เปิดเมนูหลัก
คลองในไก่หรือคลองมะขามเรียงอยู่บริเวณด้านขวาบนเกาะเมือง ขนานไปกับแม่น้ำป่าสักทางทิศตะวันออก

คลองในไก่, คลองนายก่าย หรือ คลองมะขามเรียง เป็นแนวคลองขุดโบราณบนเกาะเมืองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อมคลองมหาไชยทางทิศเหนือกับแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศใต้ ถือเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมระหว่างเกาะเมืองไปสู่นอกเกาะเมือง และเป็นคลองที่มีขนาดยาวที่สุดในเกาะเมือง

ศัพทมูลวิทยาแก้ไข

คลองได้ชื่อว่า "นายก่าย" คำว่า นายก่าย หรือในไก่ มาจากภาษาจีน (內街) เป็นคำภาษาจีนฮกเกี้ยน แปลว่า "ตลาดถนนใน" บ้างก็ว่าตั้งตามชื่อชาวจีนคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้าขุดคลอง[1] ภายหลังเรียกเพี้ยนเป็น "ในไก่"[2]

ส่วนชื่อ "คลองมะขามเรียง" ที่เป็นชื่อนิยมนั้น เกิดขึ้นจากการพัฒนาคลองในไก่ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีการตัดถนนเลียบคลอง และปลูกต้นมะขามเรียงรายด้วยจึงได้ชื่อนี้มา[3]

ประวัติแก้ไข

ช่วงต้นอาณาจักรอยุธยา ได้มีชาวจีนเข้ามาตั้งชุมชนนอกเกาะเมือง ได้แก่บริเวณแหลมบางกะจะ คลองสวนพลู และปากน้ำแม่เบี้ย จนประชาคมเริ่มขยายตัวขึ้น ผู้คนจึงหลั่งไหลข้ามมาตั้งถิ่นฐานบนเกาะเมืองบริเวณหลังป้อมเพชร กลายเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ดังสังเกตได้จากโบราณสถาน วัดร้าง สุสาน และโบราณวัตถุจำนวนมากเรียงรายตามฝั่งคลอง[3] ในช่วงเวลานี้ได้มีการก่อตั้งกรมท่าซ้าย มีขุนนางตำแหน่งออกญาโชฎึกราชเศรษฐี เป็นผู้ปกครองชาวเอเชียจากบูรพาทิศ อันได้แก่ จีน ญี่ปุ่น รีวกีว ญวน และฟอร์โมซา โดยอยู่ภายใต้การปกครองของออกญาศรีธรรมราช เสนาบดีพระคลังสินค้า ด้วยเหตุนี้จึงมีการขุดคลองในไก่ขึ้น เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรระหว่างชุมชนชาวจีนกับชุมชนอื่น ๆ ในเกาะเมือง[3] ชาวจีนที่อาศัยแถบคลองในไก่นี้ส่วนใหญ่เป็นฮกเกี้ยนซึ่งเป็นกลุ่มชนชั้นผู้ดี[4] และชาวจีนกลุ่มดังกล่าวนี้ก็มีส่วนร่วมกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีในการต่อสู้ศึกและฟื้นฟูอาณาจักรในเวลาต่อมาด้วยมองว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา[3]

ในอดีตย่านในไก่ถือเป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ที่สำคัญของชาวจีนในอยุธยา มีทั้งตลาดใหญ่และตลาดน้อยตั้งอยู่ริมสองฝั่งคลองในไก่ ถือเป็นชุมชนจีนประจำเมือง (China Town) ของอยุธยา แต่ปัจจุบันตลาดทั้งสองแห่งนั้นไม่มีแล้ว[5][6] และยังมีความสำคัญอีกอย่างด้วยเป็นที่ตั้งของเคหสถานเดิมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ที่ในหนังสืออภินิหารบรรพบุรุษและพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงระบุไว้เพียงว่าอยู่บริเวณวัดสุวรรณดารารามไปจนถึงป้อมเพชรและคลองในไก่[5][7][8] ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกก็ทรงสืบเชื้อสายฮกเกี้ยนจากชุมชนวัดสุวรรณดารารามฝั่งตะวันออกของคลองในไก่นี้[4]

คลองในไก่ได้รับการพัฒนาในช่วงรัฐบาลจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ที่มีการตัดถนนเลียบคลองและปลูกต้นมะขามเรียงราย และเรียกถนนสายนี้ว่า "ถนนคลองมะขามเรียง" และถูกไปเรียกเป็นชื่อคลองด้วยว่า "คลองมะขามเรียง"[3] ปัจจุบันคลองในไก่และคลองฉะไกรใหญ่ถือเป็นสองคลองบนเกาะเมืองที่สามารถรอดพ้นการบุกรุกหรือถมที่จากราษฎรไปได้[9]

ลักษณะแก้ไข

คลองมีลักษณะตรงทอดยาวในแนวเหนือใต้เช่นเดียวกับคลองอื่น ๆ ทิศเหนือทะลุคลองมหาไชยที่สามารถต่อไปถึงแม่น้ำลพบุรีหรือแม่น้ำป่าสักได้ ส่วนทิศใต้ทะลุแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมเพชร ถือเป็นคลองขุดที่มีขนาดยาวที่สุดในเกาะเมือง[3] ทิศตะวันตกมีคลองบางเอียนแยกออกไป และมีคลองอีกสายหนึ่งเชื่อมคลองในไก่กับคลองประตูจีน[9]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ระยับศรี กาญจนะวงศ์. ประวัติศาสตร์อยุธยา ถนนป่าตองและคลองในไก่. พระนครศรีอยุธยา : สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 2544
  2. "วัดหอระฆัง วัดร้างโบราณ ริมคลองมะขามเรียง พระนครศรีอยุธยา". ภารกิจเที่ยววัด. 15 มิถุนายน 2557. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2560.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 กำพล จำปาพันธ์. อยุธยา จากสังคมเมืองท่านานาชาติ สู่มรดกโลก. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2559. หน้า 28-29
  4. 4.0 4.1 กำพล จำปาพันธ์ (9 เมษายน 2557). "เคารพและเข้าใจประวัติศาสตร์อโยธยา-อยุธยา หยุดรื้อสุสานจีนที่วัดพนัญเชิง". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 22 มีนาคม 2560.
  5. 5.0 5.1 "สำรวจ"อยุธยา" ป้อมเพชร-วัดสุวรรณฯ "บ้านเดิม"รัชกาลที่ 1". มติชนรายวัน. 6 เมษายน 2559. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2560.
  6. สุจิตต์ วงษ์เทศ (17 กุมภาพันธ์ 2559). "China Town ยุคอยุธยา ถูกทำลาย เพราะไทยไม่มีประวัติศาสตร์สังคม". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2560.
  7. สุจิตต์ วงษ์เทศ (7 เมษายน 2559). "วัดสุวรรณดาราราม อยุธยา ย่านเคหสถานเดิม ร.1". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2560.
  8. พรรณราย เรือนอินทร์ (7 เมษายน 2559). "จาก ป้อมเพชร ถึง วัดระฆังฯ "นิวาสสถานเดิม" รัชกาลที่ 1". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2560.
  9. 9.0 9.1 ณัฐดนัย ใหม่ซ้อน (8 พฤศจิกายน 2558). "อยุธยา (อยู่) กับน้ำ ฟื้นคูคลองเมืองมรดกโลก". อิศรา. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2560.