ข้าวแช่ เป็นชื่ออาหารชนิดหนึ่ง มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็น ซึ่งมักเป็นน้ำดอกไม้ แล้วกินกับเครื่องกับข้าวต่าง ๆ เช่น ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน หัวหอมสอดไส้ ผักกาดเค็มผัดหวาน ปลาแห้ง และเครื่องผัดหวานต่าง ๆ นิยมรับประทานในหน้าร้อน ปัจจุบันอาจใส่น้ำแข็งในข้าวแช่ด้วย

ข้าวแช่
อาหารไทยชนิดหนึ่ง นิยมรับประทานในหน้าร้อน
ประเภทอาหาร
แหล่งกำเนิดประเทศไทย

ข้าวแช่เดิมเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ เรียกว่า เปิงด้าจก์[1] (ပုၚ် ဍာ်) แปลว่า ข้าวน้ำ หรือ เปิงซังกราน (ပုၚ် သၚ်ကြာန်) แปลว่า ข้าวสงกรานต์[2] นิยมทำสังเวยเทวดาและถวายพระสงฆ์ในตรุษสงกรานต์ ข้าวแช่เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากครั้นเจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น เจ้าจอมเชื้อสายมอญทางเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) ได้ติดตามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไปถวายราชการที่พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี และได้ถ่ายทอดการทำข้าวแช่แก่บ่าวไพร่จนแพร่หลายในจังหวัดเพชรบุรีและในราชสำนัก เมื่อสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2453 แล้ว ข้าวแช่จึงได้เผยแพร่ไปนอกวังและถูกปรับปรุงเพิ่มจนกลายที่นิยม[3][4][5]

เครื่องเคียงข้าวแช่แก้ไข

  1. ลูกกะปิ ประกอบด้วยปลาช่อนย่าง, ตะไคร้, กระชาย, หัวหอม, กะปิ, หัวกะทิ นำมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดพอดีคำ ชุบไข่และแป้งสาลีทอดในกะทะจนสีเหลืองทอง[6]
  2. หอมแดงยัดไส้ ส่วนผสมของไส้คล้ายๆกับส่วนผสมของลูกกะปิ นำหัวหอมมาคว้านเนื้อออก แล้วยัดไส้เข้าไป จากนั้นชุบไข่และแป้งแล้วนำไปทอด
  3. พริกหยวกสอดไส้
  4. หมูฝอย หรือ เนื้อฝอย
  5. ไชโป๊ผัดไข่
  6. ผักสด

อ้างอิงแก้ไข

วิกิตำรา มีคู่มือ ตำรา หรือวิธีการเกี่ยวกับ:
วิธีทำข้าวแช่
  1. ข้าวแช่มอญ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี
  2. องค์ บรรจุน, ed. (2014). ข้างสำรับมอญ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน. p. 96. ISBN 9789740212843.
  3. ข้าวแช่ เจาะลึกความเป็นมาของข้าวแช่
  4. ข้าวแช่ เมนูอร่อยคลายร้อน จากวัฒนธรรมมอญสู่ไทย
  5. ""ข้าวแช่" อาหารมอญ-ของติดสินบนเทวดาเพื่อขอพรให้ได้ลูก ก่อนมาเป็นอาหารชาววัง". ศิลปวัฒนธรรม. 12 เมษายน 2560. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2560.
  6. "สูตรเครื่องเคียงข้าวแช่ ลูกกะปิทอด". Open Rice. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2558.