การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศบูร์กินาฟาโซ พ.ศ. 2563

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562–2563 โดยได้รับการยืนยันว่าเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศบูร์กินาฟาโซ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศบูร์กินาฟาโซ พ.ศ. 2563
โรคโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019
สถานที่ประเทศบูร์กินาฟาโซ
ผู้ป่วยต้นปัญหาวากาดูกู
วันแรกมาถึง9 มีนาคม พ.ศ. 2563
(3 เดือน และ 28 วัน)
ต้นกำเนิดอู่ฮั่น ประเทศจีน
ยืนยันป่วย888 คน[1]
หาย720 คน[2]
เสียชีวิต53 คน[2]

ภูมิหลังแก้ไข

เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยทางเดินหายใจในกลุ่มคนในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ซึ่งรายงานต่อองค์การอนามัยโลกในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562[3][4]

อัตราป่วยตายของผู้ป่วยสำหรับโควิด-19 นั้นต่ำกว่าโรคซาร์ส พ.ศ. 2546 มาก[5][6] แต่การแพร่เชื้อมีความหมายมากกว่า ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีนัยสำคัญ[5][7]

เส้นเวลาแก้ไข

ผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศบูร์กินาฟาโซ  ()
     เสียชีวิต        รักษาหาย        ผู้ป่วยที่ยังป่วยอยู่
วันที่
# ของผู้ป่วย
# ของผู้เสียชีวิต
2020-03-09
2(n.a.)
2(=)
2020-03-13
3(+50%)
3(=)
2020-03-15
7(+133%)
7(=)
2020-03-17
20(+186%)
2020-03-18
27(+35%) 1(+)
2020-03-19
33(+22%) 1(=)
2020-03-20
40(+21%) 1(=)
2020-03-21
64(+60%) 3(+2)
2020-03-22
75(+17%) 5(+2)
2020-03-23
100(+32%) 5(=)
2020-03-24
114(+14%) 5(=)
2020-03-25
146(+28%) 5(=)
2020-03-26
152(+3%) 5(=)
2020-03-27
180(+18%) 9(+4)
2020-03-28
207(+15%) 11(+2)
2020-03-29
222(+7%) 12(+1)
2020-03-30
246(+11%) 12(=)
2020-03-31
261(+6%) 14(+2)
261(=)
2020-04-02
288(+10%) 16(+2)
2020-04-03
302(+4%) 16(=)
2020-04-04
318(+5%) 16(=)
2020-04-05
345(+8%) 17(+1)
2020-04-06
364(+5.5%) 18(+1)
2020-04-07
384(+5.5%) 19(+1)
2020-04-08
414(+7.8%) 23(+4)
2020-04-09
443(+7%) 24(+1)
2020-04-10
448(+1.1%) 26(+2)
2020-04-11
484(+8%) 27(+1)
2020-04-12
497(+3%) 27(=)
2020-04-12
497(+3%) 27(=)
2020-04-13
515(+4%) 27(=)
2020-04-14
528(+3%) 30(+3)
2020-04-15
542(+3%) 32(+2 )
2020-04-16
546(+1%) 32(=)
2020-04-17
557(+2%) 35(+3)
2020-04-18
565(+1%) 36(+1)
2020-04-19
576(+2%) 36(=)
2020-04-20
581(+1%) 38(+2)
2020-04-21
600(+3%) 38(=)
2020-04-22
609(+2%) 39(+1)
2020-04-23
616(+1%) 41(+3)
2020-04-24
629(+2%) 41(=)
2020-04-25
629(=) 41(=)
2020-04-26
632(+0%) 42(+1)
2020-04-27
635(+0%) 42(=)
2020-04-28
638(+0%) 42(= )
2020-04-29
641(+0%) 43(+1)
2020-04-30
645(+1%) 43(=)
2020-05-01
649(+1%) 44(+1)
2020-05-02
652(+0%) 44(=)
2020-05-03
662(+2%) 45(+1 )
2020-05-04
672(+2%) 46(+1)
2020-05-05
688(+2%) 48(+2)
2020-05-06
729(+6%) 48(=)
2020-05-07
736(+1%) 48(=)
2020-05-08
744(+1%) 48(=)
2020-05-09
748(+1%) 48(=)
2020-05-10
751(+0%) 49(+1)
2020-05-11
760(+1%) 50(+1)
2020-05-12
766(+1%) 51(+1 )
2020-05-13
773(+1%) 51(=)
2020-05-14
773(=) 51(=)
2020-05-15
780(+1%) 51(=)
2020-05-16
782(+0%) 51(=)
2020-05-17
796(+2%) 14(=)
2020-05-18
796(=) 0(=)
2020-05-19
796(=) 0(=)
2020-05-20
809(+2%) 52(+1)
2020-05-21
812(+0%) 52(=)
2020-05-22
814(+0%) 52(=)
2020-05-23
814(=) 52(=)
2020-05-24
814(=) 52(=)
2020-05-25
832(+2%) 52(=)
2020-05-26
832(=) 52(=)
2020-05-27
845(+2%) 53(+1)
2020-05-28
847(+0%) 53(=)
2020-05-29
847(=) 53(=)
2020-05-30
847(=) 53(=)
2020-05-31
847(=) 53(=)
2020-06-01
847(=) 53(=)
2020-06-02
881(=) 53(=)
2020-06-03
884(=) 53(=)
2020-06-04
885(=) 53(=)
อ้างอิง: [8][9][10][11][12]

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563 พบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรก ซึ่งมีสองกรณีในประเทศบูร์กินาฟาโซ[13]

วันที่ 13 มีนาคม พบผู้ติดเชื้อเป็นกรณีที่สาม หลังจากการติดต่อกับสองกรณีแรกที่ติดเชื้อ[14]

วันที่ 14 มีนาคม พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 7 ราย ห้ารายติดเชื้อจากการติดต่อโดยตรงจากสองกรณีแรก หนึ่งในนั้นถือสัญชาติอังกฤษ ซึ่งมาทำงานเหมืองทองในประเทศบูร์กินาฟาโซ แล้วได้กลับมายังเมืองลิเวอร์พูล กลับมายังประเทฯศวันที่ 10 มีนาคม ผ่านทางเมืองแวนคูเวอร์ และเมืองปารีส[15]

วันที่ 15 มีนาคม พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 8 ราย กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซจึงแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 15 ราย[16]

วันที่ 17 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 20 ราย[17]

วันที่ 18 มีนาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรกจากโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ภายในประเทศบูร์กินาฟาโซ เป็นหญิงอายุ 62 ปี มีโรคเบาหวานเข้ามาแทรกซ้อน[18] ในวันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 27 ราย[19]

วันที่ 19 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 33 ราย[20]

วันที่ 20 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 40 ราย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบูร์กินาฟาโซได้บอกว่าเขามีผลเลือดเป็นบวกต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[21]

วันที่ 21 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศได้รับการยืนยันรวม 64 ราย และเสียชีวิตจำนวน 3 ราย รัฐมนตรีว่ากระทรวงกิจการเหมืองแร่และเหมืองหิน พบผลเลือดเป็นบวกจากการตรวจหาโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หลังจากกลับมาจากเมืองโทรอนโต, ประเทศแคนาดา ประธานาธิบดี รอช มาร์ก คริสติยอง กาโบเร ประกาศมาตรการเคอร์ฟิว ระงับการคมนาคมทั้งทางบก และทางอากาศ พร้อมกับปิดชายแดนระหว่างประเทศทั้งหมด โดยหวังว่ามาตรการจากประกาศนี้จะเป็นการลดการแพร่ของโรคระบาดในครั้งนี้[22]

วันที่ 22 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศได้รับการยืนยันรวม 75 รวม มีสี่รัฐมนตรีที่สำคัญติดเชื้อ[23] รัฐมนตรีมี: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และเหมืองหิน; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ; และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย[24] รักษาหายแล้ว 5 ราย[25] เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศบูร์กินาฟาโซพบผลทดสอบเป็นบวก มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนห้าราย[26]

วันที่ 23 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 100 ราย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศบูร์กินาฟาโซสั่งให้พลเมืองอเมริกันอพยพกลับประเทศโดยด่วน[27] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีผลเลือดเป็นบวกต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[28][29]

วันที่ 24 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขบูร์กินาฟาโซแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศรวม 114 ราย แบ่งเป็น 89 รายในเมืองวากาดูกู, 4 รายในเมืองโบโบ-ดิอูลาสโซ, 2 รายในเมืองเดดูยโก, 2 รายในเมืองโบโรโม, และ 1 รายในเมืองฮอนเด้[30]

วันที่ 30 มีนาคม มีผู้เสียชีวิตรวม 12 ราย ส่งผลให้ประเทศบูร์กินาฟาโซมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในเขตแอฟริกาใต้สะฮารา ประเทศบูร์กินาฟาโซมีโรงพยาบาลแค่แห่งเดียวที่สามารถรองรับการตรวจหาโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ พร้อมกับมีเครื่องช่วยหายใจไม่กี่เครื่อง ซึ่งนับว่าไม่เพียงพอต่อผู้ติดเชื้อ นับแต่นับมา รัฐมนตรีหกราย เอกอัครราขทูตสหรัฐ และอิตาลีพบผบเป็นบวกต่อโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ทางการกล่าวว่าจำเป็นต้องสร้างอีกแห่งเป็นแห่งที่สองในวากาดูกู แต่ภายในประเทศไม่มีผู้ใดสามารถสร้างขึ้นมาได้ จึงต้องรอความช่วยเหลือจากข้างนอก ซึ่งมีความยากลำบากในการก่อสร้างเพื่อรับมือการระบาดในครั้งนี้[31]

เหล่าประชาชนชาวประเทศบูร์กินาฟาโซกว่า 350,000 ราย ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในส่วนของที่พักพิงและแหล่งโภชนาอันเพียงพอต่อการใช้งาน โดยพื้นที่ประสบเหตุดังกล่าวเป็นทะเลทรายที่อิยู่ห่างไกลต่อตัวเขคตเมืองหลวง ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้เตือนถึงผู้อาศัยอยู่ในภูมิภาคเซ้นเทอร์นอดและชาเฮลถึงความเสี่ยงในการดำรงชีวิตต่อสภาวะการระบาดของโรคนี้ เพราะมีการย้ายถิ่นฐานไปยังที่อื่นตั้งแต่ผู้ใหญ่ยังไปถึงเด็กเล็ก[32]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Ministère de la Santé - Burkina Faso". www.facebook.com (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-04-09.
  2. 2.0 2.1 "Ministère de la Santé - Burkina Faso". www.facebook.com (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-04-08.
  3. Elsevier. "Novel Coronavirus Information Center". Elsevier Connect. Archived from the original on 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  4. Reynolds, Matt (4 March 2020). "What is coronavirus and how close is it to becoming a pandemic?". Wired UK. ISSN 1357-0978. Archived from the original on 5 March 2020. สืบค้นเมื่อ 5 March 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  5. 5.0 5.1 "Crunching the numbers for coronavirus". Imperial News. Archived from the original on 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. "High consequence infectious diseases (HCID); Guidance and information about high consequence infectious diseases and their management in England". GOV.UK (in อังกฤษ). Archived from the original on 3 March 2020. สืบค้นเมื่อ 17 March 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  7. "World Federation Of Societies of Anaesthesiologists – Coronavirus". www.wfsahq.org. Archived from the original on 12 March 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  8. Maclean, Ruth (2020-03-17). "Africa Braces for Coronavirus, but Slowly". The New York Times (in อังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2020-03-18.
  9. "Burkina Faso's records first COVID-19 death in sub-Saharan Africa". Africanews. 18 March 2020. สืบค้นเมื่อ 18 March 2020.
  10. "Burkina Faso minister tests positive for coronavirus". www.aa.com.tr. สืบค้นเมื่อ 2020-03-20.
  11. "Burkina Faso Mines Minister Tests Positive for Coronavirus". Bloomberg.com (in อังกฤษ). 2020-03-21. สืบค้นเมื่อ 2020-03-21.
  12. "COVID-19 Coronavirus Pandemic". worldometers.info (in อังกฤษ). 2020-03-25. สืบค้นเมื่อ 2020-03-25.
  13. "Burkina Faso Confirms First Cases of Coronavirus". 9 March 2020. สืบค้นเมื่อ 9 March 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  14. "Coronavirus: un troisième cas confirmé au Burkina Faso". VOA (in ฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  15. B24, Rédaction (14 March 2020). "Coronavirus (COVID-19) : 7 cas confirmés au Burkina". L'Actualité du Burkina Faso 24h/24 (in ฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  16. "Coronavirus au Burkina : Le compteur passe à 15 cas confirmés - leFaso.net, l'actualité au Burkina Faso". lefaso.net (in ฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 16 March 2020.
  17. Maclean, Ruth (2020-03-17). "Africa Braces for Coronavirus, but Slowly". The New York Times (in อังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2020-03-18.
  18. "Burkina Faso's records first COVID-19 death in sub-Saharan Africa". Africanews. 18 March 2020. สืบค้นเมื่อ 18 March 2020.
  19. "Burkina Faso reports Sub-Saharan Africa's first coronavirus death as WHO warns 'prepare for worst'". France 24 (in อังกฤษ). 2020-03-19. สืบค้นเมื่อ 2020-03-19.
  20. "COVID-19 Information". U.S. Embassy in Burkina Faso (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-03-19.
  21. "Burkina Faso minister tests positive for coronavirus". aa.com.tr. สืบค้นเมื่อ 2020-03-20.
  22. "Burkina Faso Mines Minister Tests Positive for Coronavirus". Bloomberg.com (in อังกฤษ). 2020-03-21. สืบค้นเมื่อ 2020-03-21.
  23. Asiedu, Kwasi Gyamfi. "Four government ministers have contracted coronavirus in Burkina Faso and it's spreading rapidly". Quartz Africa (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-03-22.
  24. "Four Burkina Faso ministers have coronavirus as cases rise to 64". Reuters. 2020-03-22.
  25. "Four ministers infected as Burkina Faso reports new virus deaths". thenews.com.pk (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-03-22.
  26. "US envoy to Burkina Faso tests positive for COVID-19". www.aa.com.tr. สืบค้นเมื่อ 2020-03-22.
  27. "Health Alert: U.S. Embassy Ouagadougou, Burkina Faso". U.S. Embassy in Burkina Faso (in อังกฤษ). 2020-03-23. สืบค้นเมื่อ 2020-03-23.
  28. "COVID-19 : Le ministre du commerce, Harouna Kaboré, testé positif" (in ฝรั่งเศส). lefaso.net. 2020-03-23.
  29. "Coronavirus: 5th minister, US ambassador Andrew Young test positive". P.M. News. 2020-03-24.
  30. Boureima (2020-03-24). "Coronavirus au Burkina: 114 cas, quatre décès et sept guerris". Wakat Séra (in ฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 2020-03-25.
  31. "Coronavirus in crisis-hit Burkina Faso". The New Humanitarian (in อังกฤษ). 2020-03-30. สืบค้นเมื่อ 2020-03-30.
  32. "UNHCR warns chronic lack of resources contributing to new crisis in Burkina Faso". UNHCR. สืบค้นเมื่อ 7 April 2020.