การลงทุน[1] คือ การจัดสรรเงินเพื่อคาดหวังผลประโยชน์ในอนาคต การลงทุนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในธุรกิจ การลงทุนในสินทรัพย์ การลงทุนในตราสาร เช่น หุ้น กองทุน การเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน การเก็งกำไร Cryptocurrency ขณะการลงทุนในตราสารลงทุนต่าง ๆ จะมีทฤษฎีการลงทุนรองรับขึ้นอยู่กับแนวคิดที่ประยุกต์ใช้ โดยผลตอบแทนของตลาดแต่ละตลาดจะขึ้นอยู่กับความโน้มเอียงของสิ่งแวดล้อม (Environmental Biases)[2] ของแต่ละตลาดในเวลานั้น

ตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้นจะให้ผลตอบแทนดี ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจเติบโต ขณะทีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจะให้ผลตอบแทนดีในเวลาที่เศรษฐกิจชะงัก ขณะที่การฝากธนาคารจะให้ผลตอบแทนดีในช่วงที่ปริมาณเงินในระบบขาดแคลนสำหรับการลงทุน แต่ละช่วงเวลาจะให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน ซึ่งเป็นแนวคิดการลงทุนที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ Bridgewater.com ของ Ray Dalio

ผลประโยชน์ทางการเงินเรียกว่า ผลตอบแทน ซึ่งอาจประกอบด้วยงานขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น (หรือลดลง) หรือการประเมินค่าหรือการเสื่อมทุนของทุนที่ยังไม่รับรู้ หรือรายได้การลงทุนที่มาจาก เงินปันผล ดอกเบี้ย รายได้การเช่า เป็นต้น หรืออาจเป็นการรวมกันของกำไรจากการขายหลักทรัพย์และรายได้ ผลตอบแทนอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง นักลุงทุนคาดหวังที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นซึ่งมาจากความเสี่ยงในการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อความเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนก็น้อยลงตามไปด้วย

นักลงทุนโดยเฉพาะมือใหม่ มักจะได้รับคำแนะนำกลยุทธ์การลงทุนและกระจายการลงทุนในพอร์ตโฟลิโอ การกระจายการลงทุนนี้มีผลต่อสถิติในการลดความเสี่ยงโดยรวม โดยวัตถุประสงค์หลักของการกระจายการลงทุน คือ ลดความเสี่ยงขณะที่ผลตอบแทนยังคงอยู่ในสัดส่วนเท่าเดิม แนวคิดนี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ชื่อว่า CAPM (Capital Asset Pricing Model)หรือ ทฤษฎีการจัดพอร์ตลงทุนสมัยใหม่ (Modern Portfolio Theory )คิดค้นโดย Harry Markowitz

ทฤษฎีการลงทุนแก้ไข

ในการลงทุนจะเกี่ยวข้องกับตลาด จึงมีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับตลาด[3] โดยส่วนมากจะเป็นทฤษฎีการอธิบายพฤติกรรมราคา เนื่องจากการลงทุนเป็นการคาดหวังผลตอบแทนในอนาคต ซึ่งเกี่ยวพันกับการคาดหวังความเคลื่อนไหวของราคา เมื่อคาดหวังการเปลี่ยนแปลงของราคาในอนาคต จึงมีการพยากรณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต นำไปสู่ทฤษฎีการเคลื่อนไหวของราคาตลาด ที่อธิบายผ่านอุปสงค์และอุปทานของตลาด ดังต่อไปนี้

1. Efficient Markets Hypothesisแก้ไข

เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สมมติฐานประสิทธิภาพของตลาด" คือทฤษฎีที่ว่า ตลาดมีประสิทธิภาพและราคาที่เคลื่อนไหวอยู่ในตลาดนั้นสะท้อนปัจจัยทุกอย่างอยู่ในราคาและการเคลื่อนไหวของราคาในขณะนั้นแล้ว

2. Fifty-Percent Principleแก้ไข

คือหลักการ 50 % ของการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ จะเคลื่อนไหวย่อมาอยู่ที่ระดับ 50 % ของราคาก่อนหน้าก่อนที่จะเคลื่อนไหวไปยังระดับ 67 % [4]

3. Greater Fool Theoryแก้ไข

4. Odd Lot Theoryแก้ไข

5. Prospect Theoryแก้ไข

6. Rational Expectations Theoryแก้ไข

7. Short Interest Theoryแก้ไข

ทฤษฎีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแก้ไข

Random Walk Theoryแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  1. "Investment", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2021-09-29, สืบค้นเมื่อ 2021-10-24
  2. "การจัดการพอร์ตลงทุนทุกสถานการณ์ (All weather story) - FOREXDUCK". www.forexduck.com (ภาษาอังกฤษ).
  3. "7 Controversial Investing Theories". Investopedia (ภาษาอังกฤษ).
  4. "What Is the Fifty Percent Principle?". Investopedia (ภาษาอังกฤษ).