คริสโตเฟอร์ รอส กันเทอร์ (เกิดวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1989) เป็นนักฟุตบอลชาวเวลส์ ตำแหน่งกองหลัง ปัจจุบันเล่นให้กับเอเอฟซี วิมเบิลดัน

คริส กันเทอร์
กันเทอร์กับเวลส์ใน ค.ศ. 2016
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม คริสโตเฟอร์ รอส กันเทอร์[1]
วันเกิด (1989-07-21) 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 (34 ปี)[1]
สถานที่เกิด นิวพอร์ต เวลส์
ส่วนสูง 5 ft 11 in (1.80 m)[1]
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เอเอฟซี วิมเบิลดัน
หมายเลข 2
สโมสรเยาวชน
1997–2006 คาร์ดิฟฟ์ซิตี
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2006–2008 คาร์ดิฟฟ์ซิตี 28 (0)
2008–2009 ทอตนัมฮอตสเปอร์ 5 (0)
2009นอตทิงแฮมฟอเรสต์ (ยืม) 8 (0)
2009–2012 นอตทิงแฮมฟอเรสต์ 133 (2)
2012–2020 เรดิง 280 (2)
2020–2022 ชาร์ลตัน แอธเลติก 54 (1)
2022– เอเอฟซี วิมเบิลดัน 17 (0)
ทีมชาติ
2005–2006 เวลส์ อายุไม่เกิน 17 ปี 11 (2)
2006 เวลส์ อายุไม่เกิน 19 ปี 3 (0)
2006–2007 เวลส์ อายุไม่เกิน 21 ปี 8 (0)
2007– เวลส์ 109 (0)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 19:29, 12 มีนาคม 2022 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด
ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2022 (UTC)

กันเทอร์ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของคาร์ดิฟฟ์ซิตี และได้เซ็นสัญญากับทอตนัมฮอตสเปอร์ในพรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 แต่เนื่องจากเขาแทบไม่ค่อยได้ลงเล่นให้กับทอตนัม เขาจึงกลับไปเล่นในแชมเปียนชิปกับนอตทิงแฮมฟอเรสต์ ก่อนที่จะย้ายไปเรดิงใน ค.ศ. 2012

กันเทอร์ได้เล่นให้กับทีมชาติเวลส์มาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และยังเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับที่สองที่ประเดิมสนามนัดแรกให้กับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เขาลงเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกใน ค.ศ. 2007 และยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติชุดที่ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ต่อมาใน ค.ศ. 2017 เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลชาวเวลส์แห่งปี[2] ต่อมาในวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 กันเทอร์ทำสถิติลงเล่นให้กับทีมชาติเวลส์มากที่สุด แซงหน้าเนวิลล์ ซัททอลล์ ที่เคยลงเล่นทั้งหมด 92 นัด

อ้างอิง

แก้
  1. 1.0 1.1 1.2 Hugman, Barry J., บ.ก. (2010). The PFA Footballers' Who's Who 2010–11. Edinburgh: Mainstream Publishing. p. 181. ISBN 978-1-84596-601-0.
  2. "Chris Gunter: Reading defender beats Gareth Bale to Wales player of year award". BBC Sport. 2 October 2017. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-10-03. สืบค้นเมื่อ 3 October 2017.

แหล่งข้อมูลอื่น

แก้