เปิดเมนูหลัก

ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ

จรวดมิสไซล์อากาศ-สู่-อากาศ
เอฟ-22 ของกองทัพอากาศสหรัฐขณะยิงเอไอเอ็ม-120 แอมแรม
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศยุคใหม่ ไอริส-ที ของกองทัพอากาศเยอรมัน

ขีปนาวุธอากาศ-สู่-อากาศ (AAM) เป็นขีปนาวุธที่ใช้ปล่อยจากอากาศยาน มีจุดมุ่งหมายที่จะทำลายอากาศยานเป้าหมาย ปกติแล้วขีปนาวุธอากาศ-สู่-อากาศ จะใช้เครื่องยนต์จรวดเดี่ยวหรือหลายเครื่องยนต์ก็ได้ และใช้เชื้อเพลิงแข็ง แต่บางครั้งอาจใช้เชื้อเพลิงเหลว หรือเครื่องยนต์แรมเจ็ท

โดยทั่วไปขีปนาวุธอากาศ-สู่-อากาศสามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือขีปนาวุธที่ออกแบบมาเพื่อติดตามอากาศยานในระยะไม่เกิน 20 ไมล์ (32 กิโลเมตร) เป็นขีปนาวุธระยะสั้นในระยะมองเห็น (SRAAMs หรือ WVRAAMs) โดยเน้นที่การใช้งานในการต่อสู้ระยะประชิด หรือเรียกว่า "ด็อกไฟท์" ขีปนาวุธประเภทนี้จะเน้นที่ความคล่องตัวมากกว่าระยะยิง ใช้ระบบนำวิถีแบบอินฟราเรด หรือเรียกอีกอย่างว่าระบบค้นหาเป้าหมายด้วยความร้อน

ประเภทที่สองคือขีปนาวุธในระยะกลางถึงไกล เป็นขีปนาวุธในระยะเกินมองเห็น (BVRAAMs) และนำวิถีด้วยเรดาร์


ความเป็นมาแก้ไข

ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ถูกพัฒนาขึ้นมาจากจรวดอากาศสู่อากาศไม่นำวิถีในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยกองทัพเยอรมันนำจรวดติดตั้งไปกับเครื่องบินปีกสองชั้น ควบคุมการยิงโดยระบบไฟฟ้าในการทำลายบัลลูนตรวจการณ์ของอังกฤษ โดยนักบินกลุ่มแรกที่ใช้คือ อัลเบิร์ต บอล และ เอ เอ็ม วอลเตอร์ส[1] ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพเยอรมันได้พยายามพัฒนาอาวุธเพื่อนำมาตอบโต้กับกองกำลังทางอากาศฝ่ายสัมพันธมิตร โดยได้ดัดแปลงจรวด อาร์4เอ็ม เป็นจรวดนำวิถีด้วยเส้นลวดครั้งแรก ในชื่อว่า Ruhrstahl X-4 แต่มิได้ใช้งานจริงในการรบ

หลังสงครามโลกกองทัพอังกฤษได้เปิดตัวจรวดไฟร์แฟลช ในปี พ.ศ. 2498 แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมากองทัพเรือสหรัฐได้ร่วมมือกับกองทัพอากาศสหรัฐพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีขึ้น คือ เอไอเอ็ม-4 ฟัลคอน และได้พัฒนาขีปนาวุธในรุ่นต่อมา เช่น เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์ และ เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์ ในขณะที่ทางฝั่งโซเวียตได้เปิดตัวขีปนาวุธ คาลินินกราด เค-5 ในปี พ.ศ. 2500 เช่นกัน

ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศมีการพัฒนาต่อไปอีกมาก จนกลายเป็นอาวุธหลักส่วนหนึ่งของอากาศยานหลากหลายประเภท ต่อมาหลักการของการรบ "ระยะนอกสายตา" ได้กลายมาเป็นหลักการสำคัญในการพัฒนาอาวุธนำวิถีในรุ่นหลัง ล่าสุดมีการพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีตรวจจับความร้อนซึ่งสามารถจับเป้าหมายจากในหลายทิศทาง ไม่เฉพาะด้านหลังอย่างเดียว


ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศโดยทั่วไปแก้ไข

น้ำหนัก
(กิโลกรัม)
ชื่อ ประเทศผู้ผลิต ช่วงเวลาผลิต
และประจำการ
น้ำหนักหัวรบ
(กิโลกรัม)
ชนิดหัวรบ ระยะยิง
(กิโลเมตร)
ความเร็ว
(มัค)
86 เรเทียน เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์   สหรัฐ พ.ศ. 2499- 9.4 ระเบิดสะเก็ดระเบิด 18 2.5
87.4 ไอริส-ที   เยอรมนี พ.ศ. 2548- 11.4 สะเก็ดระเบิดแรงสูง 25 3
88 เอ็มบีดีเอ เอไอเอ็ม-132 แอสแรม   สหราชอาณาจักร พ.ศ. 2545- 10 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 18 3+
89 มาทรา อาร์550 แมจิก/แมจิก 2   ฝรั่งเศส พ.ศ. 2519-พ.ศ. 2529 (แมจิก)
พ.ศ. 2529- (แมจิก 2)
12.5 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 15 2.7
105 วิมเปล อาร์-73   รัสเซีย พ.ศ. 2525- 7.4 สะเก็ดระเบิด 20–40 2.5
112 เอ็มบีดีเอ ไมคา-อีเอ็ม/-ไออาร์   ฝรั่งเศส พ.ศ. 2539- (อีเอ็ม)
พ.ศ. 2543- (ไออาร์)
12 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด > 60 4
118 ราฟาเอล เดอร์บี   อิสราเอล พ.ศ. 2533- 23 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 50 4
152 เรเทียน เอไอเอ็ม-120ดี แอมแรม   สหรัฐ พ.ศ. 2551 18 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 210 4
152 เรเทียน เอไอเอ็ม-120ซี แอมแรม   สหรัฐ พ.ศ. 2539 18 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 105 4
152 เรเทียน เอไอเอ็ม-120บี แอมแรม   สหรัฐ พ.ศ. 2537- 23 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 48 4
175 วิมเปล อาร์-77   รัสเซีย พ.ศ. 2537- 22 ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 75 3.5
185 เอ็มบีดัเอ เมเทออร์   สหภาพยุโรป พ.ศ. 2555- ? ระเบิด/สะเก็ดระเบิด 100+ 4+

อ้างอิงแก้ไข

  1. Albert Ball, V. C. Chaz Bowyer. Crecy Publishing, 2002. ISBN 0-947554-89-0, 9780947554897. หน้า 90-91


แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข