คีรี กาญจนพาสน์

นักธุรกิจชาวไทย มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าบีทีเอส

คีรี กาญจนพาสน์ (เกิด พ.ศ. 2493) ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)[1] ผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนทางรางสายแรกของประเทศไทย[2] และเป็นมหาเศรษฐีลำดับที่ 14 ของไทยประจำปี 2563 โดยการจัดอันดับของนิตยสารฟอบส์[3]

คีรี กาญจนพาสน์
เกิดพ.ศ. 2493
ประเทศไทย
อาชีพนักธุรกิจ
ศาสนาพุทธ
คู่สมรสจิตรียา กาญจนพาสน์
บุตรกวิน กาญจนพาสน์

ประวัติแก้ไข

คีรี กาญจนพาสน์ เป็นทายาทรุ่นที่สองของมงคล กาญจนพาสน์ โดยเป็นบุตรคนที่ 7[4] ในจำนวนพี่น้องที่มีอยู่ทั้งหมด 11 คน และเป็นน้องชายของอนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของโครงการเมืองทองธานี

เดิมบิดาของคีรี อพยพมาจากเมืองจีน ประกอบธุรกิจขายและซ่อมนาฬิกาในประเทศไทย โดยธุรกิจนาฬิกาในเมืองไทยของบิดาคีรี ที่เป็นรากฐานการสะสมทุนในการสร้างอาณาจักรสเตลักซ์ขึ้นที่ฮ่องกง เพื่อผลิตและจำหน่ายนาฬิกายี่ห้อที่มีชื่อเสียงเช่น "ซิตี้ เชน"[5] ซึ่งมีสาขาอยู่ทั้งในฮ่องกงและไต้หวัน ตอนเขาอายุได้ 13 ปี คีรีได้เดินทางไปอยู่ที่ฮ่องกงกับบิดา และใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกงเป็นเวลาถึง 30 ปี

ชีวิตครอบครัว คีรีมีบุตรชาย 1 คน คือ กวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกบ้านและธุรกิจบริการด้านดิจิทัล

จุดเริ่มต้นการประกอบธุรกิจแก้ไข

เมื่อตอนอายุ 38 ปี คีรีและพี่ชาย (อนันต์ กาญจนพาสน์) ได้เดินทางกลับมาสู่ประเทศไทย เพื่อมาดูธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ของมงคล กาญจนพาสน์ ผู้เป็นบิดา ซึ่งได้ซื้อที่ดินเก็บสะสมไว้ โดยคีรีได้ตั้งบริษัทที่ชื่อว่า บมจ.ธนายง และในปี พ.ศ. 2531 บมจ.ธนายง ได้เปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ย่านถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ในชื่อโครงการ ธนาซิตี้[4]

ระบบขนส่งมวลชนทางรางสายแรกของประเทศไทยแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2533 กรุงเทพมหานคร โดยการนำของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น ได้มีการเปิดประมูลโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ซึ่ง บริษัท ธนายง จำกัด ในนามของคีรี กาญจนพาสน์ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการ โดยมีบริษัทคู่แข่งที่เข้าร่วมประมูลอีก 3 บริษัท และสามารถชนะการประมูลได้ ในเวลาต่อมากรุงเทพมหานครได้อนุมัติสัมปทานในการก่อสร้างและจัดการก่อสร้างให้กับ บริษัท ธนายง จำกัด (บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในปัจจุบัน) ซึ่งเดิมเป็นระบบรถไฟรางเบา (ไลท์เรล) แต่ก็เกิดปัญหาในระหว่างการก่อสร้าง นั่นคือการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงที่สวนลุมพินี ซึ่งประชาชนได้ออกมาคัดค้านการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากผิดพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการสร้างสวนสาธารณะของประชาชน จนเป็นเหตุให้ต้องต่อขยายเส้นทางไปถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) และเนื่องจากมีระยะทางที่ไกลขึ้น จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างของโครงการ จากระบบรถไฟรางเบาเป็นระบบรถไฟรางหนัก

หลังจากที่รถไฟฟ้าธนายง (รถไฟฟ้าบีทีเอส ในปัจจุบัน) เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2542 ผลตอบรับกลับไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากเกิดสภาวะขาดทุน ระยะทางของเส้นทางยังสั้น ประกอบกับยังไม่มีรถไฟฟ้าสายอื่นมาช่วยเสริมโครงข่ายเส้นทางให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือเรื่องราคาค่าโดยสาร ซึ่งเศรษฐกิจในขณะนั้นกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอันมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540 ทำให้รถไฟฟ้ายังคงไม่ใช่ทางเลือกในการเดินทางที่ดีที่สุด จนกระทั่งปี พ.ศ. 2551 ผู้โดยสารที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและรายได้ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย คีรีตัดสินใจปรับโครงสร้างทางธุรกิจ โดยให้ ธนายง เข้าไปเทคโอเวอร์บีทีเอสซี และเปลี่ยนชื่อมาเป็น บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในปัจจุบัน คีรีได้เข้าซื้อหุ้นสื่อโฆษณาจากวีจีไอ และได้สัมปทานบริหารสื่อโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้าด้วย[6]

การศึกษาแก้ไข

  • ไม่ทราบ พ.ศ. - ไฮสกูล รร. พุ่ยจิง เกาลูน[7]
  • พ.ศ. 2553 - หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.10) ปี 2553 สถาบันวิทยาการตลาดทุน
  • พ.ศ. 2554 - หลักสูตรประกาศนียบัตร Director Accreditation Program (DAP) ปี 2554 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

อ้างอิงแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข