กาบหอยแครง
Venus Flytrap showing trigger hairs.jpg
ใบของกาบหอยแครง
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ไม่ได้จัดลำดับ: Angiosperms
ไม่ได้จัดลำดับ: Eudicots
ไม่ได้จัดลำดับ: Core eudicots
อันดับ: Caryophyllales
วงศ์: Droseraceae
สกุล: Dionaea
สปีชีส์: D.  muscipula
ชื่อทวินาม
Dionaea muscipula
Sol. ex J.Ellis
Dionaea distribution (revised).svg
การกระจายพันธุ์ของกาบหอยแครง
ชื่อพ้อง
  • Dionaea corymbosa
    (Raf.) Steud. (1840)
  • Dionaea crinita
    Sol. (1990) nom.superfl.
  • Dionaea dentata
    D'Amato (1998) nom.nud.
  • Dionaea heterodoxa
    D'Amato (1998) nom.nud.
  • Dionaea muscicapa
    St.Hil. (1824) sphalm.typogr.
  • Dionaea sensitiva
    Salisb. (1796)
  • Dionaea sessiliflora
    (auct. non G.Don: Raf.) Steud. (1840)
  • Dionaea uniflora
    (auct. non Willd.: Raf.) Steud. (1840)
  • Drosera corymbosa
    Raf. (1833)
  • Drosera sessiliflora
    auct. non G.Don: Raf. (1833)
  • Drosera uniflora
    auct. non Willd.: Raf. (1833)

กาบหอยแครง เป็นพืชกินสัตว์ที่ดักจับและย่อยกินเหยื่อที่จับได้ซึ่งส่วนมากเป็นแมลงและแมง กาบหอยแครงมีโครงสร้างกับดักคล้ายคล้ายบานพับแบ่งออกเป็น 2 กลีบ อยู่ที่ปลายใบของแต่ละใบ และมีขนกระตุ้นบางๆบนพื้นผิวด้านในกับดัก เมื่อแมลงมาสัมผัสขนกระตุ้นสองครั้ง กับดักจะงับเข้าหากัน การที่ต้องการสิ่งกระตุ้นที่ซับซ้อนนี้ก็เพื่อป้องกันการสูญเสียพลังงานไปกับการดักจับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อาหาร

ชื่อกาบหอยแครงในภาษาอังกฤษ (Venus flytrap) นั้นอ้างอิงถึงเทพีวีนัส เทพีแห่งความรักของชาวโรมัน ขณะที่ชื่อสกุล Dionaea (เทพีไดโอนี[2] Dionaea เป็นสกุลที่มีเพียงชนิดเดียวและเป็นญาติใกล้ชิดกับ Aldrovanda vesiculosa และสกุลหยาดน้ำค้าง)

ถิ่นอาศัยแก้ไข

กาบหอยแครงจะพบในสิ่งแวดล้อมที่มีไนโตรเจนต่ำ เช่น หนองน้ำ หรือทุ่งหญ้าสะวันนาที่เปียกชื้น กาบหอยแครงมีต้นเตี้ย โตช้า ทนไฟได้ดีและการเผาไหม้จากไฟป่าเป็นระยะ ๆ เป็นการช่วยกำจัดคู่แข่งของมัน[3][4] มันรอดได้เพราะขึ้นในดินทรายที่เปียกชื้นและถ่านหินเลน แม้ว่ามันจะประสบความสำเร็จในการปลูกย้ายและเติบโตในหลาย ๆ พื้นที่ของโลก แต่ถิ่นกำเนิดของกาบหอยแครงพบได้เพียงในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และรัฐเซาท์แคโรไลนา ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในรัศมี 60 ไมล์ของวิลมิงตัน[5] มีประชากรที่สามารถปรับตัวอยู่ได้ในธรรมชาติของกาบหอยแครงในตอนเหนือของรัฐฟลอริดาและในไพน์ บาร์เรนส์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ การขาดแคลนสารอาหารในดินทำให้พืชต้องอาศัยกับดักที่ละเอียดอ่อน เหยื่อแมลงจะให้ไนโตรเจนสำหรับการสร้างโปรตีนซึ่งหาไม่ได้ในดิน กาบหอยแครงไม่ใช่พืชเขตร้อนและทนความหนาวเย็นได้เล็กน้อย ในความเป็นจริงถ้ากาบหอยแครงที่ไม่ผ่านช่วงพักตัวในฤดูหนาวจะอ่อนแอลงและตายหลังจากระยะเวลาช่วงหนึ่ง[6]


อ้างอิงแก้ไข

  1. Schnell, D., Catling, P., Folkerts, G., Frost, C., Gardner, R., et al. (2000). Dionaea muscipula. 2006 IUCN Red List of Threatened Species. IUCN 2006. Retrieved on 11 May 2006. Listed as Vulnerable (VU A1acd, B1+2c v2.3)
  2. "Dionaea". Genus name origin. สืบค้นเมื่อ 2009-05-28.
  3. W. Schulze; E.D. Schulze; I. Schulze; R. Oren (2001). "Quantification of insect nitrogen utilization by the venus fly trap Dionaea muscipula catching prey with highly variable isotope signatures". Journal of Experimental Botany. 52 (358): 1041–1049. doi:10.1093/jexbot/52.358.1041. PMID 11432920.
  4. Leege, Lissa (2003-12-29) [2002]. "How does the Venus flytrap digest flies?". Scientific American. สืบค้นเมื่อ 2008-08-20.
  5. Darwin, C. R. 1875. Insectivorous Plants. London: John Murray.
  6. John Brittnacher. "Growing Dionaea muscipula". International Carnivorous Plant Society. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-10-13.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข