คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามความในมาตรา 300 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และมาตรา 200 ถึง มาตรา 214 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

ประวัติแก้ไข

การรัฐประหาร พ.ศ. 2549 คณะรัฐประหารได้มีคำสั่งยุบศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิม และได้มีการตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้นมา โดยมีอำนาจตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซึ่งมาตรา 300 ได้กำหนดให้ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็น ศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2557 ได้ให้ความเห็นชอบ ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ[1]

ภาพลักษณ์แก้ไข

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะนี้ มีภาพลักษณ์เป็นฝักฝ่าย เพราะผู้ถูกร้องบางจำพวก ได้กระทำการโจมตี กล่าวร้ายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผลการวินิจฉัยไม่เป็นคุณกับตนเองหรือฝักฝ่ายตนเอง แต่เมื่อใดที่บุคคลที่โจมตีกล่าวหา ยัดเยียดความเป็นฝักฝ่ายให้กับองค์กรศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้รับประโยชน์จากคำวินิจฉัย หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคุณกับตนเอง หรือฝักฝ่ายพรรคพวกตัวเอง ก็จะไม่เคลื่อนไหวใส่ร้ายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และจะใช้คำวินิจฉัยที่เป็นคุณนั้น เพื่อประโยชน์ของพวกตนประชาธิปัตย์

อำนาจแก้ไข

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติไว้ ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทางพฤตินัย จึงเสมอเหมือนตัวรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นอำนาจสูงสุด ทุกองค์กรและหน่วยงานต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า การที่บุคคลจะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด แต่ใน พ.ศ. 2555 รัฐสภาได้เสนอร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และอยู่ในขั้นตอนรอลงพระปรมาภิไธย คณะตุลาการฯ ได้วินิจฉัยให้ตัวศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับคำร้องเองโดยไม่ต้องผ่านอัยการ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าศาลไม่มีอำนาจ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลาย ๆ คำร้องสำคัญ ศาลก็รับเรื่องเองโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการกระทำของศาลฯจะขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย[ต้องการอ้างอิง]

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันแก้ไข

  1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม (ประธานศาลรัฐธรรมนูญ) (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด)[2]
  2. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จิรนิติ หะวานนท์ (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)[3]
  3. นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)[4]
  4. นายวิรุฬห์ แสงเทียน (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)[5]
  5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด)[6]
  6. ศาสตราจารย์ ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์)[7]
  7. ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์)[8]
  8. นายปัญญา อุดชาชน (ผู้ทรงคุณวุฒิทางราชการ)[9]
  9. นายนภดล เทพพิทักษ์ (ผู้ทรงคุณวุฒิทางราชการ)[10]

เลขาธิการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันแก้ไข

  1. ดร. เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ[11]

รองเลขาธิการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันแก้ไข

  1. นาง พรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์
  2. นาย สมฤทธิ์ ไชยวงค์

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแก้ไข

กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2555แก้ไข

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์แก้ไข

การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไป 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแก้ไข

วันที่ 21 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรและยังมีเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการรับสมัครเลือกตั้ง[12]

กรณีอื้อฉาวแก้ไข

กรณีสิ่งบันทึกวีดิทัศน์ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2553แก้ไข

ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองมีคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ในเวลานั้น ปรากฏว่ามีการเผยแพร่สิ่งบันทึกวีดิทัศน์ซึ่งมีเนื้อหาว่ามีการวิ่งเต้นไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์

เหตุการณ์นี้ เริ่มขึ้นเมื่อพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ("นปช.") กลุ่มทางการเมืองที่ต่อต้านฝ่ายรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่สิ่งบันทึกวีดิทัศน์อ้างว่าเป็นภาพและเสียงการที่ฝ่ายรัฐบาลชักจูงให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยเหลือในคดีตน เป็นเหตุให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนหนึ่งขอถอนตัวจากการทำคดี เพื่อเลี่ยงความไม่เหมาะสม

คลิปวิดีโอดังกล่าว นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ถ่ายและเผยแพร่ โดยแอบซ่อนกล้องไว้ในหนังสือ

คดีทุจริตของตุลาการบุญส่งแก้ไข

พ.ศ. 2556 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีที่บุญส่งแต่งตั้งบุตรชายของตนเองเป็นเลขานุการและรับเงินเดือนของรัฐ และได้อนุญาตให้บุตรชายของตนเองลาไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยที่ยังรับเงินเดือนประจำอยู่ และไม่มีการแจ้งต่อ เป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ซึ่งไม่มีระเบียบของศาลรัฐธรรมนูญรองรับให้ตุลาการอนุญาตเลขานุการของตนลาศึกษาต่อ และป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องไปยังศาลฯ ให้เรียกเงินจำนวนดังกล่างคืน

ตุลาการ จรัญ ภักดีธนากุล ได้ออกมาตอบโต้ป.ป.ช. ว่าไม่ควรไปเชื่อข้อมูลของป.ป.ช.ให้มาก และกล่าวว่า บุตรชายของบุญส่ง ยังทำงานอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่

อ้างอิงแก้ไข

  1. มติสนช.เห็นชอบ "นครินทร์"เป็นตุลาการศาลรธน.
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง, ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
  7. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๔๘ ง, ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
  8. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง, ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘
  9. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘
  10. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  11. โปรดเกล้าฯ 'เชาวนะ ไตรมาศ' เป็นเลขาธิการสนง.ศาลรัฐธรรมนูญ
  12. "เปิด คำวินิจฉัยกลาง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-11-06. สืบค้นเมื่อ 2014-03-21.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข