เปิดเมนูหลัก

ขนอน คือ ด่านเก็บภาษีอากรเมื่อผ่านเข้าไปในเขตหนึ่ง ๆ สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว

ลักษณะของขนอนในสมัยสุโขทัยแก้ไข

ประเทศไทยมีการจัดเก็บภาษีอากรมาตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า "เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี...เจ้าเมืองบ่เอาจังกอบในไพร่ลู่ทาง เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย..." หมายความว่า ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงเป็นสมัยปลอดภาษีในการค้าขาย

ในสมัยสุโขทัย จังกอบคือภาษีชนิดหนึ่งอันเก็บจากผู้นำสัตว์และสิ่งของสินค้าไปเพื่อขายในที่ต่าง ๆ หรือนำเข้ามาขายในกรุงสุโขทัย การเรียกเก็บจังกอบใช้วิธี "สิบชักหนึ่ง" หรือ "สิบหยิบหนึ่ง" คือเก็บในอัตราร้อยละสิบตามภาษาปัจจุบัน และจังกอบนั้นไม่จำเป็นต้องชำระเป็นเงินสดเสมอไป อาจเป็นสิ่งขอหรือสัตว์ก็ได้เนื่องจากระบบการเงินในสมัยนั้นยังไม่สมบูรณ์

รัฐบาลสมัยสุโขทัยจะจัดตั้งด่านเก็บจังกอบสำหรับสินค้าทั่วไปในสถานที่ที่สะดวกแก่ผู้ชำระ เป็นต้นว่า ทางบกตั้งที่ปากทางหรือทางที่จะเข้าเมือง ทางน้ำตั้งที่ใกล้ท่าแม่น้ำหรือเป็นที่ทางร่วมสายน้ำ ด่านเก็บจังกอบนี้เรียก "ขนอน" ขนอนในสมัยสุโขทัยนี้มีหลายประเภทโดยเรียกชื่อตามสถานที่ตั้ง เช่น ขนอนบก ขนอนน้ำ ขนอนชั้นนอก ขนอนชั้นใน และขนอนตลาด เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะปรากฏหลักฐานว่าในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงเป็นสมัยปลอดภาษีค้าขาย แต่ก็ไม่ปรากฏว่าหลังสมัยนั้นจะมีการเก็บอีกหรือไม่

ลักษณะของขนอนในสมัยอยุธยาแก้ไข

ในสมัยอยุธยา ปรากฏหลักฐานว่ารายได้ประเภทหนึ่งของรัฐบาลมาจากการเก็บ "จังกอบ" ซึ่งสมัยนี้เปลี่ยนมาเรียกว่า "อากรขนอน" หรือ "ภาษีผ่านด่าน" โดยเก็บจากผู้นำสินค้าผ่านด่านอันตั้งไว้ทั้งทางบกและทางน้ำ วิธีการเรียกเก็บคงใช้เหมือนสมัยสุโขทัย

อ้างอิงแก้ไข

  • กรมสรรพากร. (2550, 19 เมษายน). ประวัติการจัดเก็บภาษี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: < http://www.rd.go.th/publish/3460.0.html >. (เข้าถึงเมื่อ: 12 ตุลาคม 2551).
  • ราชบัณฑิตยสถาน. (2551, 9 กุมภาพันธ์). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: < http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp >. (เข้าถึงเมื่อ: 12 ตุลาคม 2551).