เปิดเมนูหลัก

ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร

ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร หรือ ครูบามหาเถร เป็นมหาเถระที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในภาคเหนือ (ล้านนา) และเป็นผู้แตกฉานในภาษาบาลีและภาษาล้านนา เจ้าหลวงเชียงใหม่ทรงตั้งฉายาให้ท่านว่าครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร ถือเป็นปฐมครูบาเจ้าแห่งล้านนา

ครูบาเจ้ากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร
(ปอย กญฺจโน)
ครูบามหาเถร.jpg
เกิด พ.ศ. 2332 นครแพร่
มรณภาพ พ.ศ. 2421
อายุ 89 ปี
อุปสมบท พ.ศ. 2352
พรรษา 69
ท้องที่ แพร่

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร หรือ ครูบามหาเถร เป็นมหาเถระนักปฏิบัติที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในภาคเหนือ (ล้านนา) มีชื่อเดิมว่าปอย บิดาชื่อนายสปินนะ มารดาชื่อนางจันทร์ทิพย์ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2332 ปีระกา ที่อำเภอสูงเม่น เมืองนครแพร่ (ปัจจุบันคือจังหวัดแพร่) บวชเป็นสามเณรตั้งแต่เด็กและอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อปี พ.ศ. 2352 ณ วัดศรีชุม จังหวัดแพร่ ได้รับฉายาว่า "กัญจนภิกขุ" ท่านได้ทำการศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและภาษาบาลีจนแตกฉาน รวมทั้งภาษาบาลี ได้ช่วยเป็นครูสอนพระภิกษุในวัดศรีชุมต่อมาระยะหนึ่ง ก่อนย้ายกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสูงเม่น ครูบามหาเถรให้ความสนใจทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน มุ่งศึกษาจนแตกฉาน สามารถเป็นครูสอนได้อย่างเชี่ยวชาญ ภายหลังได้ไปศึกษาต่อที่วัดสวนดอก (พระอารามหลวง) จังหวัดเชียงใหม่ เข้ารับการศึกษาด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานกับพระมหาราชครูแห่งวัดสวนดอก เนื่องด้วยพระมหาราชครูมีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ มีอำนาจทางคณะสงฆ์เป็นอย่างมาก แต่ท่านให้ความเลื่อมใสครูบามหาเถรที่มีความเชี่ยวชาญด้านอักษรบาลีและพระธรรมวินัย จึงได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร มรณภาพ พ.ศ. 2421 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 69 ณ วัดป่ามะม่วง เมืองระแหง (จังหวัดตากในปัจจุบัน) ตรงกับปีที่ครูบาศรีวิชัยกำเนิด

สมณศักดิ์แก้ไข

ครูบามหาเถร ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เมื่อปี พ.ศ. 2402 ได้รับสมณศักดิ์ฉายาจากเจ้าหลวงนครเชียงใหม่ว่า "ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร"

ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ใฝ่ในการศึกษาล่าเรียนต่อในประเทศพม่า จนสำเร็จฌาณสมาบัติชั้นสูง ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ นำมาทูลเกล้ามาถวายพระยาอินทวิไชย เจ้าผู้ครองนครแพร่ ต่อมาพระยานครแพร่ได้นำเข้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่พระองค์ท่านทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงให้นำกลับมาไว้ที่เจดีย์วัดมหาโพธิ์ ตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นสมบัติของชาวแพร่สืบไปตำบลป่าแมต อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และได้รวบรวมคัมภีร์ใบลานจากหลวงพระบาง แพร่ น่าน มาไว้ที่หอพระไตรปิฎกวัดสูงเม่น

การสร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานแก้ไข

ท่านได้บูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนาไว้ทั่วภาคเหนือ สะสมสรรพวิชาไว้ในคัมภีร์ใบลาน นอกจากนี้ ชาวสูงเม่นได้ร่วมกันสร้างเจดีย์ทรงหกเหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 ภายในบรรจุพระบรมธาตุและพระสารีริกธาตุ ซึ่งครูบามหาเถรนำมาจากประเทศพม่าเมื่อปีพ.ศ. 2383 จำนวน 3 ดวง ประดิษฐานรูปจำลองของครูบามหาเถร สร้างเสร็จเมื่อปีพ.ศ. 2508 ครูบามหาเถรใช้เส้นทางเดินศึกษาธรรมะจากนครแพร่ไปนครเชียงใหม่ จากนครแพร่ไปเมืองตาก ผ่านแม่สอด เมืองระแหง ข้ามไปประเทศพม่า อาทิ

  • พ.ศ. 2383 สร้างเจดีวัดมหาโพธิ์ ต.ป่าแมต อ.เมือง แพร่
  • พ.ศ. 2403 หล่อระฆังกังสดาลใหญ่ที่วัดพระสิงห์
  • พ.ศ. 2412 ร่วมกับพระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ พระเจ้านครเชียงใหม่ บูรณปฏิสังขรณ์หอพระไตรปิฎก วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
  • สร้างหอไตร และแกะสลักพระพุทธรูปไม้จำนวนมากวัดสูงเม่นและวัดศรีดอก ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น รวมไปถึงวัดดอนแก้ว ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น

ปัจจุบัน วัดสูงเม่นได้เก็บรวบรวมคัมภีร์โบราณล้านนาไว้จำนวนมาก กลายเป็นแหล่งวรรณกรรมและตำรายา รวมถึงการบันทึกเรื่องราวในอดีตไว้อย่างน่าสนใจ จากการสำรวจและศึกษาวิจัย พร้อมทั้งทำการรวบรวมเก็บรักษาอย่างถูกวิธี โดยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ม.ร.ว.รุจยา อาภากร เป็นประธานคณะกรรมการ, ดร.ฮัลเลห์ เพนธ์ เป็นที่ปรึกษา เข้ามาศึกษาค้นคว้าเพื่อการอนุรักษ์และจัดแยกหมวดหมู่ ถ่ายไมโครฟิล์มไว้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดแยกคัมภีร์ออกเป็นมัด บรรจุใส่ถุงผ้าจำนวน 2,567 มัด จัดเป็นผูกได้ 8,845 ผูก

จำแนกหมวดหมู่ รหัสชื่อเรื่อง ระบุจำนวนผูกปีและรหัสไมโครฟิล์มไว้อย่างเป็นระบบ บรรจุใส่ตู้จำนวน 10 หลัง มีอยู่ทั้งหมด 21 หมวด ดังนี้

  1. พระวินัย
  2. พระสุตตันปิฏก
  3. พระอภิธรรม
  4. คัมภีร์ภาษาบาลี
  5. บทสวดมนต์
  6. อานิสงส์
  7. ชาดก
  8. โอวาทคำกลอน
  9. ประเพณีพิธีกรรม
  10. ธรรมทั่วไป
  11. นิยายธรรม
  12. นิยายนิทานพื้นบ้าน
  13. ตำนานพุทธศาสนา
  14. ตำนานเมือง ราชวงศ์
  15. กฎหมาย
  16. ตำราอักษรศาสตร์
  17. กวีนิพนธ์ ร้อยกรอง
  18. ตำราโหราศาสตร์
  19. ตำรายา
  20. รวมหลายหมวด
  21. อื่นๆ

ครูบามหาเถร จึงนับเป็นพระภิกษุที่ทำคุณประโยชน์ให้กับพระพุทธศาสนาไว้อย่างมหาศาลยิ่ง

อ้างอิงแก้ไข

  • ศรีศักร วัลลิโภดม และ วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. นครแพร่ จากอดีตมาปัจจุบัน ภูมินิเวศวัฒนธรรม ระบบความเชื่อ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. กรุงเทพฯ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย. 2551. หน้า 194 – 195