิทวัศ หลงชมบุญ (เบส) และ ธิป - ธิปรัชต์ โชติบุตร (กีตาร์) ได้ตัดสินใจรวมตัวกันเป็นวง โดยตั้งใจจะใช้ชื่อว่า ค็อกเทล ต่อไป อย่างไรก็ตามแนวเพลงในอัลบั้มนี้ก็ยังไม่มีมีการกำหนดตายตัวแต่อย่างใด พวกเขาเริ่มต้นทำงานเพลงอัลบั้มที่ 2 ต่อไป โดยเริ่มแต่งเพลงในช่วงปลายปี พ.ศ. 2545 จนถึงกลางปี พ.ศ. 2547 และเริ่มบันทึกเสียงตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ช่วงนั้น ธิป มือกีตาร์ ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ จึงต้องหามือกีตาร์คนใหม่ ซึ่งได้ เอกซ์ ปาริวัฒน์ สุวรรณชัย เข้ามาแทน[4] ต่อมาค็อกเทลได้ออกจำหน่ายอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ในชื่อ 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ ในปี พ.ศ. 2547 เป็นอัลบั้มที่แนวทางของวงเปลี่ยนแปลงมาเป็นร็อกอย่างเต็มตัว แต่เนื่องจากเพลงในอัลบั้มนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางแต่ไม่มีการโปรโมตวงดนตรีเท่าที่ควร ทำให้เกิดลักษณะของการที่เพลงเป็นที่รู้จักมากกว่าวง

อัลบั้ม อินเดอะเมโมรีออฟซัมเมอร์โรมานซ์ (พ.ศ. 2549–2553) แก้

หลังจากอัลบั้มชุด 36,000 ไมลส์อะเวย์ฟรอมเฮียร์ ค็อกเทลได้มีสมาชิกใหม่อีก 2 คน คือ อายุ จารุบูรณะ อดีตมือกลองจาก Saliva Bastard และ เชา - ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย พร้อมกับทำผลงานอีพี Final Light ในปี พ.ศ. 2550 และสตูดิโออัลบั้มชุดใหม่ในชื่อ อินเดอะเมโมรีออฟซัมเมอร์โรมานซ์ (In the Memory of Summer Romance) โดยได้ใช้เวลาถึง 3 ปี อัลบั้มชุดนี้ออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2551 มีแนวเพลงที่แตกต่างจากร็อกในอัลบั้มของค็อกเทลชุดก่อน มีเพลง "พันธนาการ" ที่เป็นดนตรีสังเคราะห์ที่ผสมผสานกับดนตรีร็อก นอกจากนี้อัลบั้มนี้ ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสีสันอวอร์ด ประจำปี 2551 สาขาเพลงบรรเลงยอดเยี่ยมจากบทเพลง "ดาราดับแสง" เวอร์ชันบรรเลงอีกด้วย ต่อมาค็อกเทลจึงได้เซ็นสัญญากับสังกัดจีนี่เรคคอร์ดส[5]

อัลบัม เท็นเทาซันด์เทียส์ (พ.ศ. 2553–2555) แก้

ในปี พ.ศ. 2553 ค็อกเทลได้ออกอีพีในชื่อ วัย ในอัลบั้มประกอบด้วยเพลง "วัย" ในเวอร์ชันต่าง ๆ ซึ่งอัลบั้มนี้ผลิตจำกัด 1,000 แผ่นเท่านั้น วางจำหน่ายวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ทุกแผ่นหักเป็นค่าทำบุญหนังสือเรียน โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโพธ์ศรี จังหวัดสิงห์บุรี[6]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2554 ค็อกเทลได้ออกสตูดิโออัลบั้มที่มีชื่อว่า เท็นเทาซันด์เทียส์ ชื่อของอัลบั้มมีที่มาจากชื่อเพลง "ฉันร้องไห้เป็นหมื่นครั้งเพื่อมาเจอเธอ" และงานในอัลบั้มนี้ ถึงแม้ว่าค็อกเทลจะมีสมาชิกเพียง 3 คน แต่ในอัลบั้มมีนักดนตรีเข้าร่วมบันทึกเสียงด้วยถึงกว่า 40 ชีวิต เพื่อสร้างสีสันผสมผสานแนวดนตรีให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยทำการบันทึกเสียงเครื่องดนตรีสดทุกชิ้น และเพลง "วัย" ก็ได้บรรจุอยู่ในอัลบั้มนี้ด้วย

อัลบั้ม เดอะลอดส์ออฟมิสเซอรี (พ.ศ. 2555–2558) แก้

ในอัลบั้มนี้ เดอะลอดส์ออฟมิสเซอรี เป็นการกลับมาของมือเบส ปาร์ค - เกริกเกียรติ สว่างวงศ์ ส่วนอายุ จารุบูรณะ ได้ขอลาออกไปทำตามคำสัญญากับเพื่อนมัธยมที่จะสร้างวงดนตรีด้วยกัน จึงได้ ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์ เข้ามาทำหน้าที่มือกลองแทน เปิดตัวด้วยเพลง "คุกเข่า" มีเพลง "โปรดเถิดรัก" เป็นเพลงแรกที่ได้ร่วมงานกับวงออเคสตราเต็มวง และเป็นเพลงที่ตัดออกมาจากประโยคเล็ก ๆ ในเพลง "เธอทำให้ฉันเสียใจ" ในสตูดิโออัลบั้มชุดที่แล้วของวง และนำมาขยายความ และเป็นเพลงแรกที่ทำมิวสิกวิดีโอเนื้อเรื่อง และเพลง "เธอ" เป็นการกลับมากำกับมิวสิกวิดีโอครั้งแรกในรอบ 20 ปีของ นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการของค่าย โดยได้ภรรยาของโอมมาร่วมแต่งเพลงนี้อีกด้วย[7]

นอกจากนี้ ยังได้มีการทำผลงานเพลงกับศิลปินอื่น โดยในปี พ.ศ. 2556 โอมได้ทำผลงานเพลง "ทางที่เลือก" ร่วมกับ ต้า พาราด็อกซ์ และแอร์ เดอะมูสส์ รวมถึงในปี พ.ศ. 2557 ค็อกเทลได้ทำผลงานเพลงคัฟเวอร์ "ข้าน้อยสมควรตาย" ของบิ๊กแอส เพื่อนำไปประกอบภาพยนตร์ ตีสาม คืนสาม 3D และเพลง "หนังสือรุ่น" นำไปประกอบละครซีรีส์ เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 วงได้ออกซิงเกิลที่ห้าของอัลบั้มด้วยเพลง "คู่ชีวิต" และมีกำหนดการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของค็อกเทล เดอะฮาร์ตเลสไลฟ์ ขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2558[8] จัดที่เมืองไทย จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์

อัลบั้ม ค็อกเทล (ชุดที่ 6) (พ.ศ. 2559–2562) แก้

 
ค็อกเทล ขณะแสดงสดในงาน MRT Music Journey ในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566 ณ สถานีสวนจตุจักร

สตูดิโออัลบั้ม "ค็อกเทล" ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดที่ 6 ของวง โดยเป็นครั้งแรกของวงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในการออกอัลบั้มใหม่ แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ของวงเป็นสัญลักษณ์ตัวซี ที่ทับอยู่บนไม้กางเขน โดยปรากฏครั้งแรกในเพลง ทำดีไม่เคยจำ พ.ศ. 2560 โดยอัลบั้มนี้ซิงเกิลโปรโมทเพลงแรกคือ เพลง"ช่างมัน" ซึ่งออกจำหน่ายในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 [9] โดยอัลบั้มชุดนี้ประกอบไปด้วย 11 บทเพลงซึ่งก่อนหน้าการออกจำหน่ายได้มีเพลงที่ได้เผยแพร่ทางออนไลน์แล้ว 7 เพลงและเพลงที่เหลือได้ถูกเผยแพร่บนช่องทางออนไลน์หลังจากจำหน่ายอัลบั้มแล้วในเวลาต่อมา โดยอัลบั้มนี้ได้ออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562 และได้มีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มในวันเดียวกัน ณ ลานหน้า ฮาร์ด ร็อค คาเฟ่ สยามสแควร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร [10]

การยุบวง (พ.ศ. 2567–2568) แก้

เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567 โอมได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า วงค็อกเทลจะยุบวงใน พ.ศ. 2568 และโอมจะยุติการเป็นนักร้องในคราวเดียวกัน โดยได้มีการเตรียมตัวในการยุบวงมาก่อนหน้านั้นแล้วเป็นเวลาหลายปี เช่น การจัดเตรียมกองทุนของวง การจัดสรรผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการแถลงยุบวงนี้ได้แถลงล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 2 ปี เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการอำลาแฟนเพลง โดยใน พ.ศ. 2567 จะมีการจัดคอนเสิร์ตพิเศษในเดือนพฤษภาคม และจะขึ้นแสดงในงานจ้างที่รับไว้ รวมถึงเทศกาลดนตรีต่าง ๆ เป็นปีสุดท้าย จากนั้นในปี พ.ศ. 2568 ค็อกเทลจะทำกิจกรรมอำลาวงและจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายต่อไป[11]

สมาชิก แก้

ปีที่สมาชิกเข้าหรือออกจากวงประมาณการจากปีที่มีการจำหน่ายอัลบั้ม

เส้นเวลา

ผลงาน แก้

 
อัลบั้ม เฟท แอลฟา (Fate αlpha) และ เฟท โอเมกา (Fate Ωmega)

อัลบั้ม แก้

คอนเสิร์ต แก้

รางวัล แก้

ปี รางวัล สาขาที่เข้าชิง จากผลงาน ผลการตัดสิน
2565 โทตี้มิวสิกอวอร์ดส์ 2021[13] ภาพหน้าปกแห่งปี "Fate αlpha" ชนะ
2566 โทตี้มิวสิกอวอร์ดส์ 2022[14] "Fate Ωmega" เสนอชื่อเข้าชิง

อ้างอิง แก้

  1. ข้อเท็จจริงบางอย่างของวง ที่หลายๆคนไม่รู้
  2. "story of cocktail ประวัติที่มาและการก่อตั้งวงค็อกเทล". facebook.com. 12 กันยายน 2553. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  3. วันนี้เราจะออกอากาศรายการสดที่ pop channal นะครับ
  4. "อัลบั้ม 36,000 Miles Away From Here - ค็อกเทล". siamzone. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  5. "genie records : COCKTAIL สมาชิกใหม่บ้านจีนี่ ปล่อยซิงเกิ้ลแรกใช้ชื่อเพลงว่า "เวลา"". genie-records.com. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  6. "Would u like 2 drink"cocktail":) ?". ChristainFans at sites.google.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-10-12. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  7. "The Lords Of Misery อัลบั้มใหม่ Cocktail วางแผงแล้ววันนี้". genie-records.com. September 29, 2014. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2557. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  8. Cocktail : The Heartless Live thaiticketmajor.com
  9. "ช่างมัน ซิงเกิ้ลใหม่จาก COCKTAILเพราะเวลาเปลี่ยน ใจของคนเปลี่ยน". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-08-08. สืบค้นเมื่อ 2020-04-20.
  10. "ครั้งแรกในโลก! คอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มค็อกเทล".
  11. "แฟนๆ ใจหาย วงดนตรีร็อค COCKTAIL ประกาศยุบวงในปี 2025". สนุก.คอม. 29 มกราคม 2023. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  12. Cocktail The Heartless Live คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ ค็อกเทล
  13. สุพัฒน์ ศิวะพรพันธ์ (March 1, 2022). "สรุปผลรางวัล TOTY Music Awards 2021 Tilly Birds คว้า 4 รางวัลใหญ่ 4EVE คว้ารางวัล Best Music of the Year และ Best Female Group". The Standard. สืบค้นเมื่อ March 1, 2022.
  14. สุพัฒน์ ศิวะพรพันธ์ (2023-03-14). "สรุปผลรางวัล TOTY Music Awards 2022". THE STANDARD. สืบค้นเมื่อ 2023-03-17.

แหล่งข้อมูลอื่น แก้