คมคาย พลบุตร

นางคมคาย พลบุตร (สกุลเดิม : เฟื่องประยูร) (เกิด 15 สิงหาคม พ.ศ. 2510) เป็นนักการเมืองชาวไทย เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี 3 สมัย และเป็นภรรยาของ อลงกรณ์ พลบุตร

คมคาย พลบุตร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 15 สิงหาคม พ.ศ. 2510 (54 ปี)
อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
คู่สมรส อลงกรณ์ พลบุตร

ประวัติแก้ไข

คมคาย พลบุตร เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2510 เป็นบุตรของนายสนิท กับนางปัทมา เฟื่องประยูร[1] สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พยาบาลศาสตรบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์[2][3] และ ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเกริก

คมคาย สมรสกับ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีบุตร-ธิดา 3 คน คือ น.ส. สภาวรรณ พลบุตร นายธัชธรรม พลบุตร และ น.ส. พิมพ์สภา พลบุตร

การทำงานแก้ไข

หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี คมคายได้เข้าทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลศิริราช[4] ก่อนที่จะลาออกเพื่อมาทำงานการเมืองในเวลาต่อมา

งานการเมืองแก้ไข

คมคาย ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี โดยได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2538 และได้รับเลือกเรื่อยมา จนถึง พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะวางมือทางการเมืองในที่สุด โดยก่อนที่จะวางมือทางการเมืองอย่างถาวรนั้น คมคาย ได้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรีอีกครั้งเป็นสมัยที่ 4 ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2548 แต่ได้แพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทย

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแก้ไข

คมคาย พลบุตร ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 3 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 จังหวัดจันทบุรี สังกัดพรรคชาติพัฒนา (พ.ศ. 2535)
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 จังหวัดจันทบุรี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2544 จังหวัดจันทบุรี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ปิดฉากชีวิตนักสู้!!! ซุ้มท่าใหม่ จันทบุรี "สนิท เฟื่องประยูร" ในวัย 76 ปี ไว้ให้เป็นตำนานเล่าขานกันต่อไป....!!!
  2. "ประวัติผู้สมัคร ส.ส." คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2009-10-05. สืบค้นเมื่อ 2013-06-09.
  3. ประวัติย่อ นางคมคาย พลบุตร (ปรับปรุงครั้งที่ 1)
  4. นักการเมืองถิ่นจังหวัดจันทบุรี. คะนอง พิลุน สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า. 2558
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๑๐, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๒๓ ข หน้า ๒๘, ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๗